รีวิวทัวร์ฉงชิ่ง อู่หลง ฝูหลิง ต้าจู๋ 6 วัน 4 คืน

แชร์บทความนี้

หากใครที่กำลังมองหาทัวร์จีนที่ได้ทั้งวิวอลังการและบรรยากาศของเมืองที่ล้ำสมัย ฉงชิ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรพลาดเลย ด้วยความโดดเด่นของภูมิประเทศทั้งหุบเขา ตึกสูง ผสมผสานความความล้ำสมัยกับเสน่ห์แบบจีนดั้งเดิมเข้าด้วยกัน ให้ฟีลแปลกตาไม่เหมือนที่ไหน และบรรยากาศกลางคืนสวยสะกดตา โดยเฉพาะแสงไฟริมแม่น้ำที่โรแมนติกสุดๆ ซี่งบทความนี้จะพาไปดูว่าทัวร์ฉงชิ่งมีอะไรน่าเที่ยว น่ากิน และน่าประทับใจบ้างดูรีวิวนี้ก่อนได้เลย

วันที่ 1 ของทัวร์ฉงชิ่ง อู่หลง ฝูหลิง ต้าจู๋ 6 วัน 4 คืน

สนามบินดอนเมือง

สนามบินดอนเมือง (Don Mueang International Airport)

วันแรกของการเดินทางของทัวร์ฉงชิ่ง โดยเราจะเริ่มต้นเดินทางที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งไฟล์ทนี้เราบินกับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เป็นไฟล์ทบินช่วงค่ำโดยจะออกเดินทางเวลา 21.45 น. ทางไกด์ได้ทำการนัดหมายเจอกันที่สนามบินเวลา 18.30 น. เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินจะมีทางเจ้าหน้าที่ส่งทัวร์และไกด์คอยต้อนรับ และทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจกแท็กกระเป๋า และเเจกเอกสารโปรแกรมทัวร์ให้ค่ะ ส่วนเอกสารตม.เข้าจีน ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นแบบออนไลน์แล้ว ซึ่งทางทัวร์ได้ทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อย และหัวหน้าทัวร์ได้ส่งเป็นตัวคิวอาร์โค้ดของแต่ละท่านให้บันทึกลงในโทรศัพท์ไว้ เผื่อทางตม. ขอดู

จากนั้นหัวหน้าทัวร์จะอำนวยความสะดวกพาไปทำการเช็คอิน และโหลดกระเป๋าให้เรียบร้อย หลังจากนั้นต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย และสแกนกระเป๋า ก่อนจะเข้าไปรอในเกท จากเดิมกำหนดการของวันนี้จะออกเดินทางเวลา 21.45 น. แต่ไฟล์ทได้มีการดีเลย์เป็น 22.40 น. จากนั้นรอทางเจ้าหน้าที่สายการบินประกาศขึ้นเครื่องค่ะ

วันที่ 2 ของทัวร์ฉงชิ่ง อู่หลง ฝูหลิง ต้าจู๋ 6 วัน 4 คืน

ท่าอากาศยานนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ยเข้าที่พัก – รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เมืองอู่หลง – รับประทานอาหารกลางวัน – อุทยานเขานางฟ้าอุทยานหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ระเบียงแก้วอู่หลงรับประทานอาหารค่ำ – เข้าที่พัก

สนามบินนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย (Chongqing Jiangbei International Airport)

จากนั้นได้เดินทางมาถึงที่สนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ยเวลาประมาณ 02.30 น. ของอีกวันค่ะ ซึ่งเวลาที่จีนเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง หลังจากลงเครื่องมาทางหัวหน้าทัวร์ได้ให้แวะเข้าห้องน้ำก่อน ถึงจะเข้าด่านตรวจตม. และรับกระเป๋าที่สายพานค่ะ เมื่อผ่านตม. และรับกระเป๋ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เดินเพื่อไปขึ้นรถบัส และมีไกด์ท้องถิ่นที่มารอต้อนรับที่สนามบิน จากนั้นได้เดินทางไปยังโรงแรม ซึ่งจากสนามบินไปยังโรงแรมใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

ทัวร์ฉงชิ่ง ทางออกสนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย
ทางออกสนามบิน

โรงแรม HolidayInn Express

เวลาโดยประมาณ 03.50 น. ได้เดินทางมาถึงที่โรงแรมทำการเช็คอิน หัวหน้าทัวร์ได้ทำการแจกคีย์การ์ดให้เพื่อขึ้นไปพักผ่อน และไกด์ได้ทำการนัดหมายเพื่อที่จะออกเดินทางไปยังเมืองอู่หลงเวลา 07.00 น. และห้องอาหารของโรงแรมจะเปิดให้ทานอาหารเช้าได้เวลา 06.00 น. ซึ่งจะต้องบริหารจัดการเวลาตัวเอง และนำกระเป๋าเดินทางลงมาด้วย เพราะคืนที่ 2 เราจะไปพักโรงแรมที่เมืองอู่หลงกันค่ะ

ห้องนอนเตียงเดี่ยวโรงแรม HolidayInn Express
ห้องนอนเตียงเดี่ยว
ห้องอาบน้ำของโรงแรม HolidayInn Express
ห้องอาบน้ำของโรงแรม
อาหารเช้า แบบบุฟเฟ่ต์ของโรงแรม
อาหารเช้า แบบบุฟเฟ่ต์

เมื่อถึงเวลานัดหมาย และลงมาพร้อมกันครบทุกท่านแล้ว จึงออกเดินทางไปยังเมืองอู่หลง เพื่อที่จะเดินทางไปยังอุทยานเขานางฟ้ากันค่ะ โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงไม่รวมแวะเข้าห้องน้ำ และในระหว่างทางก็ได้มีแวะให้ได้เข้าห้องน้ำประมาณ 10 กว่านาที และออกเดินทางกันต่อค่ะ

จุดแวะพักเข้าห้องน้ำ วิวภูเขามีหมอกหนา
แวะพักเข้าห้องน้ำ

รับประทานอาหารกลางวัน

เวลาประมาณ 10.50 น. หลังจากที่เดินทางมานานได้มาถึงเมืองอู่หลง และก่อนจะขึ้นไปยังอุทยานเขานางฟ้า ได้แวะรับประทานอาหารกลางวัน ที่ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เติมพลังก่อนที่จะไปอุทยานกันค่ะ โดยอาหารที่นี่จะเป็นอาหารพื้นเมืองทั่วไปของที่นี่เลย มีทั้งรสชาติจัดจ้านและไม่จัดจ้าน จะมีความออกมันนิดหน่อย หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางขึ้นไปยังอุทยานเขานางฟ้ากันต่อค่ะ

