10 ที่เที่ยวนากาโน่ 2569 สัมผัสธรรมชาติญี่ปุ่น เที่ยวฟินตลอดปี

หากพูดถึงสวรรค์ของคนรักธรรมชาติและภูเขาในประเทศญี่ปุ่น “นากาโน่ (Nagano)” คือจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่ทุกคนต้องนึกถึง ด้วยภูมิประเทศที่ถูกโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นอันยิ่งใหญ่ ทำให้ ที่เที่ยวนากาโน่ มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นสายผจญภัยที่รักการปีนเขา สายวัฒนธรรมที่ชอบซึมซับประวัติศาสตร์ หรือคนที่อยากมาสูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อฮีลใจ ที่เที่ยวนากาโน่ ญี่ปุ่น ก็มีครบจบในภูมิภาคเดียว

บทความนี้จะพาไปเจาะลึก 10 พิกัดเด็ดที่คัดมาแล้วเน้นๆ พร้อมแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสม สภาพอากาศ และวิธีเดินทางแบบฉบับกูรู เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวจัดกระเป๋าไปฟินกันแบบไม่มีสะดุด!

รวม 10 พิกัด ที่เที่ยวนากาโน่ สวยสะกดใจจนต้องไปซ้ำ

1. คามิโคจิ (Kamikochi): อัญมณีแห่งเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น

คามิโคจิคือมงกุฎเพชรแห่งนากาโน่ เป็นหุบเขาที่งดงามราวกับภาพวาดศิลปะชิ้นเอก

  • จุดเด่น: มีสะพานกัปปะ (Kappa Bridge) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ ตัดกับฉากหลังที่เป็นเทือกเขาโฮตากะสุดอลังการ ไฮไลท์คือแม่น้ำอะซุสะที่มีน้ำใสแจ๋วเป็นสีฟ้าอมเขียวมรกต สามารถเดินป่าเส้นทางราบชมธรรมชาติได้อย่างเพลิดเพลิน
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: เหมาะมากสำหรับใครที่มองหา ที่เที่ยวนากาโน่ หน้าร้อน และฤดูใบไม้ร่วง โดยจะเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อนจะเย็นสบายอยู่ที่ประมาณ 15 – 22°C ดับร้อนได้เป็นอย่างดี
  • การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Matsumoto แล้วต่อรถไฟสาย Kamikochi Line ไปลงสถานี Shinshimashima จากนั้นต่อรถบัสตรงเข้าไปยังคามิโคจิ

👉 อ่านเพิ่มเติม: สำหรับใครที่อยากเจาะลึกความสวยงามและทริคการเดินทางแบบละเอียด สามารถตามไปดู รีวิวคามิโคจิ ญี่ปุ่น ฉบับจัดเต็ม ได้เลย!

🎒 ไม่อยากแพลนทริปเองใช่ไหม? แนะนำให้เดินทางไปกับผู้เชี่ยวชาญ ดูแลครบจบทุกขั้นตอน เพียงจอง ทัวร์คามิโคจิ กับ Lovely Smile Tour เดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องเหนื่อยแบกกระเป๋าต่อรถไฟเอง เตรียมตัวไปฟินกับธรรมชาติแบบเต็มๆ ได้เลย

ทัศนียภาพความสวยงามของคามิโคจิอัญมณีแห่งเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ที่เที่ยวนากาโน่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
คามิโคจิ

2. สวนลิงหิมะจิโกกุดานิ (Jigokudani Snow Monkey Park)

ภาพของลิงแช่ออนเซ็นกลางหิมะขาวโพลนคือเอกลักษณ์ระดับโลกของนากาโน่

  • จุดเด่น: ลิงกังญี่ปุ่นป่า (Japanese Macaque) จะลงมาแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อคลายหนาว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความน่ารักและวิถีชีวิตของพวกมันได้อย่างใกล้ชิดแบบไม่มีกรงกั้น เป็นภาพที่หาดูได้ยากและดึงดูดช่างภาพจากทั่วทุกมุมโลก
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ใครที่ค้นหา ที่เที่ยวนากาโน่ หน้าหนาว ต้องห้ามพลาดที่นี่ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ยจะหนาวจัดจนถึงขั้นติดลบประมาณ -5°C ถึง 2°C ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหนาๆ รองเท้าลุยหิมะ และแผ่นแปะความร้อนไปให้พร้อม
  • การเดินทาง: นั่งรถบัสด่วน (Express Bus) จากสถานี Nagano ไปลงที่ป้าย Snow Monkey Park แล้วเดินเท้าผ่านป่าสนเข้าไปอีกประมาณ 30 นาที
ลิงป่าแช่ออนเซ็นกลางหิมะที่สวนลิงหิมะจิโกกุดานิ ประเทศญี่ปุ่น
สวนลิงหิมะจิโกกุดานิ

3. ปราสาทมัตสึโมโต้ (Matsumoto Castle)

สัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าและเป็น 1 ใน 5 ปราสาทที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น

