สถานที่ที่ห่างจากตัวเมืองฉงชิ่งประมาณ 2-3 ชั่วโมง ที่มีชื่อว่า ‘อุทยานภูเขานางฟ้า’ หรือ Fairy Mountain ที่จุดหมายปลายทางที่สายธรรมชาติไม่ควรพลาดอุทยานแห่งนี้เป็นทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา กิจกรรมขี่ม้า หรือลานสกีที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของจีน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักอุทยานแห่งนี้ รวมวิธีการเดินทาง และไฮไลท์ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวทัวร์จีน เพื่อให้การไปเยือนภูเขานางฟ้าของคุณเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าที่สุดในทุกฤดูกาล
1.ประวัติ
ชื่อ “เขานางฟ้า” มาจากยอดเขาที่มีรูปร่างคล้ายนางฟ้าร่ายรำ เมื่อมีเมฆหมอกปกคลุม ยอดเขาจะดูเลือนรางเหมือนนางฟ้าที่สวมผ้าคลุมบางเบา ตำนานท้องถิ่นเล่าว่าเคยมีนางฟ้าอาศัยอยู่ที่นี่ก่อนจะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ บ้างก็เล่าถึงตำนานความรักระหว่างเด็กเลี้ยงแกะกับนางฟ้าที่ลงมายังโลกมนุษย์ โดยในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นที่พักตากอากาศและแหล่งเลี้ยงสัตว์ของชนกลุ่มน้อยชาวถู่เจีย (Tujia) มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ในช่วง ค.ศ. 618-907 โดยมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมปรากฏอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอีกด้วย ในปัจจุบันแม้บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่มีประวัติยาวนาน แต่การพัฒนาในรูปแบบการท่องเที่ยวสมัยใหม่เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1993 และได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1999 จนได้รับยกย่องเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีนในเวลาต่อมา และอุทยานภูเขานางฟ้าก็ได้รับความนิยมอย่างมากของทัวร์ฉงชิ่งในปัจจุบัน

2. ไฮไลท์จุดท่องเที่ยว
2.1 ทุ่งหญ้าเขานางฟ้า (Fairy Mountain Prairie)
ทุ่งหญ้าเขานางฟ้า (Fairy Mountain Prairie) เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 300 ตารางกิโลเมตร ที่ทำให้บรรยากาศต่างจากฉงชิ่งโยสิ้นเชิง โดยบริเวณแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตรด้วยกัน ทำให้อากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยอุณภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส


ลักษณะของหุบเขาจะไม่ใช่แค่ทุ่งหญ้าโล่ง ๆ แต่จะเป็นทุ่งหญ้าสลับกับแนวป่าสนมังกร ทำให้ถ่ายรูปออกมาสวยงามทุกมุม เหมาะกับผู้ที่ชอบถ่ายรูปสไตล์มินิมอล และชื่นชอบการชมธรรมชาติ ด้วยบรรยากาศสบาย ๆ และนอกจากนี้ยังมีร้านของฝากและของทานเล่นให้ได้แวะเลือกซื้ออีกด้วย

2.2 เส้นทางชมวิว “Ecological Road” และรถไฟเล็ก
เส้นทางชมวิว (Ecological Road) เป็นเส้นทางถูกออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติ โดยตัดผ่านพื้นที่หลัก ๆ คือ ทุ่งหญ้า (Prairie) และ เขตป่าสน (Forest Area) ถนนสายนี้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถชมวิวที่สวยที่สุดในฉงชิ่ง ทางถนนจะมีความคดเคี้ยวเลาะไปตามสันเขา ทำให้คุณเห็นวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา สลับไปมาระหว่างทุ่งหญ้าสีเขียวและแนวป่าสนที่หนาทึบ และในช่วงที่มีหมอกลง เส้นทางนี้จะดูเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซี

โดยจะต้องทำการซื้อบัตรรถรางเพื่อไปชม ราคาจะอยุ่ที่ประมาณท่านละ 25 หยวน (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง) โดยตั๋วใบนี้ จะต้องเก็บไว้เพื่อทำการแสดงให้แก่เจ้าหน้าที่ตอนขึ้นรถราง

รถไฟเล็ก ทำหน้าที่รับส่งนักท่องเที่ยวจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหลัก (Visitor Center) เข้าสู่ใจกลางของทุ่งหญ้าเขานางฟ้า โดยเป็นรถไฟเป็นขบวนขนาดเล็ก จะวิ่งเป็นรอบๆ ไปตามเส้นทางที่กำหนด โดยจะมีจุดจอด (Stop Stations) ให้ลงไปถ่ายรูปหรือทำกิจกรรมในจุดหลักๆ เช่น โซนขี่ม้า หรือโซนสไลเดอร์