อาหารพื้นเมืองจีน
อาหารพื้นเมืองจีน

อุทยานเขานางฟ้า (Fairy Maiden Mountain)

จากร้านอาหารใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ซึ่งช่วงที่เรามาจะอยู่ในช่วงฤดูหนาว ระหว่างทางขึ้นไปอุทยานเต็มไปด้วยหิมะ และมีหมอกหนามาก เวลาประมาณ 12.00 น. ก็ได้เดินทางมาถึงยังบริเวณด้านหน้าที่ขึ้นรถรางของอุทยานเขานางฟ้า เมื่อมาถึงแล้วทางไกด์ได้ให้เวลาเข้าห้องน้ำก่อน จากนั้นได้ทำการเเจกตั๋วเพื่อขึ้นรถราง และไปต่อแถวเพื่อขึ้นรถราง ก่อนขึ้นจะต้องเเสดงตั๋วให้เจ้าหน้าที่อุทยานดูตั๋วก่อนนะคะ

อาคารกลางของอุทยาน หมอกหนามาก
อาคารกลางของอุทยาน หมอกหนามาก
ตั๋วขึ้นรถราง
ตั๋วขึ้นรถราง
ภายในของรถราง
ภายในของรถราง

จากนั้นนั่งรถรางเพื่อไปยังจุดที่เป็นลานกว้าง ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่กัน เมื่อมาถึงไกด์ก็จะให้เวลาเดินชม ถ่ายรูปประมาณ 1 ชั่วโมง และกลับมายังจุดนัดหมายอีกครั้งค่ะ ซึ่งที่นี่เป็นอีกหนึ่งอุทยานทางธรรมชาติของเมืองอู่หลงที่เป็นอุทยานระดับ 5A ของประเทศจีน เป็นลานสนามหญ้ากว้างๆ ช่วงที่มาจะอยู่ในช่วงฤดูหนาวจะยังมีหิมะเกาะตามต้นไม้ให้ได้ชมอยู่บ้าง แต่บริเวณสนามหญ้าจะไม่มีหิมะ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 องศา แต่อากาศจะค่อนข้างหนาวชื้น และบริเวณพื้นทางเดินไม้จะมีความเเฉะ เวลาเดินทางไปตามทางไม้ อาจจะต้องระวังนิดนึง

ทางเข้าลานสนามกว้าง หิมะปกคลุมต้นไม้
ทางเข้าลานสนามกว้าง

จากนั้นเดินตามทางไม้ลงมาเรื่อยๆ จะเจอลานสนามหญ้ากว้าง ให้เดินเล่น ถ่ายรูปกันค่ะ โดยบริเวณนี้ที่นี่ยังมีจุดบริการให้ถ่ายรูปกับอัลปาก้าอีกด้วย แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และร้านน้ำ กาแฟ ขนม ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว

สนามหญ้าลานกว้างของอุทยานเขานางฟ้า
สนามหญ้าลานกว้าง
มีหิมะปกคลุมต้นไม้นิดหน่อย
มีหิมะปกคลุมต้นไม้นิดหน่อย
ร้านค้า ร้านอาหารภายในอุทยาน
ร้านค้า ร้านอาหาร

เมื่อถึงเวลานัดหมาย ทุกท่านมาพร้อมกันหมดแล้ว เราก็จะนั่งรถรางสีแดงเหมือนเดิม ก่อนขึ้นจะต้องแสดงตั๋วที่ได้ในตอนแรกให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานอีกครั้งเพื่อนั่งรถรางชมวิวรอบๆ ของอุทยานเขานางฟ้ากัน

รถรางสีแดง
รถรางสีแดง

โดยเจ้าหน้าที่จะขับช้าๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำชมธรรมชาติทั้ง 2 ข้างทาง บอกเลยว่าช่วงที่ไปมีหิมะปกคลุมต้นไม้และพื้นดินอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ทั้ง 2 ข้างทางสวยงามมากๆ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

วิวข้างทาง มีหิมะปกคลุม
วิวข้างทาง มีหิมะปกคลุม
วิวข้างทาง
วิวข้างทาง

โดยรถรางจะมาส่งตรงทางออก ซึ่งตรงนี้จะมีห้องน้ำไว้คอยบริการ และมีร้านค้า ของกินทั้ง 2 ฝั่งให้ได้เลือกซื้อทานกันได้ค่ะ เดินออกมาไม่นานถึงที่จอดรถบัสและออกเดินทางไปยังอุทยานหลุมฟ้ากันต่อค่ะ

อุทยานหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Wulong Three Natural Bridges)

เดินทางไม่นานประมาณ 20 กว่านาที ได้เดินทางมาถึงยังบริเวณด้านหน้าทางเข้าอุทยานหลุมฟ้า โดยบริเวณด้านหน้าทางเข้าก็จะมีทานฟอร์เมอร์ยักษัตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าให้ได้ถ่ายรูปก่อนจะเข้าไปด้านในกันค่ะ จากนั้นไกด์ก็ได้ทำการแจกตั๋วเข้ายังอุทยานให้

บริเวณด้านหน้าทางเข้าอุทยานหลุมฟ้า
บริเวณด้านหน้าทางเข้าอุทยาน
ตั๋วเข้าอุทยาน
ตั๋วเข้าอุทยาน

เมื่อเราเดินผ่านประตูทางเข้ามาแล้วด้านซ้ายมือจะเป็นจุดชมวิวระเบียงแก้วอู่หลง เป็นระเบียงกระจกอยู่บนหน้าผาสูงมาก สามารถมองเห็นวิวด้านล่างไปยังก้นหุบเขาเลยค่ะ โดยมีความสูง 1,200 เมตร และยื่นออกไปจากขอบหน้าผา 11 เมตร

ระเบียงกระจก
ระเบียงกระจก
วิวจากระเบียงกระจกด้านบน
วิวจากด้านบน

หลังจากชมวิวที่ระเบียงกระจกแล้ว เราต้องเดินเลียบหน้าผาตามทางเดินไปเรื่อยๆ ระยะทางประมาณ 800 เมตร เดินสักพักจะถึงตรงที่ลงลิฟต์แก้ว เมื่อถึงแล้วจะต้องต่อแถวเพื่อให้เจ้าหน้าที่นับจำนวนนักท่องเที่ยวให้ไปขึ้นลิฟต์ค่ะ ลิฟต์แก้วที่นี่ จะเป็นลิฟต์แก้วริมผาที่สามารถหมุนได้ 360 องศา สามารถดูวิวพร้อมๆกันลงลิฟต์ได้ค่ะ

