หากใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และชื่นชอบงานศิลปะ ทัวร์จีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่แนะนำเลย โดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำนั่นก็คือ ผาหินแกะสลักต้าจู๋ (Dazu Rock Carvings) ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวที่ฉงชิ่ง นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO อีกด้วย ในบทความนี้จะแนะนำให้รู้จักกับผาหินแกะสลักต้าจู๋ ในบริเวณภูเขาเป่าติ่ง ซึ่งถือเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว พร้อมแล้วก็ไปเริ่มอ่านกันได้เลย
1. ภาพรวม
ผาหินแกะสลักต้าจู๋ตั้งอยู่ในเขตต้าจู๋ ห่างจากตัวเมืองฉงชิ่งประมาณ 2 ชั่วโมง เป็น 1 ใน 8 งานแกะสลักพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 1999 โดยภายในผาหินแห่งนี้ จะประกอบไปด้วยรูปแกะสลักหินมากกว่า 50,000 ชิ้น และอักษรจีนกว่า 100,000 ตัว ที่กระจายตัวอยู่ตามหน้าผาและหุบเขากว่า 75 จุด สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 7 จนถึงศตวรรษที่ 14 สมัยราชวงศ์ถังและซ่งของจีน โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์ซ่ง ซึ่งเป็นยุคทองของงานศิลปะที่นี่ โดยการแกะสลักเริ่มขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณปี ค.ศ. 650) โดยเริ่มต้นที่บริเวณภูเขาเป่ยซาน (Beishan) การแกะสลักหินประเภทนี้เรียกอีกอย่างว่า การแกะสลักแบบโมยา ซึ่งหมายถึงเทคนิคการแกะสลักรูปปั้นลงบนหน้าผาโดยตรง

ภาพสลักบนหินไม่เพียงแต่แสดงถึงพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพที่เกี่ยวข้องกับลัทธิเต๋าและลัทธิขงจื๊ออีกด้วย โดยภาพแกะสลักเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่และแสดงความเคารพต่อบุคคลสำคัญทางศาสนา และแสดงให้เห็นถึงชีวิตประจำวันในประเทศจีน การเดินชมภาพสลักเหล่านี้จะทำให้ได้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นทางสังคมต่างๆ เรื่องราวในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว และความรักด้วย


2. ไฮไลท์สำคัญของภูเขาเป่าติ่ง
ภาพสลักหินในเขตต้าจูตั้งอยู่บนภูเขาห้าลูก แต่ละลูกมีถ้ำเล็กๆ กระจายอยู่ แต่ทั้งหมดถือเป็นส่วนหนึ่งของผาหินแกะสลักหินต้าจู๋ โดยจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปชมมากที่สุดคือ ภูเขาเป่าติ่ง (Baodingshan) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองต้าจูไปทางทิศเหนือ 15 กิโลเมตร ได้รับการออกแบบโดยจ้าว จื้อเฟิง ซึ่งรวบรวมงานแกะสลักพุทธศาสนาที่สมบูรณ์ที่สุด จะได้เห็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ งานแกะสลักที่เล่าเรื่องนรก-สวรรค์ และภาพสะท้อนชีวิตผู้คนในยุคโบราณได้อย่างละเอียด โดยจุดที่เป็นไฮไลท์ของภูเขาเป่าติ่งจะมีดังนี้
2.1. พระพุทธรูปปางไสยาสน์ (The Giant Reclining Buddha)
ไฮไลท์สำคัญของที่ผาหินแกะสลักต๋าจู๋เลยก็ว่าได้ จะเป็นรูปสลักพระนอนขนาดใหญ่ที่มีความยาวประมาณ 102 ฟุต โดยสลักให้เห็นเพียงช่วงครึ่งบนของร่างกายเท่านั้น สื่อถึงการปรินิพพานของพระศากยมุนีโดยมีพระโพธิสัตว์ที่เป็นสักขีพยานรอบๆ โดยเป็นกลุ่มพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างเฉพาะเจาะจง และได้รับการจัดวางไว้อย่างประณีตบริเวณเบื้องหน้าองค์พระพุทธรูป เชื่อกันว่ารูปสลักผู้ไว้อาลัยองค์แรกสุดนั้นคือตัวแทนของเจ้าจื้อเฟิง ผู้สร้างวัดเป่าติ่งซานแห่งนี้

