8 ที่เที่ยวเมืองมุยเน่ เวียดนามใต้

แชร์บทความนี้

เมืองมุยเน่ เป็นเมืองชายทะเลริมฝั่งทะเลจีนใต้ของเวียดนามตอนใต้ หรือที่เรียกว่า ”ไข่มุกแห่งคาบสมุทรอินโดจีน” เนื่องจากมีหาดทรายขาวสวยงามและทะเลสีครามใส ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนและผจญภัย ด้วยชายหาดที่ยาวสวยและเต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยมีทั้งชุมชนชาวประมงโบราณ โบราณสถานเก่าแก่ และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย วันนี้เราจะมาแนะนำที่เที่ยวว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลย

1. ประวัติความเป็นมา

มุยเน่ เป็นเมืองชายหาดตากอากาศที่ตั้งอยู่ในจังหวัดบิ่นถวน ภาคใต้ของประเทศเวียดนาม ในสมัยยุคโบราณบริเวณนี้มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 7,000 ปีก่อน พบร่องรอยการอยู่อาศัยในถ้ำต่างๆ ในบริเวณนี้ ต่อมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 1-6 ตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของจักรวรรดิฟูนัน ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณของชนเผ่าฮินดูในคาบสมุทรอินโดจีน ยุคจามปา หลังจากฟูนันล่มสลายในราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 เขตพื้นที่มุยเน่ตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของอาณาจักรจามปาของชาวเขมรเป็นเวลานาน เหลือร่องรอยทางโบราณสถานที่สำคัญคือโบราณสถานเบ๋าเคย ซึ่งเป็นปราสาทหินที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 ยุคราชวงศ์เงียนและอิทธิพลของเวียดนาม เมื่อราชวงศ์เงียนของเวียดนามเริ่มแผ่อำนาจลงมาทางใต้ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 บริเวณนี้จึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเวียดนามตั้งแต่นั้นมา มีการก่อสร้างวัดและศาสนสถานหลายแห่ง อาทิ วัดลินห์ลองตูในศตวรรษที่ 19 ในสมัยสงครามเวียดนาม บริเวณนี้เคยเป็นพื้นที่ต่อสู้ระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งเวียดนามเหนือและใต้รวมประเทศในปี 1975

หลังจากสงครามสิ้นสุดลง ได้เริ่มมีการพัฒนาเมืองมุยเน่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชายหาดที่สำคัญของเวียดนาม โดยใช้จุดเด่นของหาดทรายขาวสวย ทะเลทรายและกิจกรรมผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติอันแปลกตา มีการสร้างรีสอร์ทหรูหลายแห่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลกของเวียดนาม

2. แนะนำ 8 ที่เที่ยวเมืองมุยเน่ เวียดนามใต้

2.1 ทะเลทรายขาว (White Sand Dune)

เป็นเนินทรายที่ใหญ่ที่สุดในของเมืองมุยเน่ ห่างจากตัวเมืองมุยเน่ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นทรายสีขาวละเอียดที่มีพื้นที่ติดกับทะเลสาบ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยทะเลทรายขาวจะมีพื้นที่ประมาณ 70 เฮกตาร์ เป็นทะเลทรายสูงประมาณ 10-15 เมตร ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีกิจกรรมถ่ายรูปแล้ว ยังสามารถเช่ารถจิ๊ฟหรือ ขับรถ ATV เที่ยวชมทะเลทรายรอบๆได้อีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 05.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี (แต่จะมีค่าเช่ารถจิ๊ฟและ ATV ท่านละประมาณ 300,000 – 500,000 VND

ทะเลทรายขาวเมืองมุยเน่
ทะเลทรายขาว Credit : vietnam.travel

2.2 ทะเลทรายแดง (Red Sand Dune)

ทะเลทรายแดง ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นเนินทรายมีลักษณะคล้ายพีระมิดขนาดย่อม พื้นที่กว้างประมาณ 50 เฮกตาร์ ทอดยาวตามแนวชายหาด สีของทะเลทรายที่ปรากฏเป็นสีแดงอิฐนั้น เกิดจากการรวมตัวกันของแร่ธาตุเหล็กในดินทราย เมื่อแสงแดดสะท้อนลงมารวมกับการสะสมของตะกอนควอตซ์ทำให้เกิดสีแดงสดสวยงามคล้ายกับพีระมิด ทำให้เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงามมากของที่นี่ นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่นี่กันเป็นจำนวนมาก

