รวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวเมืองฟุกุชิมะแบบจัดเต็ม

แชร์บทความนี้

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองฟุกุชิมะนั้นมีเยอะแยะมากมาย โดยเมืองนี้นั้นเป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทั้งในเรื่องของอุตสาหกรรมประมง และเป็นเมืองที่มีผลไม้ขึ้นชื่อมากมาย เช่น พีช องุ่น และเมืองฟุกุชิมะนอกจากจะเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้วนั้น เมืองนี้ยังมีที่เที่ยวอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่นได้ลองเที่ยวชม วันนี้บทความนี้จะพาทุกคนมาชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองฟุกุชิมะให้เได้อ่านกัน

1.ภูเขาบันได (Mount Bandai)

มาเริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวฟุกุชิมะที่เป็นที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่า “ภูเขาบันได” ภูเขาแห่งนี้เป็นภูเขาไฟกรวยสลับชั้นที่ยังไม่ดับ มีความสูงถึง 1816 เมตร และมีรูปร่างก่อนการระเบิดในปี 1888 รูปร่างจะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ แต่การระเบิดครั้งนี้รุนแรงมาก จนทำให้พื้นที่รอบๆภูเขาได้รับความเสียหายหนัก รวมไปถึงตัวภูเขาไฟแห่งนี้ด้วย ทำให้ยอดเขาแตกเป็น 3 ส่วนอย่างที่ทุกคนเห็นในปัจจุบัน  และการระเบิดครั้งนี้ทำให้เมืองหลายเมืองจมอยู่ใต้น้ำเลยทีเดียว ในปัจจุบัน ภูเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับนักเดินเขาเลยทีเดียวค่ะ ส่วนใครไม่ชอบการผจญภัยเท่าไหร่ก็แนะนำเดินชมบริเวณรอบ ๆ ภูเขายังมีความสวยงามตามฤดูกาลให้ชมอีกด้วย เช่น ความสวยงามของดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเต็มไปด้วยไม้ไม้ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม สีเหลืองเต็มไปหมด ส่วนในช่วงฤดูหนาวก็จะปกคลุมไปด้วยหิมะ และนอกจากนี้จะมีสกีรีสอร์ทเปิดให้นักท่องเที่ยวทัวร์ฟุกุชิมะที่ชื่อชอบการเล่นสกีท้าลมหนาวมาสนุกกันในช่วงเดือนธันวา-เมษายนด้วยค่ะ

bundai02 zekkeijapan
ภูเขาบันไดในฤดูใบไม้ร่วง credit : zekkeijapan

2.ทะเลสาบโกชิคินุมะ (Urabandai Goshiki-numa Ponds)

หรือที่เรียกวกันว่า บึงน้ำ 5 สี เป็นจุดชมวิวที่น่าสวยงามอีกแห่งและเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาบันได ทะเลสาปแห่งนี้เกิดมาจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ทำให้เศษหินและแร่ธาตุต่างๆได้เกิดการทับถามในแม่น้ำนากาเสะ แล้วทำให้เกิดเป็นทะเลสาป นอกจากนี้แร่ธาตุต่าง ๆ ก็ทำให้สีของน้ำมีหลากหลาย รวมไปถึงยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น อุณภูมิ ฤดูกาล และช่วงเวลาของวัน ทำให้ทะเลสาปเกิดการเปลี่ยนแปลงเฉดสีได้อีกด้วย โดยจะเห็นเป็นสีเขียว น้ำตาล ฟ้าเข้ม ฟ้าอ่อน ทำให้ทะเลสาปแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของเมืองฟุกุชิมะเลยค่ะ บริเวรทะเลสาปแห่งนี้ยาวเกือบ 4 กิโลเมตร ทะเลสาปแห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ใครที่ชื่นชอบบรรยากาศชิวๆ กับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของธรรมชาติ ก็แนะนำทะและสาปแห่งนี้เลยค่ะ

urabandai 04 zekkeijapan
ทะเลสาป 5 สี credit : zekkeijapan
urabandai 03 zekkeijapan
ทะเลสาป 5 สี credit : zekkeijapan

3.หมู่บ้านโออุจิ จูคุ (Ouchi-Juku)

