รีวิว ยอดเขาจุงเฟรา แห่งสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมการเตรียมตัว อัปเดต 2025

แชร์บทความนี้

หากพูดถึงทัวร์ยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ดินแดนแห่งขุนเขาและธรรมชาติอันงดงามก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ใครหลายคนอยากไปเช็คอินให้ได้สักครั้งในชีวิต ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายแห่ง ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) หรือที่ใครๆ รู้จักกันในนาม “Top of Europe” คงจะเป็นชื่อแรกๆ ที่นึกถึง การเดินทางสู่ยอดเขาแห่งนี้ไม่ใช่แค่การไปชมวิว แต่คือการสัมผัสกับความมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ในบทความนี้จะพาไปสำรวจยอดเขาจุงเฟรา ตั้งแต่จุดไฮไลต์ห้ามพลาดไปจนถึงวิธีเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปเริ่มอ่านกันได้เลย

1. ข้อมูลทั่วไป

ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) ตั้งอยู่ในรัฐแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใกล้กับเมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) มีความสูงกว่า 4,158 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยชื่อ “Jungfrau” เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า “หญิงสาวพรหมจารีย์” ซึ่งมาจากความขาวบริสุทธิ์ของหิมะที่ปกคลุมยอดเขาอยู่ตลอดทั้งปีนั่นเอง และยังเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนได้รับฉายาว่า Top of Europe ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่หากมีโอกาสได้มาเที่ยวทัวร์สวิตเซอร์แลนด์แล้ว จะต้องมาเช็คอินที่ยอดเขาแห่งนี้ให้ได้ จุดเด่นคือวิวภูเขาหิมะอันงดงามตลอดปี ธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในยุโรป และยังเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปอีกด้วย

ยอดเขาจุงเฟรา สวิตเซอร์แลนด์
ยอดเขาจุงเฟรา

2. จุดไฮไลต์

2.1. Alpine Sensation

Alpine Sensation เป็นอุโมงค์ทางเดินที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของการสร้างรถไฟสายจุงเฟรา และเป็นการยกย่องให้กับคนงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อรถไฟขึ้นมายังยอดเขา ไฮไลต์ของที่นี่จะอยู่ที่สายพานเลื่อนยาวที่จะค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามทางเดิน ทำให้มีเวลาดื่มด่ำกับเรื่องราวต่างๆ ที่จัดแสดงได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ก็ยังมีการจัดแสดงสิ่งที่ใช้ตลอดสองข้างทางจะมีภาพยนตร์สั้นและนิทรรศการที่แสดงถึงความยากลำบากในการก่อสร้างรถไฟสายนี้เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว ตั้งแต่การขุดเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขาหินแข็ง ไปจนถึงชีวิตของคนงานที่ต้องทำงานในสภาพอากาศหนาวเย็นและอันตราย

Alpine Sensation
Alpine Sensation Credit : jungfrau.ch
สายพานเลื่อนยาว ชมความเป็นมาของการสร้างทางรถไฟ
สายพานเลื่อนยาว ชมความเป็นมาของการสร้างทางรถไฟ Credit : packedagain.com
ภาพประวัติศาสตร์ของการสร้างรถไฟ
ภาพประวัติศาสตร์ของการสร้างรถไฟ Credit : packedagain.com

2.2. Ice Palace

เป็นอุโมงค์น้ำแข็งแกะสลักที่อยู่ภายในธารน้ำแข็งลึกลงไปจากพื้นผิวเกือบ 30 เมตร มีอุณหภูมิติดลบตลอดทั้งปี ทำให้สามารถสัมผัสกับความหนาวเย็นของธารน้ำแข็งและชมงานแกะสลักที่ทำจากน้ำแข็งได้อย่างใกล้ชิด บริเวณทางเดินจะเป็นน้ำแข็งทำให้มีความลื่นเล็กน้อยและผนังทุกด้านเป็นน้ำแข็งที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตด้วยมือ ภายในอุโมงค์จะมีการจัดแสดงประติมากรรมน้ำแข็งหลากหลายรูปทรง เช่น นกอินทรี หมีขั้วโลก เพนกวิน หรือแม้แต่รูปปั้นตัวการ์ตูนยอดนิยม น้ำแข็งแกะสลักเหล่านี้จะได้รับการดูแลและแกะสลักใหม่เป็นระยะ ทำให้แต่ละครั้งที่มาเที่ยวอาจจะได้พบกับผลงานที่แตกต่างกันไป แสงไฟที่ส่องสว่างภายในจะช่วยทำให้ผนังน้ำแข็งและประติมากรรมดูระยิบระยับเหมือนเพชร ช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหลและเป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามมากๆ

Ice Palace
Ice Palace Credit : vacationsbyrail.com

2.3. Sphinx Observatory

เป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์และสถานีวิจัยที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ความสูงประมาณ 3,571 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และถือเป็นหนึ่งในหอสังเกตการณ์ที่สูงที่สุดในโลก ที่ Sphinx Observatory มีทั้งดาดฟ้ากลางแจ้งและจุดชมวิวในร่ม ที่สามารถมองเห็นวิวได้แบบพาโนรามา 360 องศา โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ ธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดในยุโรป และยอดเขาสูงอื่นๆ เช่น Mönch และ Eiger และที่บริเวณนี้ยังเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะอีกด้วย