2.2. พระโพธิสัตว์กวนอิมพันมือ (Thousand-Hand Avalokiteshvara)
ถือเป็นหนึ่งในงานแกะสลักที่วิจิตรบรรจงที่สุดในจีน เป็นงานแกะสลักที่มีขนาดสูง 8 เมตร กว้าง 13 เมตร มีความโดดเด่นที่รูปแกะสลัก ถูกปิดทองทั่วองค์ มีมือแตกแขนงออกมานับพันมือที่แผ่ออกมาเป็นลักษณะเหมือนพัด ซึ่งแต่ละมือยังถืออาวุธหรือสิ่งของที่แตกต่างกันไปอีกด้วย โดยงานแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมพันมือนี้ ได้ผ่านการบูรณะด้วยทองคำเปลวแท้นับล้านแผ่นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้มีความสวยงามสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก จึงเป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดจุดหนึ่งเลย

2.3. ภาพสังสารวัฏ (The Wheel of Life)
เป็นการสลักภาพของพญายมราช (Demon of Impermanence) ที่กำลังกำวงล้อแห่งการเวียนว่ายตายเกิดไว้ในมือ ซึ่งจะอธิบายเรื่องวงจรชีวิตของสัตว์โลก ทั้งนรก เปรต เดรัจฉาน อสุรกาย มนุษย์ และสวรรค์ เพื่อสอนให้ชาวบ้านที่ไม่รู้หนังสือให้เข้าใจถึงหลักกรรมและผลของการกระทำนั่นเอง โดยภาพแกะสลักนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงภพภูมิแห่งกาลเวลาที่แตกต่างกัน โดยด้านบนเหนือพญายมราชคือสรวงสวรรค์อันเป็นที่สถิตของพระพุทธเจ้าสามกาล (อดีต ปัจจุบัน และอนาคต) ซึ่งแทนด้วยผู้ตรัสรู้สามองค์ที่ประทับอยู่บนดอกบัว ส่วนภายในวงล้อนั้นปรากฏภาพภพภูมิแห่งการเวียนว่ายตายเกิดต่างๆ ภพภูมิหนึ่งในหกภพที่ปรากฏอยู่ในวงล้อคือเทวโลกหรือที่อยู่ของเทพยดา ซึ่งแสดงให้เห็นผ่านภาพของวิมาน อีกภพภูมิหนึ่งคืออสูรหรือ “ยักษ์” ซึ่งเป็นเทพที่มีหลายแขนและหลายเศียร อันเป็นตัวแทนของความโกรธแค้น ความเห็นแก่ตัว หรือความกระหายในอำนาจตามธรรมชาติของมนุษย์ การเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานถือเป็นหนึ่งในทุคติภูมิทั้งสี่ เช่นเดียวกับนรก เปรต และอสูร แม้การเกิดเป็นมนุษย์จะไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับการได้ไปเกิดในเทวโลก แต่การเกิดเป็นมนุษย์ก็นับว่าดีกว่า เพราะมนุษย์สามารถสร้างกุศลกรรมและหลีกเลี่ยงบาปกรรมได้ง่ายกว่าการไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน อสูร หรือเปรต

2.4. พระพุทธรูปองค์กลาง (Central Buddha)
พระพุทธรูปองค์กลางจะอยู่ในลักษณะประทับยืน พระหัตถ์ซ้ายหงายขึ้นบริเวณหน้าพระอุระเพื่อประคองบาตร ส่วนพระหัตถ์ขวายกขึ้นในปางประทานโอวาท มีรัศมีแผ่ออกมาจากพระอุณาโลมหรือดวงตาที่สาม ในขณะที่พระองค์เผยพระโอษฐ์เพื่อแสดงธรรม บริเวณด้านหน้าองค์พระพุทธรูปในระดับสายตามีจารึกขนาดยาวที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิสามพระองค์ก่อนหน้า โดยขนาบข้างด้วยข้อความว่า “มีเพียงกระดูกทองคำของพระศาสดาของเราเท่านั้นที่ยังคงอยู่ และ (แม้) จะผ่านการเผาไฟมาถึง 100 ครั้ง สีสันก็ยังคงสดใส” คำว่ากระดูกทองคำนี้หมายถึงพระธาตุ หรือพระบรมสารีริกธาตุนั่นเอง