มาถึงสถานที่ที่สองนั่นก็คือหมู่บ้านที่มีชื่อว่า หมู่บ้านโออุจิ จุคุ ตั้งแยู่ในเขตจังหวัดฟุกุชิมะและจังหวัดนิงาตะในปัจจุบัน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งปลูกสร้างอันทรงคุณค่าแห่งชาติ หมู่บ้านโบราณนี้มีลักษณะเป็นหมู่บ้านยาวไปกว่า 500 เมตร ลักษณะหลังคายังคงเป็นแบบดั้งเดิม มุงด้วยหญ้าคาหนา และมีอาหารที่แนะนำให้ลองชิมเมื่อมาที่หมู่บ้านแห่งนี้นะ่นก็คือ โซบะต้นหอมยักษ์ รสชาติอร่อยกลมกล่อม นอกจากนี้หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีคาเฟ่ถ่ายรูป และสถานที่ซื้อของฝากอีกด้วยค่ะ ใครที่ชื่นชอบบรรยากาศหมู่บ้านสวยๆ แนะนำเป็นหมู่บ้านนี้เลยค่ะ

ouchi 01 zekkeijapan
หมู่บ้านโออุจิ จุคุ credit : zekkeijapan

ouchi juku01
เมนูโซบะต้นหอมยักษ์ credit : pixabay

4.ปราสาทซึรุงะ (Tsuruga Castle)

ปราสาทแห่งนี้เป็นสถานที่มีสวยงามและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นค่ะ โดยเป็นปราสาทที่มีอายุกว่า 700 ปี ตัวปราสาทมีลักาณะเป็นสีขาวและมีหลังคาสีแดง บริเวณรอบๆจะล้อมไปด้วยคูน้ำ คนไทยส่วนใหญ่เรียกปราสาทนี้ว่า ปราสาทนกกระเรียน ภายในปราสาทจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงถึงความเป็นมาของปราสาท โดยเวลาที่เป็นที่นิยมและแนะนำในการมาชมปราสาทแห่งนี้คือในช่วงฤดูใบไม่ผลิที่มีดอกซากุระสีชมพูบานสวยบานอยู่บริเวณสวนสาธารณะรอบ ๆ ปราสาท จัดว่าสวยงามมากเลยทีเดียวค่ะ โดยปราสาทแห่งนี้เปิดทำการทุกวัน เวลา 8.30 – 17.00 น. ค่ะ

tsuruga01
ปราสาทซึรุงะในฤดูใบไม้ผลิ credit : tohokukanko.jp
tsuruga02
ปราสาทซึรุงะ ในฤดูหนาว credit : tohokukanko.jp
tsuruga03
ปราสาทซึรุงะในฤดูใบไม้ร่วง credit : tohokukanko.jp

5.ถ้ำอะบุคุมะ (Abukumado Cave)

ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้าหินปูนที่่มีขนาดใหญ่ที่สุดและก็มีความซับซ้อนของหอนปูนมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ถ้ำนี้ถูกค้นพบในปี 1969  ความยาวของถ้ำนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 เมตรและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม 600 เมตรด้วยกัน ภายในมีหินงอกหินย้อยเยอะมาก แนะนำนักท่องเที่ยวหากมาเที่ยมชมแนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบและเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ เพราะต้องลงบันไดไปถึง  300 ขั้น และอุณภูมิตลอดทั้งปีของถ้ำนี้จะอยู่ที่ประมาณ 15 องศา แต่เมื่อเข้าไปแล้วก็จะต้องตะลึงกับความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่มาอายุมากกว่า 80 ล้านปีก่อน รวมถึงการจัดแสงภายในถ้ำก็จัดได้อย่างสวยงาม และสามารถทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ทั้งรู้สึกลึกลับและน่าค้นหาไปพร้อม ๆ กัน และเมื่อถึงช่วงฤดูร้อน ด้านนอกของถ้ำอะบุคุมะก็จะมีสวนลาเวนเดอร์สีม่วงสวยงาม หอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ และก็สามารถชมดอกไฮเดรนเยียในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมได้อีกด้วย

abakuma 01

ถ้ำอะบุคุมะแห่งเมืองฟุกุชิมะ credit : tohokukanko.jp

6.สวนฮานามิยามะ (Hanamiyama Garden)

สวนแห่งนี้เป็นสวนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสถานที่ท่องเที่ยวเมืองฟุกุชิมะเลยก็ว่าได้ สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมมากๆในช่วงฤดูไบไม้ผลิที่มีดอกซากุระบานอยู่เต็มไปหมด โดยภายในสวนนี้มีซากุระหลากหลายสายพันธ์ด้วยกัน และยังมีดอกไม้อื่น ๆ อีกกว่า 70 ชนิด เช่น ดอกบ๊วย ดอกแคนารี ดอกท้อ ดอกเมกโนเลีย ที่จะพากันเริ่มบานตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม แต่หากใครอยากชมความงามของดอกซากุระสีชมพูและสีขาวก็แนะนำให้มากันในช่วงเดือนเมาายน เพราะดอกซากุระว่วนใหญ่จะบานในช่วงนั้นค่ะ สวนแห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี 24 ชม.ผู้คนสามารถเข้าชมสวนแห่งนี้ได้ตลอด