3. วิธีการเดินทาง
พิกัด : Google Maps
1. รถไฟความเร็วสูง (รวดเร็วและสะดวกที่สุด)
- เส้นทาง: ขึ้นรถไฟจากสถานีฉงชิ่งเหนือ (Chongqing North Railway Station) ไปลงที่ สถานีอู่หลง (Wulong Railway Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง เมื่อถึงอู่หลงจากสถานีรถไฟ คุณสามารถนั่งรถแท็กซี่ไปที่สถานีขนส่งอู่หลง (Wulong Coach Station) หรือจุดขึ้นรถบัส เพื่อต่อรถมินิบัสหรือรถรับส่งท้องถิ่นขึ้นไปยังอุทยานภูเขานางฟ้า

2. รถบัสโดยสาร
- เส้นทาง: ขึ้นรถบัสจากสถานีขนส่งในเมืองฉงชิ่ง (เช่น สถานี Sigongli Transportation Hub) ไปยังสถานีขนส่งอู่หลง (Wulong Coach Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 – 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร เมื่อถึงอู่หลง ต่อรถบัสหรือรถตู้ท้องถิ่นที่วิ่งตรงไปยังทางเข้าอุทยาน

4. ควรเที่ยวช่วงไหนดี
| ฤดูกาล/ช่วงเดือน | บรรยากาศ | ข้อดี |
| ช่วงฤดูหนาว (ปลายเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์) | ทั้งอุทยานจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เหมือนยุโรป มี และกิจกรรมต่างๆ เช่น นั่งรถเลื่อนหิมะ | วิวสวยโรแมนติกมาก และฉงชิ่งเป็นเมืองที่หาหิมะตกตามธรรมชาติได้ยาก การมาที่นี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะได้ชมหิมะ |
| ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) | หิมะเริ่มละลาย ทุ่งหญ้าเริ่มกลับมาเขียวขจี และจะมีดอกไม้ป่าหลายชนิดเริ่มผลิดอก | อากาศเย็นสบายกำลังดี ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเล่น ปิกนิก หรือขี่ม้าชมทุ่งหญ้า |
| ช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) | ในขณะที่ตัวเมืองฉงชิ่ง มีอากาศร้อนจัด แต่อุทยานภูเขานางฟ้ากลับมีอุณหภูมิเฉลี่ยเพียง 20-24 องศาเซลเซียสเท่านั้น | อากาศเย็นสบาย สดชื่น เป็นที่พักผ่อนตากอากาศชั้นดีของคนท้องถิ่น |
| ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) | อากาศเริ่มเย็นลง และต้นไม้จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและส้ม | ถ่ายรูปสวยมาก ได้บรรยากาศความเงียบสงบและทิวทัศน์ที่แปลกตาไปจากช่วงอื่น |

5. ค่าเข้าชมและเวลาเปิดทำการ
อุทยานแห่งนี้เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตลอดทั้งปี ส่วนรถไฟเล็ก (Small Train) ให้บริการถึงเวลา 17:30 น. เท่านั้น
- ตั๋วผู้ใหญ่ 50 หยวน (ประมาณ 250 บาท)
- ตั๋วผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): ฟรี
- ตั๋วเด็ก สูงไม่เกิน 120 ซม. หรืออายุไม่เกิน 6 ปี เข้าฟรี
- รถไฟเล็ก (Small Train):25 หยวน (ประมาณ 125 บาท)
- เป็นตั๋วแบบ Unlimited นั่งวนได้ไม่จำกัดรอบตลอดวัน
- Treetop Walk (ทางเดินเหนือยอดไม้): ประมาณ 80 หยวน (ประมาณ 400 บาท)

สรุป
อุทยานเขานางฟ้า คือนิยามของคำว่า “พักผ่อน” อย่างแท้จริง อุทยานแห่งนี้ครบถ้วนทั้งยอดเขาและทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา ที่นี่ให้บรรยากาศแบบยุโรปในราคาที่ีไม่สูงนัก ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูปที่อยากได้ช็อตคู่กับรถไฟสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ หรือสายครอบครัวที่อยากพาผู้สูงอายุมาสูดอากาศบริสุทธิ์โดยไม่ต้องเดินเหนื่อยมาก อุทยานแห่งนี้ก็ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ใครที่สนใจ สามารถแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