3. เวลาทำการ
จุดชมหลักอย่างภูเขาเป่าติ่ง (Baodingshan) มีเวลาทำการมาตรฐานดังนี้
- เวลาทำการปกติ: โดยทั่วไปเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08:30 – 18:00 น. (ประตูมักปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายช่วงเวลาประมาณ 17:00 น.)
- เวลาปิดจำหน่ายบัตร: ประมาณ 16:00 – 17:00 น. (ควรไปถึงก่อน 16:00 น. เพื่อให้มีเวลาเดินชมเพียงพอ)
เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามฤดูกาลหรือประกาศของอุทยาน หากเดินทางไปในช่วงวันหยุดยาวของจีน แนะนำให้เช็คเวลาเปิด-ปิดอีกครั้งก่อนเดินทาง
4. ช่วงที่น่าเที่ยวและช่วงที่ควรหลีกเลี่ยง
4.1. ช่วงเวลาแนะนำ
- ฤดูใบไม้ผลิ (กลางเดือนมีนาคม – พฤษภาคม): เป็นช่วงที่อากาศกำลังสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส ไม่ร้อนเกินไปและไม่หนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินชมสถานที่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ
- ฤดูใบไม้ร่วง (กลางเดือนกันยายน – พฤศจิกายน): เป็นช่วงที่อากาศแห้งและเย็นสบาย คล้ายกับช่วงปลายปีของประเทศไทยแต่มีความเย็นกว่า ท้องฟ้าจะโปร่งใส ทำให้มองเห็นรายละเอียดงานแกะสลักหินได้ชัดเจน และยังเป็นช่วงที่ ไม่ค่อยมีฝนตกหนักเหมือนช่วงต้นปีอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหน้างานในช่วงนั้นๆ ด้วย
4.2. ช่วงที่ควรหลีกเลี่ยง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): ฉงชิ่งในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 35-40 องศาเซลเซียส การเดินชมผาหินกลางแจ้งท่ามกลางแดดจ้าจะทำให้เด็กเล็กเพลียได้ง่ายมากและมีความเสี่ยงเรื่องฮีทสโตรก
- ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์): อากาศจะหนาวเย็นและมักมีหมอกหนาจัด ซึ่งอาจทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นงานแกะสลักลดลง และทำให้การเดินทางไป-กลับลำบากขึ้นอีกด้วย
- ช่วงวันหยุดยาวของจีน (Golden Week): ได้แก่ ช่วงวันแรงงาน (1-5 พฤษภาคม) และวันชาติจีน (1-7 ตุลาคม) คนจะมหาศาลมาก การรอคิวเข้าชมและการเดินทางจะล่าช้าและวุ่นวาย ซึ่งไม่เหมาะกับการพาเด็กเล็กไปอย่างยิ่งครับ
- เทศกาลตรุษจีน (ช่วงมกราคมหรือกุมภาพันธ์): ผู้คนชาวจีนมากมายจะเดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด จึงทำให้ระบบขนส่งสาธารณะทุกอย่างจะเต็มแน่น ร้านค้าและร้านอาหารหลายแห่งปิดทำการ
5. วิธีการเดินทาง
วิธีการเดินทางไปยังผาหินแกะสลักต้าจู๋ที่สะดวกที่สุด คือ การนั่งรถไฟความเร็วสูงจากสถานีรถไฟฉงชิ่ง (Chongqing North หรือ Chongqing West) ไปยัง สถานีต้าจู (Dazu South Station) ใช้ระยะเวลาประมาณ 30-40 นาที แนะนำให้วางแผนเดินทางแต่เช้าเพื่อเลี่ยงคนเยอะและเผื่อเวลาขากลับ เพราะรถบัสรอบสุดท้ายมักหมดช่วงเย็น
สรุป
ผาหินแกะสลักต้าจู๋ นับเป็นจุดหมายสำคัญที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และงานศิลปะ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางมาเที่ยวเมืองฉงชิ่งเลยก็ว่าได้ ใครที่สนใจเที่ยวเมืองฉงชิ่ง สามารถแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