ทางเดินเลียบเขา
ทางเดินเลียบเขา
ลิฟต์แก้วลงไปด้านล่าง
ลิฟต์แก้วลงไปด้านล่าง

เมื่อลงลิฟต์แก้วมาแล้ว ทางไกด์จะนัดเวลาอีกครั้ง ซึ่งจะไปเจอกันตรงทางออกอีกทีเวลาประมาณ 17.00 น. ให้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นเราก็เดินกันต่อค่ะ จากตรงลิฟต์แก้วมาตรงนี้เราจะต้องเดินลงบันได เดินลงอย่างเดียว บันไดมีประมาณ 400 ขั้น แต่สำหรับใครเดินไม่ไหว ก็สามารถใช้บริการคนเเบกเสลี่ยงได้ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 200-600 หยวน แล้วเเต่ระยะยทางค่ะ

วิวลิฟต์แก้วจากด้านล่าง สูงมาก
วิวด้านล่าง สูงมาก
มีบริการหาบ
มีบริการหาบ
บันไดที่ต้องเดินลงมา
บันไดที่ต้องเดินลงมา

หลังจากที่เดินลงบันไดมาแล้วจะต้องเดินตามทางไปเรื่อยๆ โดยที่นี่มีระยะทางประมาณ 3-4 กิโล เดินไปสักพักจะเจอจุดถ่ายรูป ที่เป็นโพรงทะลุเหมือนกับสะพานทอดข้ามระหว่างภูเขา บอกเลยว่าของจริงสูงและอลังการมาก

โพรงหุบเขา
โพรงหุบเขา

จากจุดนี้ใกล้ๆกัน จะเห็นเป็นโรงเตี๊ยมตั้งอยู่กลางหุบเขา สำหรับใครที่อยากจะเห็นวิวมุมสูงของโรงเตี๊ยมจะต้องเดินขึ้นบันไดมาอีกค่ะ และจุดนี้เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกับโรงเตี๊ยมท่ามกลางหุบเขา บอกเลยว่าดูวิวจากด้านบนสวยงามมากค่ะ จากนั้นเราได้เดินลงกลับมาเพื่อเข้าไปยังโรงเตี๊ยมกันค่ะ ซึ่งด้านในจะมีของฝาก ของที่ระลึกจำหน่าย และนอกจากนี้ยังมีร้านเช่าชุดจีนถ่ายรูปอีกด้วย

โรงเตี๊ยมมุมสูง
โรงเตี๊ยมมุมสูง
ภายในโรงเตี๊ยม
ภายในโรงเตี๊ยม
มีร้านเช่าชุด
มีร้านเช่าชุด

จากนั้นเดินไปเรื่อยๆไม่นาน จะเจอหุ่นยนต์ทรานฟอร์เมอร์ส ที่ภาพยนตร์ทรานฟอร์เมอร์สได้มาถ่ายทำที่ตรงนี้ค่ะ เดินไปอีกนิดจะเจอจุดที่เป็นโพรงทะลุที่มีลักษณะเหมือนกับดาบ จุดนี้เป็นอีกจุดที่นิยมถ่ายรูปทำท่าทางเหมือนถือดาบค่ะ แต่ละจุดก็จะมีบริการถ่ายรูปให้ด้วย แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

บริเวณที่หนังทรานฟอร์เมอร์สมาถ่ายทำ
บริเวณที่หนังทรานฟอร์เมอร์สมาถ่ายทำ
หลุมเขาลักษณะเหมือนดาบ
หลุมเขาลักษณะเหมือนดาบ
หน้าผามีลักษณะคล้ายคิงคอง
หน้าผามีลักษณะคล้ายคิงคอง

เดินไปสักพักใหญ่ๆ หากเจอกับเรือที่อยู่ในบึงมรกต เเสดงว่าใกล้จะถึงทางออกแล้วค่ะ จุดนี้เป็นบึงมรกตที่มีน้ำไหลลงมารวมกันที่บึงและมีเรือโบราณสมัยก่อนอยู่ลำนึง แถมยังมีปลาเวียนว่ายอยู่ในน้ำพอให้ได้ชมความงามอยู่บ้างค่ะ

เรือจีนสมัยดั้งเดิม
เรือจีนสมัยดั้งเดิม

จากนั้นเดินตามทางเดินมาเรื่อยๆ จะเจอกับป่าสน ตรงนี้มีร้านขายของฝาก ของกิน และมีห้องน้ำให้เข้าก่อนจะเดินออกไปด้วย เมื่อเดินผ่านจุดนี้ไปยังต้องเดินไปอีกสักพัก เดินไปเรื่อยๆจะเจอกับทางออก

ร้านขายของฝาก
ร้านขายของฝาก

พอมาถึงตรงนี้ไกด์จะเเจกตั๋วให้เพื่อขึ้นรถกอล์ฟกลับขึ้นไปด้านบน ราคานี้จะรวมในค่าทัวร์เรียบร้อยแล้ว หรือสำหรับใครที่ไม่ซื้อก็จะต้องเดินขึ้นไป ระยะทางจากตรงนี้ก็ไกลพอสมควร หลังจากที่เดินในอุทยานหลุมฟ้ามาหลายกิโลแล้ว แนะนำให้ซื้อตั๋วขึ้นรถกอล์ฟจะดีกว่าค่ะ โดยรถกอล์ฟจะไปส่งเรายังจุดขึ้นรถอุทยาน เราจะต้องนั่งรถของอุทยานกลับลงไปอีกที โดยใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที

ตั๋วขึ้นรถกอล์ฟ
ตั๋วขึ้นรถกอล์ฟ
รอขึ้นรถกอล์ฟขึ้นไปด้านบน
รอขึ้นรถกอล์ฟขึ้นไปด้านบน

รับประทานอาหารค่ำ

หลังจากที่รถบัสของอุทยานมาส่งเราถึงที่แล้ว จากนั้นถึงเวลารับประทานอาหารค่ำกันแล้วค่ะ อาหารมื้อนี้เป็นอาหารจีนพื้นเมืองเหมือนเดิมค่ะ โดยจะเเบ่งนั่งทานอาหารโต๊ะละ 10 ท่าน ใครทานข้าวไม่อิ่มสามารถขอเพิ่มได้

อาหารพื้นเมือง
อาหารพื้นเมือง

โรงแรม Yuzhu Garden Hotel

หลังจากที่ได้รับประทานอาหารค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้เดินทางกลับเข้าที่พักกันค่ะ โดยคืนนี้เราพักอยู่ที่โรงแรม Yuzhu Garden Hotel ในเมืองอู่หลง เดินทางถึงที่พักประมาณเวลา 19.40 น. จากนั้นไกด์แจกคีย์การ์ดให้และขึ้นไปพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลย