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

red sand dune
ทะเลทรายแดง Credit : vinpearl.com

2.3 ลำธารนางฟ้า (Fairy Stream)

อีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นของที่นี่ นั่นก็คือ ลำธารนางฟ้า ลำธารแห่งนี้เป็นภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำที่ไหลผ่านมีน้ำที่ไหลผ่านจะมีลักษณะเป็นสีแดงอมส้มอัน ซึ่งเกิดจากการผสมผสานของแร่ธาตุบางชนิดจากหินปูนในพื้นที่ โดยน้ำจะค่อยๆ ไหลเวียนผ่านโขดหิน ท่ามกลางป่าที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถเดินลุยน้ำและสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวันเวลา 06.00 – 17.30 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

fairy stream
ลำธารนางฟ้า Credit : phuhaibeachresortphanthiet.com

2.4 ชายหาดมุยเน่ (Mui Ne Beach)

เป็นชายหาดทรายยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ทอดตัวเป็นเส้นโค้งงดงามไปตามรูปร่างของอ่าว เมืองมุยเน่ค่อยๆ ขยายตัวขึ้นมาจากชุมชนชาวประมงเล็กๆ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่เต็มไปด้วยรีสอร์ทหรู โรงแรม ร้านอาหาร ผับและบาร์ยามค่ำคืน บรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งกายด้วยชุดว่ายน้ำหลากสีสัน พร้อมทั้งร้านค้าริมหาดจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหาร ในส่วนของกิจกรรมกีฬาทางน้ำต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวสนุกสนานกับการเล่นแคนนู เจ็ทสกี หรือแม้กระทั่งขี่บานานาโบ๊ท

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

mui ne beach
Mui Ne Beach Credit : ravenalaresort.com

2.5 หมู่บ้านชาวประมงมุยเน่ (Mui Ne Fishing Village)

หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเล เป็นชุมชนดั้งเดิมของชาวประมงพื้นถิ่นที่สืบทอดวิถีชีวิตและอาชีพประมงรุ่นต่อรุ่นมาเป็นเวลานาน ท่ามกลางการเจริญเติบโตจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก สิ่งที่โดดเด่นของหมู่บ้านชาวประมงคือวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ บ้านเรือนไม้เก่าแก่หลังคามุงจากประมาณ 200 หลังคาเรือนเรียงรายริมชายหาด มีท่าประมงขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยเรือประมงโบราณ ในตอนเช้ามืด ชาวบ้านจะลงเรือไปหาปลาในทะเลอันเป็นอาหารหลัก เมื่อถึงเวลากลางวันก็จะนำปลา อาหารทะเลมาขายตามริมทะเล ท่าจอดเรือ ผู้คนจากทั่วทุกมุมเมืองต่างพากันมารอเฝ้ารับปลาสดจากมือชาวประมงโดยตรง

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

mui ne fishing village
Credit : guidevietnam.org
mui ne fishing village02
ปลาทะเลสดๆ Credit : vietnam.travel

2.6 ตลาดเช้ามุยเน่ (Mui Ne Market)

ตลาดที่นี่คึกคักเต็มไปด้วยผู้คนที่มาซื้อสินค้ามากมาย ซึ่งตลาดแห่งนี้มีร้านค้ามากมายหลากหลายประเภท เช่น อาหารทะเลสดๆ ผลไม้สด ผักสดจากสวน เครื่องเทศ อาหารแห้ง งานหัตถกรรมพื้นบ้าน และของที่ระลึกต่างๆ นอกจากจะเป็นแหล่งสินค้าพื้นเมืองแล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารหลายร้านที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นเวียดนามรสเลิศ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ พักอ๋อง ข้าวจี่หน่อไม้ เป็นต้น หนึ่งในจุดเด่นของตลาดคือนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนเวียดนาม เพราะตลาดแห่งนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม บรรยากาศ และสินค้าที่จำหน่าย