hanamiyama 04
สวนฮานามิยามะในฤดูใบไม้ผลิ credit : fukushima.travel

7.ภูเขาอาดาตาระยามะ

ภูเขาอีกแห่งที่ตั้งอยู่ใจกลางของเมืองฟุกุชิมะ เป็นภูเขาที่มีความสูงกว่า 1700 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นมาบริเวรยอดเขาได้โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที แนะนำให้มาเที่ยวในช่วงฤดูไบไม้เปลี่ยนสี จะได้เห็นต้นไม่ทั้งสีแดง สีส้ม สีเหลือในระหว่างทางการขึ้นกระเช้า และสามารถมองเห็นวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธ์ได้แบบพาโนราม่า 360 องศา และเมื่อถึงช่วงฤดูหนาวและมีหิมะขาวโพลนปกคลุมนั้น จะมีกิจกรรมลานสกีที่ Adatara Kogen Ski Resort ให้นักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมสนุกกันได้

adatara mt 01
credit : https://www.deviantart.com/
adatara mt 02
นั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขา credit : fukushima.travel

8.ต้นทากิซากุระ (Takisakura)

ต้นซากุระนี้เป็นซากุระน้ำตกที่เป็น 1 ใน 3 ของต้นซากุระที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยมีอายุความเก่าแก่มากถึง 1000 ด้วยกัน ซากุระจะบานในช่วงประมาณเดือนเมษายน เมื่อบานเต็มที่ดอกและกิ่งก้านจะย้อยลงมาคล้ายกับน้ำตก ทำให้ต้นไม้ยักษ์ต้นนี้มีความสวยงามมาก ๆ และได้กลายเป็นจุดไฮไลท์ของเมืองฟุกุชิมะเลยก็ว่าได้ค่ะ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมต้นซากุระนี้ที่ตั้งเด่นอยู่กลางสนามหญ้าได้ 360 องศา และในตอนกลางคืนยังไม่การจัดไฟให้แก่ต้นซากุระนี้ด้วย ทำให้มีความสวยงามและแปลกตาไปอีกแบบค่ะ

takisakura 03
ต้นทากิซากุระ credit : hyakkei.style

9.ศาลเจ้าชินกุ คุโมโนะ (Shingukumano Shrine)

ได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามกันไปแล้วมาถึงสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของเมืองฟุกุชิมะกันบ้างนั่นก็คือสาลเจ้าชินกุ คุโมโนะ ศาลเจ้าเก่าแก่นี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1055 และในปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นค่ะ เมื่อมาถึงที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะเห็นตัวศาลลักษณะทรงสูง รอบด้านข้างเปิดโล่งไม่มีผนัง และมีต้นเปะก๊วยยักษ์อยู่ด้านข้าง เมื่อถึงช่วงฤดูไบไม้ร่วง ต้นเป๊ะก๊วยนี้จะกลายเป็นสีเหลืองอร่ามสวยงาม

shingukumano shrine02 zekkeijapan
credit : zekkeijapan

10.อความารีน ฟุกุชิมะ (Aquamarine Fukushima)

มาปิดท้ายกันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเมืองฟุกุชิมะ เอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้คือการสร้างระบบความสัมพันธ์สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมขึ้นมาใหม่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศแก่นักเรียก นักศึกษา รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงพันธ์สัตว์น้ำต่างๆของญี่ปุ่นและทั่วโลกมาไว้ในที่แห่งนี้ ภายในแทงก์น้ำสามเหลี่ยมที่มีความจุกว่า 2050 ตัน และจัดแสดงให้เห็นถึงกระแสน้ำคุโรชิโอะจากทิศใต้ และกระแสน้ำโอยาชิโอะจากทิศเหนือที่ไหลมารวมกัน และในตัวพิพิธภัณฑ์ยังแสดงนิทรรศการน่านน้ำของเขตร้อนทวีปเอเชียอีกด้วยค่ะ สถานที่แห่งนี้เปิดให้ชมทุกวัน ใครที่สนใจก็สามารถแวะมาเที่ยวชมกันได้ค่ะ

Aquamarine
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของเมืองฟุกุชิมะ credit : matcha-jp.

สรุป

เมืองฟุกุชิมะเป็นอีกเมืองที่โดดเด่นในเรื่องของธรรมชาติที่หลากหลายและสวยงาม ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของภูมิประเทศแล้วนั้น และยังมีศาลเจ้า ปราสาท รวมถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมเยอะแยะมากมาย ทางบริษัท Lovely Smile Tour มี โปรแกรมที่เที่ยวเมืองฟุกุชิมะ ให้เลือกมากมาย สนใจจองหรือสอบถามสามารถแอดไลน์หรือโทรสอบถามได้เลยค่ะ

แชร์บทความนี้