ห้องนอนของโรงแรม Yuzhu Garden Hotel
ห้องนอน
ห้องน้ำของโรงแรม
ห้องน้ำของโรงแรม

วันที่ 3 ของทัวร์ฉงชิ่ง อู่หลง ฝูหลิง ต้าจู๋ 6 วัน 4 คืน

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม – เมืองฝูหลิง – 816 ฐานวิศวกรรมนิวเคลียร์ – รับประทานอาหารกลางวัน – หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน – เมืองฉงชิ่ง – รับประทานอาหารค่ำ – เข้าที่พัก

รับประทานอาหารเช้า

เช้าของวันที่ 3 ไกด์นัดเจอกันที่ล็อบบี้เพื่อที่จะออกเดินทางเวลา 08.00 น. และเวลาประมาณ 07.00 น. เราก็ได้ลงมารับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นเมืองเเบบบุฟเฟ่ต์สามารถเลือกทานได้ตามอัธยาศัยเลย นอกจากนี้ยังมีขนม นม กาแฟให้ได้ทานด้วย หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เราจะต้องนำกระเป๋าเดินทางลงมาด้วย เพราะว่าจะต้องไปเที่ยวที่เมืองฝูหลิงกันต่อ

จากนั้นเดินทางไปยังเมืองฝูหลิงเพื่อไปยัง 816 ฐานวิศวกรรมนิวเคลียร์ โดยใช้้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 กว่านาที

อาหารเช้าที่โรงแรม
อาหารเช้าที่โรงแรม

816 ฐานวิศวกรรมนิวเคลียร์ (816 Nuclear Military Plant)

หลังจากเดินทางมาถึงที่อาคารทำการแล้ว ไกด์ก็จะให้เวลาเข้าห้องน้ำเรียบร้อยก่อน จากนั้นเราจะต้องนั่งมินิบัสเพื่อเดินทางไปยังปากอุโมงค์ของฐานวิศกรรมนิวเคลียร์อีกทีค่ะ เมื่อมาถึงแล้วทางเข้าจะอยู่ฝั่งตรงข้ามเราจะต้องเดินลงบันไดลอดใต้ดินข้ามไปยังอีกฝั่งถนนอีกที จากนั้นจะต้องนั่งรถทหารเข้าไปด้านในอุโมงค์อีกทีค่ะ

อาคารทำการกลาง 816
อาคารทำการกลาง
นั่งรถมินิบัสไปยังปากอุโมงค์
นั่งรถมินิบัสไปยังปากอุโมงค์
อุโมงค์ทางเข้า 816
อุโมงค์ทางเข้า

จากจุดนี้จะต้องเดินตามทางเท้าไปเรื่อยๆ จะเจอทางเข้าที่เป็นห้องจัดนิทรรศการอีกทีค่ะ โดยไกด์จะนัดเวลาให้เวลาเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องไปเจอกันตรงทางออกที่นัดหมายอีกทีค่ะ และก่อนที่จะเข้าไปด้านในตรงนี้จะมีให้ถ่ายรูปกับนิวเคลียร์ฟรีอีกด้วย ถ้ารูปสวยก็สามารถซื้อกลับไปได้ โดยสามารถดูรูปได้บริเวณทางออก

เข้าไปที่แรกจะเป็นห้องจัดนิทรรศการ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมา อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้สร้างในช่วงสมัยนั้น การเดินชมที่นี่เราจะต้องเดินขึ้นบันได และลงบันไดเพื่อชมห้องต่างๆภายในอุโมงค์ และเดินตามทางไปเรื่อยๆ ภายในอุโมงค์จะมีความสลัวๆนิดนึง และข้างในจะมีลมเย็นๆพัดตลอด

ห้องนิทรรศการ
ห้องนิทรรศการ

เดินมาเรื่อยๆ จะเจอกับห้องกระทะก้นเตาปฏิกรณ์ จากนั้นจะต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 8 ชั้น จะเจอกับห้องห้องควบคุมการสังเกต ในห้องมีเครื่องมือประมาณพันกว่าเครื่องมือ จากนั้นเดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ ทางเป็น one way มีป้ายบอกทางตลอด จากนั้นเราจะเจอกับห้องที่เป็นห้องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ในห้องจะเป็นไฟเขียว และจะมีแท่งเล็กๆอยู่ตรงกลางฐานปฏิกรณ์

ห้องกระทะก้นเตาปฏิกรณ์
ห้องกระทะก้นเตาปฏิกรณ์
ห้องควบคุมการสังเกต
ห้องควบคุมการสังเกต
ห้องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ห้องปฏิกรณ์นิวเคลียร์

จากนั้นเราเดินออกมาตามทางจะเจออุโมงค์ไฟที่เปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ คล้ายกับอุโมงค์เลเซอร์ เดินมาสักพักจะเจอกับร้านที่ขายเครื่องดื่มต่างๆ ถ้าเจอจุดนี้ใกล้จะถึงทางออกแล้ว เดินมาเรื่อยๆไม่ไกลจะมีร้านรูปทีสำหรับใครที่ได้ถ่ายรูปตอนแรก สามารถดูรูปและซื้อกับไปได้ แต่ถ้ารูปไม่สวยได้เป็นรูปเล็กมาค่ะ

อุโมงค์ไฟเปลี่ยนสี
อุโมงค์ไฟ
ร้านที่ขายเครื่องดื่มต่างๆ
ร้านที่ขายเครื่องดื่มต่างๆ

จากร้านรูปก็ต้องเดินออกมาตามทางเดินมาเรื่อยๆ และข้ามไปยังอีกฝั่งที่เรามาเพื่อขึ้นรถมินิบัสกลับอีกทีค่ะ จากนั้นเราจะเดินทางเผื่อไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารกันต่อค่ะ

รับประทานอาหารกลางวัน

ใช้เวลาเดินทางมายังร้านอาหารประมาณ 30 นาทีก็เดินทางมาถึงที่ร้าน โดยอาหารกลางวัน วันนี้เป็นอาหารพื้นเมืองแบบโต๊ะจีนเหมือนเดิม แต่มื้อนี้ไกด์แสดงฝีมือได้ทำลาบ และมีน้ำพริกจากไทยให้ได้ทานกันด้วย หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เดินทางไปยังหุบเขารอยเเยกอู่หลิงซานกันต่อ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 5 นาที เพราะอยู่ใกล้กับร้านอาหารมากค่ะ

อาหารกลางวันที่ร้านอาหาร
อาหารกลางวันที่ร้านอาหาร

หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน (Wuling Mountain Great Rift Valley) 