เวลาเปิด – ปิด : เปิดช่วงเช้าไปถึงช่วงสายๆ

ค่าเข้าชม : ฟรี

mui ne market
Mui Ne Market Credit : vinpearl.com

2.7 วัดลินห์ลองตู (Linh Long Tu Temple)

วัดลินห์ลองตูเป็นวัดพุทธเก่าแก่เงียบสงบแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นในปี 1811 ตามคติความเชื่อของนิกายเซน และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเวียดนามใต้ สถาปัตยกรรมของวัดผสมผสานระหว่างศิลปะเวียดนามดั้งเดิมและพระพุทธศาสนาได้อย่างหลงใหล ภายในบริเวณวัด จะได้พบกับพระพุทธรูปพระนอน หรือพระนิพพานองค์ใหญ่ โดยทั่วไป สวนรอบๆ มีต้นไม้เขียวขจีเย็นสบาย และเจดีย์ Linh Long แสดงถึงพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน บริเวณด้านข้างของพระพุทธรูปมีอาคารที่พำนักของพระสงฆ์ หอสวดมนต์ และศาลาการเปรียญ ซึ่งถูกประดับประดาด้วยงานไม้แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม นอกจากนี้ยังมีศาลาพระพุทธรูปนานาปางและเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวพุทธเวียดนาม

เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวันเวลา 06.00 – 19.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

linh long tu temple
Linh Long Tu Temple Credit : vinpearl.com
reclining buddha
พระนอนที่วัดลินห์ลองตู Credit : baobinhthuan.com.vn

2.8 หาดไบดาองเดีย (Bai Da Ong Dia Beach)

สำหรับสายชิลอีกหนึ่งแห่งที่ต้องมาเที่ยวให้ได้เลยคือ Bai Da Ong Dia Beach หาดนี้ตั้งอยู่ที่มุยเน่ เป็นหาดทรายและมีโขดหินใหญ่จำนวนมากอยู่บริเวณชายฝั่ง และมีแนวหินยาวที่ยื่นออกไปในทะเลใช้เป็นที่กันคลื่นทะเลตลอดแนวทางเดิน นอกจากโขดหินแล้วยังมีเขื่อนกันคลื่นคอนกรีตอีกด้วยนักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นรับลมทะเล ชมพระอาทิตย์ตกดินและถ่ายรูปเล่น

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

bai da ong dia beach
หาดไบดาองเดีย Credit : thienxuantravel.com

สภาพอากาศ

มุยเน่เป็นเมืองท่องเที่ยวทางตอนใต้ของเวียดนาม มีสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นแบบเขตร้อนตลอดทั้งปี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25-35 องศาเซลเซียส เดือนร้อนที่สุดคือเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ที่นี่มี 2 ฤดูหลักคือ ฤดูฝนประมาณปลายเดือนพฤษภา-พฤศจิกายน และฤดูแล้งช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน มุยเน่มักมีลมมรสุมพัดผ่านในช่วงเดือนตุลาคม-เดือนมกราคม อาจจะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ เนื่องจากเป็นเมืองชายฝั่งทะเล จึงมีความชื้นสูงตลอดทั้งปี ประมาณ 73-87% โดยสภาพอากาศที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวมุยเน่ที่สุดคือช่วงฤดูร้อนแห้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม เพราะจะมีท้องฟ้าแจ่มใส มีฝนน้อย และทะเลสงบ

สรุป

มุยเน่เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ทั้งชายหาด ทะเลทราย ลำธารนางฟ้า ไปจนถึงวัดเก่าแก่ นอกจากที่เที่ยวในมุยเน่แล้ว ที่เวียดนามใต้ยังมีเมืองท่องเที่ยวอีกมากมาย หากใครสนใจ ทัวร์เวียดนามใต้ ทาง Lovely Smile Tour มีโปรแกรมให้เลือกมากมาย สามารถคลิกที่ลิงก์เพื่อดูโปรแกรม หรือแอดไลน์เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

แชร์บทความนี้