Sphinx Observatory
Sphinx Observatory Credit : jungfraujochtickets.com

2.4. Jungfrau Panorama

เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจของที่นี่เลย โดยเฉพาะสำหรับวันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจหรือมีหมอกลงจัด โดยที่ Jungfrau Panorama จะเป็นโซนจัดแสดงมัลติมีเดียบนยอดเขาแบบ 360 องศา ที่ใช้เทคโนโลยีภาพและเสียงแบบทันสมัย มีจอโค้งขนาดใหญ่รายล้อมรอบตัวในการฉายภาพยนตร์สั้นๆ ที่ีมีความยาวประมาณ 4 นาที สร้างบรรยากาศเหมือนจริงให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามและความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ในมุมที่อาจไม่สามารถเห็นได้จากการยืนชมวิวจริง

Jungfrau Panorama
Jungfrau Panorama Credit : jungfrau.ch

2.5. Aletsch Glacier

เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่และยาวที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ในเขต Swiss Alps Jungfrau-Aletsch อยู่ทางตอนใต้ของยอดเขา Jungfrau, Mönch และ Eiger ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในด้านความสำคัญทางธรณีวิทยาและความงามทางธรรมชาติที่หาได้ยาก โดย UNESCO ในปี 2001 ธารน้ำแข็งแห่งนี้มีความยาว 23.6 กิโลเมตร พื้นที่ครอบคลุมราว 82 ตารางกิโลเมตร และมีความหนาประมาณ 800 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมวิวของธารน้ำแข็งได้จากจุดชมวิวบนยอดเขา

Aletsch Glacier
Aletsch Glacier

3. การเตรียมตัวการเดินทาง

3.1. การแต่งกาย

อากาศบนยอดเขาหนาวเย็นตลอดทั้งปี ถึงแม้ข้างล่างจะร้อนแค่ไหนก็ควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยอุณหภูมิบนยอดเขาจุงเฟราโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -10 ถึง 9 องศาเซลเซียส และมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี การเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญ

  • ส่วนบน แนะนำใส่เสื้อที่มีความหนา 2-3 ชั้น โดยชั้นในสุดแนะนำให้ใส่เสื้อ Heat Tech ที่สามารถระบายความชื้นได้ดี หรือใส่ชุดลองจอนที่ด้านในบุด้วยขนนิ่มๆ สวมทับด้วยเสื้อไหมพรมหรือเสื้อสเวตเตอร์ขนสัตว์ ซึ่งจะช่วยกักเก็บความร้อนจากร่างกาย และเสื้อชั้นนอกควรเป็นเสื้อโค้ทหรือแจ็กเก็ตที่มีคุณสมบัติกันน้ำและกันลม เพราะบนยอดเขามีลมแรงและอาจมีหิมะตกได้
  • ส่วนล่าง แนะนำให้ใส่กางเกงลองจอนที่มีขนบุด้านใน จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นมากยิ่งขึ้น
  • รองเท้า ควรเป็นรองเท้าที่ใส่สบายและพื้นรองเท้าสามารถยึดเกาะได้ดี เพราะบางพื้นที่อาจมีน้ำแข็งหรือหิมะที่ทำให้ลื่นได้
  • อุปกรณ์เสริมที่ห้ามพลาด อย่างเช่น ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวก เพื่อช่วยป้องกันลมหนาวและรักษาความอบอุ่นให้กับร่างกาย

3.2. สุขภาพและร่างกาย

เนื่องจากจุงเฟราอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 4,158 เมตร อากาศและออกซิเจนด้านบนจะค่อนข้างบางเบา อาจทำให้บางคนมีอาการปวดหัว วิงเวียน หรือหายใจไม่สะดวกได้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนท่องเที่ยว เดินช้าๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หากรู้สึกไม่สบาย ให้รีบลงมาในพื้นที่ต่ำกว่า และเตรียมยาที่จำเป็นไปด้วย เผื่อใครที่มีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องทานอย่างต่อเนื่อง

3.3. ตรวจสอบสภาพอากาศ

สภาพอากาศบนยอดเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว บางวันอาจมีหมอกหนาจนมองไม่เห็นอะไรเลย ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศจากเว็บไซต์ทางการ เช่น Jungfrau.ch ก่อนเดินทางประมาณ 1-2 วัน

สรุป

ยอดเขาจุงเฟรา ถือเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ที่มีความสวยงาม และมอบประกบการณ์ที่น่าจดจำอย่างมาก และการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเดินทางราบรื่น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และสร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้ออกเดินทางไปสัมผัสกับความงามของจุงเฟราด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต หากใครสนใจเที่ยวชมของยอดเขาจุงเฟราสามารถแอดไลน์ @lovelysmiletour เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

แชร์บทความนี้