เมื่อเดินทางมาถึงยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของหุบเขารอยแยกอู่หลงซานแล้ว เราจะต้องนั่งรถบัสของอุทยานเข้าไปอีกทีเพื่อที่จะไปนั่งกระเช้าลงไปด้านล่าง เมื่อมาถึงยังที่จอดรถบัสของอุทยานแล้วเราจะต้องเดินลงบันได และลงเขาอีกนิดหน่อยเพื่อไปยังอาคารที่ขึ้นกระเช้า โดยกระเช้าขาลงจะเป็นกระเช้าเล็ก สามารถนั่งได้ 4 ท่าน กระเช้าที่นี่จะรันอยู่ตลอดเวลาเราจะต้องรีบขึ้นทีละคน โดยจะใช้เวลานั่งประมาณ 15 นาที กระเช้าจะค่อยๆลงช้า ให้ได้ชมวิวหุบเขาโดยรอบๆ

โมเดลจำลองหุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน
โมเดลจำลองหุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน
รถบัสอุทยาน
รถบัสอุทยาน
นั่งกระเช้าลงด้านล่าง
นั่งกระเช้าลงด้านล่าง

หลังจากนั่งกระเช้าลงมาแล้วจะต้องนั่งรถกอล์ฟของอุทยานเข้าไปนานในอีกทีค่ะ จากจุดรับส่งรถกอล์ฟไกด์จะให้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เจอกันที่จุดนัดพบที่อาคารกลางทางออกอีกที โดยที่นี่มีระยะทางประมาณ 3 กิโลกว่า เราจะต้องเดินตามทางไปเรื่อยๆ ทั้ง 2 ข้างทางเป็นหุบเขา และเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม เดินมาสักพักจะเจอกับจุดศูนย์กลาง มีร้านค้า ร้านของฝาก และห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยว

เดินตามทางไปเรื่อยๆ
เดินตามทางไปเรื่อยๆ
จุดเเวะพัก ก่อนจะเข้าไปหุบเขา
จุดเเวะพัก ก่อนจะเข้าไปหุบเขา

จากตรงนี้เราจะต้องเดินเลียบทางเดินของหุบเขารอยแยกไปเรื่อยๆ บอกเลยว่าข้างในหุบเขาอากาศเย็นมากก เดินไปเรื่อยๆ จะเห็นเป็นรอยแยกของหุบเขาที่สูง และมีรูปร่างลักษณะสวยงามต่างกันออกไป โดยรอยแยกยักษ์ที่นี่เกิดจากการแตกแยกของเปลือกโลกเมื่อ 250 ล้านปีก่อน ของจริงสวยอลังการมาก เดินได้สักพักจะมีป้ายบอกว่าหากมาช่วงเดือนไหน เวลาไหน ถึงจะเจอแสงแดดส่องลอดระหว่างหุบเขาแบบนี้ๆ ซึ่งช่วงที่เราไปไม่เจอแสงแดดส่องลอดหุบเขาเลย

ทางเดินเลียบหุบเขา
ทางเดินเลียบหุบเขา
ป้ายบอกวันเวลาที่แสงแดดส่อง
ป้ายบอกวันเวลาที่แสงแดดส่อง
หุบเขารอยแยก
หุบเขารอยแยก
หุบเขารอยแยก สูงมาก
หุบเขารอยแยก สูงมาก

เดินชมหุบเขาไปสักพักเจ้ามีเจ้าหน้าที่ ที่คอยยืนถ่ายรูปให้เรา โดยสามารถดูรูปและซื้อกลับบ้านนได้ที่บริเวณทางออก หลังจากเดินเลียบหน้าผามาได้สักพักจะเจอกับทางที่เป็นอุโมงค์ จะเดินเหมือนขึ้นเขาๆนิดๆ ซึ่งภายในอุโมงค์จะมีจัดเป็นแสงสี จำลองดวงดาวบนท้องฟ้าา หรือเป็นสีแบบสายรุ้ง

ทางอุโมงค์ดวงดาง
ทางอุโมงค์ดวงดาง

หลังจากผ่านอุโมงค์มาตรงทางออกจะมีร้านรูปที่เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายให้ก่อนหน้านั้น สามารถดูก่อนได้หากสวยสามารถซื้อกลับได้ ราคารูปละ 20 หยวน หลังจากที่ทุกคนมาที่จุุดนัดหมายครบแล้ว เราจะเดินขึ้นบันไดไปอีกนิด เพื่อขึ้นกระเช้าด้านบน กระเช้าขาลงจะเป็นกระเช้าใหญ่สามารถจุได้ประมาณ 40 คน หลังจากลงกระเช้าแล้วเราเดินออกมาเพื่อขึ้นรถอุทยานกลับกัน

กระเช้าขึ้นด้านบน
กระเช้าขึ้นด้านบน

เวลาประมาณ 16.16 น. เริ่มออกเดินทางกลับไปยังเมืองฉงชิ่ง โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางได้มีการจอดพักรถ แวะเข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสายก่อนจะเดินทางกันต่อ

รับประทานอาหารค่ำ

เวลาประมาณเวลา 19.19 น. เดินทางมาถึงยังร้านอาหารเพื่อรับประทานอาหารค่ำ มื้อนี้เป็นอาหารพื้นเมืองเหมือนเดิม มีเมนูเป็ดปักกิ่ง และมีชาบูให้ได้ทานด้วย หลังจากทุคนกินอิ่มเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาเดินทางกลับโรงแรมแล้วค่ะ

อาหารค่ำมีเป็ดปักกิ่ง ชาบู
อาหารค่ำ

เวลาโดยประมาณ 20.15 น. เดินทางกลับโรงแรมเข้าที่พักกันค่ะ โดยคืนนี้เราพักกันที่โรงแรมเดิม คือที่ HolidayInn Express เป็นโรงแรมเดิมที่เรามาพักกันคืนแรกค่ะ โดยเราจะอยู่ที่ด้วยกัน 2 คืน หลังจากรับคีย์การ์ดเรียบร้อยทุกคนแยกย้ายขึ้นไปพักผ่อนกัน

วันที่ 4 ของทัวร์ฉงชิ่ง อู่หลง ฝูหลิง ต้าจู๋ 6 วัน 4 คืน

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม – เมืองต้าจู๋ – รับประทานอาหารกลางวัน – ผาหินแกะสลักต้าจู๋ เขาเป่าติงซาน – เมืองโบราณฉือชี่โข่ว – รับประทานอาหารค่ำ – Option ล่องเรือชมแสงสียามค่ำคืน – เข้าที่พัก

เช้าของวันที่ 4 หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว เวลาประมาณ 08.30 น. ถึงเวลาออกเดินทางไปยังเมืองต้าจู๋ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ซึ่งวันนี้จะมี option เสริมล่องเรือชมแสงสียามค่ำ ในระหว่างทางที่อยู่บนรถบัสไกด์ก็จะสอบถามว่ามีใครจะล่องเรือบ้าง โดยราคาล่องเรือท่านละ 280 หยวน ซึ่งจะต้องชำระเงินในช่วงเช้าเลย เพราะไกด์จะได้สรุปจำนวน และซื้อตั๋วอีกที

รับประทานอาหารกลางวัน

หลังจากเดินทางมานาน เวลาประมาณ 11.25 น. ใกล้ถึงเวลาเที่ยงจึงได้แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารก่อนที่จะไปยังผาหินแกะสลัก โดยอาหารมื้อนี้ เป็นอาหารพื้นเมืองเหมือนเดิม มีผัดพัก ผัดเต้าหู้ ปลาราดพริก แกงซุป ไข่เจียว และมื้อนี้ไกด์ต้มมาม่าให้ได้ทานด้วย

อาหารกลางวัน
อาหารกลางวัน

ผาหินแกะสลักต้าจู๋ (Dazu Rock Carvings)

เวลาประมาณ 12.30 น. เดินทางมาถึงยังผาหินแกะสลักต้าจู๋ (Dazu Rock Carvings) เราจะต้องเดินเข้าไปด้านในตรงบริเวณหน้าประตูที่เป็นซุ้มใหญ่ๆ จากนั้นเดินเท้าเข้าไปอีกจนถึงบริเวณด้านหน้าตรงขึ้นรถกอล์ฟ ซึ่งเราจะต้องนั่งรถเข้าไปด้านในอีกที รถกอล์ฟจะมาส่งเราอีกทีบริเวณด้านใน จากตรงนี้เราจะต้องเดินลงบันไดตามทางไปเรื่อยๆ เลยค่ะ จากนั้นจะมาถึงทางเข้าด้านในอีกที โดยไกด์ได้ทำการนัดหมายเวลาเจอกันอีททีบริเวณทางออก โดยให้เวลาเดินชมประมาณ 1 ชั่วโมง

ประตูทางเข้าด้านหน้า
ประตูทางเข้าด้านหน้า
นั่งรถกอล์ฟเข้าไปด้านใน
นั่งรถกอล์ฟเข้าไปด้านใน

จากนั้นเดินขึ้นบันไดจะเจอกับการแกะสลักหินบริเวณหน้าผาตามทางเดินยาวไปเรื่อยๆ โดยเป็นการแกะสลักที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา พระพุทธรูปปางต่างๆ พระและเทวดาในศาสนาเต๋า และลัทธิขงจื่อ เดินชมไปสักพักจะเจอกับอาคารที่ทำห้องโถงที่มีพระพุทธรูปเจ้าแม่กวนอิมพันมือสีทองอร่ามอยู่ภายในอาคาร สามารถขอพรให้อยู่เย็นเป็นสุขได้

ผาหินแกะสลัก
ผาหินแกะสลัก
เจ้าแม่กวนอิมพันมือ
เจ้าแม่กวนอิมพันมือ

หลังจากเดินออกมาจากอาคารจะเจอกับพระพุทธรูปปรางค์นอน และปรางค์เล็กๆ โดยที่นี่มีการแกะสลักไว้ทั้งหมดประมาณ 5 หมื่นกว่ารูป บอกเลยว่าตามบริเวณทางเดินชมสวยงามมากๆ จากที่เดินมาเรื่อยๆจนสิ้นสุดการชมแกะสลักผาหิน จะเจอกับอาคาร ที่มีขายของ ของฝาก สามารถเเวะดูได้

ผาหินแกะสลักพระนอน
ผาหินแกะสลักพระนอน
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปปางต่างๆ

ก่อนจะถึงบริเวณทางออกเราจะต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 200 ขั้น เพื่อขึ้นไปยังบริเวณลานกว้างๆ ด้านบน และนอกให้ทุกคนมากันครบก่อน

ทางเดินขึ้นบันได
ทางเดินขึ้นบันได

หลังจากที่ทุกคนมาถึงกันครบแล้วเราก็เดินออกไปตามทางไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะถึงบริเวณทางออก เราก็ได้ผ่านวัดแห่งหนึ่ง ชื่อว่าวัด Shengshou Temple เป็นวัดเล็กๆ สร้างขึ้นในสมัยของราชวงศ์ซ่งใต้ เป็นวัดนิกายเซนแบบตันตระ สร้างโดยพระภิกษุชื่อดัง Zhao Zhifeng โดยภายในวัดมีห้องโถงหลัก ได้แก่ ห้องโถงเทียนหวาง และโถงจักรพรรดิ์หยก หลังจากเดินชมเสร็จเรียบร้อย เวลาประมาณ 14.45 น. เดินออกมาเพื่อขึ้นรถกอล์ฟกลับ และเวลา 15.10 ได้เวลาเดินทางไปยังเมืองโบราณฉือชี่โข่วกันต่อ

วัด Shengshou Temple
วัด Shengshou Temple

เมืองโบราณฉือชี่โข่ว (Ancient Town of Ciqikou)

เวลาโดยประมาณ 16.55 น. ได้เดินทางมาถึงยังเมืองโบราณฉือชี่โข่ว โดยไกด์จะให้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 2 ชั่วโมง และมาเจอกันที่จุดนัดพบบริเวณด้านหน้าทางเข้าอีกที

ทางเข้าเมืองโบราณฉือชี่โข่ว
ทางเข้าเมืองโบราณฉือชี่โข่ว

เมืองโบราณเป็นหมู่บ้านอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม ที่อาคารบ้านเรือนยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมไว้ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองฉงชิ่ง เป็นเมืองโบราณที่มีร้านขายของกิน ของฝาก ของที่ระลึกมากมาย รวมถึงร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับให้ได้เลือกช้อปปิ้งมากมาย ซึ่งที่นี่มีซอยหลัก ซอยเล็กให้ได้เดินช้อปกันอย่างจุใจ

ร้านขายของฝาก
ร้านขายของฝาก
ร้านเสื้อผ้า
ร้านเสื้อผ้า

เมื่อถึงเวลานัดหมายและทุกท่านมาครบเเล้วจากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารกันต่อ

รับประทานอาหารค่ำ

เวลาประมาณ 19.19 น. ได้เดินทางมาถึงยังร้านอาหาร โดยมื้อนี้เราได้ทานอาหารเป็นสุกี้หม่าล่า จะมีฝั่งทั้งหม่าล่าและน้ำซุปธรรมดา ส่วนน้ำจิ้มเราจะต้องปรุงเอง สำหรับใครน้ำจิ้มที่ยังไม่ถูกปาก ไกด์จะมีน้ำจิ้มให้

หม่าล่าหม้อไฟ
หม่าล่าหม้อไฟ

ล่องเรือชมแสงสียามค่ำคืน

หลังจากรับประทานอาหารค่ำเรียบร้อย เป็นเวลา 20.30 น. ได้เดินทางมาถึงยังท่าเรือที่จะไปล่องเรือ สำหรับใครที่ซื้อ option ล่องเรือเพิ่มเติม ไกด์ท้องถิ่นจะพาไปล่องเรือ ส่วนใครที่ไม่ได้ซื้อจะรออยู่กับหัวหน้าทัวร์ที่รถค่ะ โดยรอบที่เราไปล่องเป็นรอบสุดท้ายเวลา 21.00 น. ใช้เวลาล่องชมแสงสียามค่ำคืนของเมืองฉงชิ่งประมาณ 50 นาที เมื่อมาถึงท่าเรือเราต้องเดินมาขึ้นเรืออีกลำเพื่อรอต่อคิวขึ้นเรืออีกทีค่ะ แต่ก่อนจะเข้าไปต่อคิว บริเวณด้านหน้าต้องสแกนกระเป๋าก่อนให้เรียบร้อย จากนั้นรอเวลาเรือจะมาเทียบเรืออีกที บอกเลยว่าคนเยอะมากๆ

ล่องเรือ
ล่องเรือ

เมื่อใกลถึงเวลาเรือที่เราจะไปล่องจะมาเทียบเรืออีกที และต้องรอให้รอบก่อนหน้าลงให้หมดดก่อนถึงจะขึ้นไปได้ โดยเรือที่เราล่องจะมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีที่นั่งให้จับจอง และนอกจากนี้ยังมีร้านค้า อาหาร เครื่องดื่มบนเรือไว้คอยบริการอีกด้วย เมื่อถึงเวลาเราก็ขึ้้นไปชั้นบนสุด เพื่อชมวิวแสงสีช่วงค่ำคืน โดยระหว่าง 2 ข้างทางของแม่น้ำ ตัวอาคาร สะพาน แลนด์มาร์คต่างๆ ได้มีการเปิดไฟ สวยอลังการเลยทีเดียว โดยเรือจะล่องไปจนถึงตลาดหงหยาต้ง และวนกลับไปยังท่าเรืออีกที เป็นเวลาใกล้จะถึง 22.00 น. เรือก็มาถึงท่าเรือ จากนั้นเราก็เดินกลับไปเพื่อไปรอรถกลับโรงแรมกันค่ะ

วิวหงหยาต้งจากล่องเรือ
วิวหงหยาต้งจากล่องเรือ

เป็นเวลาประมาณเกือบจะ 23.00 น. ก็ได้เดินทางมาถึงที่โรงแรม คืนนี้เรานอนที่โรงแรมเดิมและเป็นคืนสุดท้าย ซึ่งเราจะต้องจัดกระเป๋า และนำลงไปด้วยในตอนเช้า โดยไกด์ได้นัดหมายออกเดินทางจากโรงแรมในวันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 09.30 น. ลงมายังล็อบบี้พร้อมกันทุกคน

วันที่ 5 ของทัวร์ฉงชิ่ง อู่หลง ฝูหลิง ต้าจู๋ 6 วัน 4 คืน

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม – ชมรถไฟทะลุตึก – รับประทานอาหารกลางวัน – ตึก 22 ชั้น – ตึกตะเกียบ – ถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย – หงหยาต้ง – เดินทางไปสนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย

วันสุดท้ายของการท่องเที่ยวทัวร์ฉงชิ่ง วันนี้ช่วงค่ำๆจะเป็นวันที่เราจะต้องเดินทางไปสนามบินเพื่อบินกลับไทย และเราจะต้องนำกระเป๋าเดินทางลงมาด้วย หลังจากที่รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม และทุกคนลงมาพร้อมกันหมดแล้ว เราก็ออกเดินทางไปชมรถไฟทะลุตึกกันค่ะ

รถไฟทะลุตึก (Liziba Station)

เวลาประมาณ 10.25 น. ได้เดินทางมาถึงยังที่ชมรถไฟทะลุตึก พอมาถึงบอกเลยว่าคนเยอะมากๆ โดยรถไฟทะลุแห่งนี้ตั้งอยุู่ในเมืองฉงชิ่ง เป็นรถไฟที่ถูกสร้างขึ้นบนตึกสูงประมาณ 19 ชั้น โดยสถานีที่อยู่ในอาคารนี้เรียกว่า สถานี Liziba Station จะอยู่ประมาณชั้น 6-8 ส่วนชั้น 9 ขึ้นไปจะเป็นที่พักอาศัยของประชาชนโดยที่นี่มีการออกแบบผนังกันเสียงและระบบแยกโครงสร้าง ทำให้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่แทบไม่ได้ยินเสียงของรถไฟเลย และบริเวณอาคารด้านล่างของอาคารจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า และร้านขายของฝากมากมาย

รถไฟทะลุตึก
รถไฟทะลุตึก

ซึ่งไกด์จะให้เวลาชมรถไฟทะลุตึก และถ่ายรูปอยู่ถึงเวลา 11.15 น. จุดถ่ายรูปแลนด์มาร์คจะอยู่บริเวณด้านหน้าสุด ที่นิยมถ่ายกับรถไฟเมื่อวิ่งผ่านทะลุตึกไปโดยรถไฟจะวิ่งผ่านทะลุตึกนี้ทุกๆ 3 นาที หลังจากถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจะไปเจอกันที่จุดนัดหมาย และขึ้นรถบัสกลับเพื่อเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารกันต่อ

รับประทานอาหารกลางวัน

เวลาประมาณ 12.00 น. ได้เดินทางมาถึงยังร้านอาหาร โดยมื้อนี้ทานอาหารพื้นเมืองเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองแบบเป็นเซ็ทด้วย หลังจากทานอาหารอิ่มกันเรียบร้อยเราก็ได้เดินทางไปยังตึก 22 ชั้นกันต่อ

อาหารกลางวันของวันสุดท้าย
อาหารกลางวัน วันสุดท้ายของทัวร์ฉงชิ่ง

ตึก 22 ชั้น (Kuixing Building)

หลังจากทานอาหารกลางวันอิ่มกันเรียบร้อย เวลา 13.50 น. ได้เดินทางมาถึงยังตึก 22 ชั้น โดยตึกนี้จะมีความต่างระดับ ที่ด้านหนึ่งจะดูเหมือนอยู่ชั้นล่าง แต่ในขณะเดียวกันที่นี่อีกด้านกลับเทียบเท่าอยู่ชั้นดาดฟ้าแต่ที่จริงเเล้วเป็นชั้นแรกของที่นี่ จนที่แห่งนี้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ตึกนี้ยังมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ที่ไว้บริการนักท่องเที่ยว

ตึก 22 ชั้น
ตึก 22 ชั้น
วิวจาด้านบน
วิวจาด้านบน

ตึกตะเกียบ (Chongqing Art Gallery)

จากตึก 22 ชั้นเดินมาไม่ไกล ข้ามไปอีกฝั่งของถนน จะเจอกับตึกตะเกียบที่มีการออกแบบและได้รับแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน ภายในเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยและจัดนิทรรศการ โดยที่นี่เป็นอีกหนึ่งเเลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าเช็กอินเก๋ ๆ ของฉงชิ่งกัน

ตึกตะเกียบ
ตึกตะเกียบ

หลังจากที่ถ่ายรูปบริเวณด้านหน้ากันเสร็จเรียบร้อยแแล้้ว เราก็จะเดินไปยังถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันจากที่นี่ ซึ่งทั้ง 3 สถานที่จะอยู่ในละเเวกเดียวกันที่สามารถเดินไปได้

ถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย (Jiefangbei Street)

เป็นเวลา 14.45 น. ได้เดินมาถึงที่ถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย โดยไกด์ได้ให้เวลาอยู่ที่นี่ถึงเวลา 18.30 น. ประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ และมาเจอกันยังจุดนัดพบอีกครั้ง และมื้อนี้จะเป็นอิสระอาหารค่ำ สามารถหาอะไรทานเองได้เลย จากนั้นเเยกย้ายเดินช้อปปิ้ง หาอะไรทานกันได้เลยค่ะ ซึ่งถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย จะตั้งอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ปลดแอก ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงชัยชนะในการทำสงครามกับญี่ปุ่น ปัจจุบันตอนนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้า ที่เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า ช้อปปิ้งมอลล์ มีสินค้าแบรนด์เนมให้ได้เดินชม เลือกช้อปกันอย่างจุใจเลย

ถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย
ถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้าน Pop Mart เป็นแหล่งรวม art toy น่ารักให้ได้เลือกซื้อเลือกจุ่มกันได้เลย หลังจากที่เดินชม เดินช้อปป้งกันมานาน เราก็ได้หาอะไรทานลองท้องกันสักหน่อย ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร เป็นเส้นใหญ่ขาวที่คลุกกับซอสพริกถั่วลิสง ตามด้วยของหวานไอศรีมโคน รสชาติหอมกลิ่นคล้ายลาเวนเดอร์ มีความออกหวานนิดหน่อย

Pop Mart ที่ถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย
Pop Mart ที่ถนนคนเดินเจี่ยฟางเป่ย
เส้นใหญ่ข้าวคลุกกับซอสพริกถั่วลิสง
เส้นใหญ่ข้าวคลุกกับซอสพริกถั่วลิสง

เมื่อถึงเวลานัดหมาย และทุกคนมาครบกันหมดทุกคนแล้วจากนั้นเราจะเดินไปยังตลาดหงหยาต้งกันต่อ

หงหยาต้ง (Hongyadong)

เดินจากถนนคนเดินเจี่ฟางเป่ย มาถึงที่หยงหยาต้งใช้เวลาประมาณ 10 กว่านาที เป็นที่สุดท้ายก่อนที่จะเดินทางกลับไทยแล้ว และเมื่อมาถึงไกด์ทำการนัดหมาย และให้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง โดยที่หงยาต้งเป็นอาคารขนาดใหญ่ 16 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจียหลิง โดยภายในมีร้านอาหาร ร้านค้า และร้านขายของที่ระลึกมากมาย และช่วงกลางคืนอาคารก็จะมีการเปิดไฟสวยงามอลังการ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านให้เช่าชุดจีน ให้ได้แต่งตัวถ่ายรูป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแต่งตัวถ่ายรูปกัน และจะมีช่างภาพสามารถใช้บริการถ่ายรูปได้ แต่ในช่วงกลางคืนบอกเลยว่านักท่องเที่ยวและชาวจีนมารวมตัวกันที่นี่หมดแล้ว คนเยอะมากๆ

หงหยาต้งยามค่ำคืน
หงหยาต้ง
ร้านอาหาร
ร้านอาหาร

เมื่อถึงเวลานัดหมายทุกคนมายังจุดนัดพบแล้ว แล้วจะต้องเดินไปรถขึ้นรถบัสอีกฝั่ง เวลาประมาณ 21.06 น. ได้เดินทางไปยังสนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย เวลาประมาณ 22.00 น. เดินทางมาถึงที่สนามบิน แต่เค้าท์เตอร์สายการบินยังไม่เปิดให้เช็คอิน ช่วงเวลาที่รอสามารถเข้าห้องน้ำ และหาอะไรทานก่อนได้

ประมาณ 23.00 กว่าๆ เกือบจะเที่ยงคืนเค้าท์เตอร์ได้เปิดให้ทำการเช็คอิน หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เข้าผ่านตม. ของจีน และสแกนกระเป๋าเรียบร้อย จากนั้นเข้าไปรอให้เกท

วันที่ 6 ของทัวร์ฉงชิ่ง อู่หลง ฝูหลิง ต้าจู๋ 6 วัน 4 คืน

สนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ยสนามบินดอนเมือง

หลังจากผ่านตม.จีน เรียบร้อยแล้วจากนั้นเข้ามานั่งรอในเกท รอเจ้าหน้าที่ประกาศขึ้นเครื่องอีกที ช่วงเวลาที่เดินทางกลับจะเป็นไฟล์ทเช้าตรู่ของอีกวัน โดยไฟล์ทที่เดินทางกลับไทยเป็นเวลา 02.50 น. บินโดยสายการบินไทยไลอ้อนแอร์

และเวลา 05.00 น. ได้เดินทางมาถึงยังประเทศไทยที่สนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ

สรุป

โดยรวมแล้วการมาเที่ยวทัวร์ฉงชิ่ง 6 วัน 4 คืน ในทริปนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุ้มค่าและน่าประทับใจมาก ทั้งวิวเมืองภูเขาสุดอลังการ บรรยากาศยามค่ำคืน และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้เที่ยวครบทุกแลนด์มาร์คของฉงชิ่ง สำหรับใครที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในจีน ฉงชิ่งคือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ใครที่สนใจทัวร์ฉงชิ่ง สามารถแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

แชร์บทความนี้