  • จุดเด่น: มีฉายาว่า “ปราสาทอีกา” เนื่องจากตัวปราสาทสร้างด้วยไม้และทาสีดำสนิท ตัดกับฉากหลังที่เป็นเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นที่มีหิมะปกคลุมยอดเขา นอกจากจะได้ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ดั้งเดิมที่รอดพ้นจากยุคสงครามมาได้ ยังมีสะพานสีแดงสดพาดผ่านคูน้ำที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ถือเป็น ที่เที่ยวนากาโน่ เมษายน ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะรอบปราสาทจะเป็นจุดชมดอกซากุระบานสะพรั่งกว่าร้อยต้นที่สวยงามอลังการ อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงฤดูใบไม้ผลิจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 15°C อากาศกำลังเย็นสบาย เดินเล่นถ่ายรูปได้ตลอดวัน
  • การเดินทาง: เดินสบายๆ เพียง 15 นาที จากสถานี JR Matsumoto
ปราสาทมัตสึโมโต้ ปราสาทอีกาที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ในจังหวัดนากาโน่
ปราสาทมัตสึโมโต้

4. หมู่บ้านสกีฮาคุบะ (Hakuba)

ฮาคุบะเคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 1998 ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะหมู่บ้านสกีระดับพรีเมียม

  • จุดเด่น: สวรรค์ของนักสกีและสโนว์บอร์ด มีสกีรีสอร์ทให้เลือกมากกว่า 10 แห่ง พร้อมลานสกีหลากหลายระดับตั้งแต่ผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับโปร ไฮไลท์คือคุณภาพของหิมะแบบพาวเดอร์สโนว์ (Powder Snow) ที่ละเอียดนุ่มคล้ายแป้ง
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – มีนาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยบนลานสกีอยู่ที่ -8°C ถึง 0°C ส่วนในฤดูร้อนก็สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปปีนเขาและชมทุ่งดอกไม้บนที่สูงได้เช่นกัน
  • การเดินทาง: นั่งรถบัสตรงจากสถานี Nagano หรือนั่งรถไฟด่วน Azusa จาก Tokyo มาลงที่สถานี Hakuba
ลานสกีและรีสอร์ทฤดูหนาวที่หมู่บ้านสกีฮาคุบะ แหล่งเล่นสกีชื่อดังของทัวร์นากาโน่ ทัวร์ญี่ปุ่น
หมู่บ้านสกีฮาคุบะ

5. คารุอิซาวะ (Karuizawa)

เมืองตากอากาศยอดฮิตของชาวโตเกียวที่ผสมผสานธรรมชาติและความทันสมัยไว้อย่างลงตัว

  • จุดเด่น: มีบรรยากาศสไตล์ยุโรป เต็มไปด้วยคาเฟ่ชิคๆ ร้านอาหารอร่อย พิพิธภัณฑ์ศิลปะ โบสถ์ไม้กลางป่า และที่พลาดไม่ได้คือ Karuizawa Prince Shopping Plaza เอาท์เล็ตขนาดใหญ่ที่มีแบรนด์เนมให้ช้อปปิ้งกันจุใจท่ามกลางวิวภูเขา
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่จะได้รับความนิยมสูงสุดในฤดูร้อน เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่สูงทำให้เป็นสถานที่หลบร้อนชั้นยอด อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงหน้าร้อนเพียง 18 – 25°C อากาศเย็นสบายไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • การเดินทาง: สะดวกสบายมาก นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากสถานี Tokyo มาลงที่สถานี Karuizawa ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที
บรรยากาศเมืองตากอากาศและธรรมชาติที่คารุอิซาวะ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมนากาโน่
คารุอิซาวะ

6. ศาลเจ้าโทกาคุชิ (Togakushi Shrine)

สัมผัสความขลังและพลังแห่งธรรมชาติที่ศาลเจ้าเก่าแก่ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก

  • จุดเด่น: พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ประกอบด้วยศาลเจ้า 5 แห่ง ไฮไลท์คือทางเดินยาว 2 กิโลเมตรเพื่อไปยังศาลเจ้าหลัก (Okusha) ที่ถูกขนาบข้างด้วยต้นซีดาร์ยักษ์อายุกว่า 400 ปี ให้ความรู้สึกสงบและรับพลังบวก นอกจากนี้ โทกาคุชิยังมีชื่อเสียงเรื่อง “โซบะ” ที่อร่อยติดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนตุลาคม – พฤศจิกายน) เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10 – 18°C เหมาะแก่การเดินป่าแบบไม่เหนื่อยจนเกินไป
  • การเดินทาง: นั่งรถบัสสาย 70 หรือ 71 จากสถานี Nagano ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ศาลเจ้าโทกาคุชิ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสิ่งยึดเหน่ยวจิตใจของเมืองนากาโน่
ศาลเจ้าโทกาคุชิ Credit : ryokanwanderings.com

7. เมืองเก่าซึมาโกะจูกุ (Tsumago-juku)

ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคซามูไรในอดีตเมืองที่พักแรมบนเส้นทางสายนากาเซนโด (Nakasendo)

  • จุดเด่น: หมู่บ้านแห่งนี้ยังคงอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนไม้แบบดั้งเดิมในยุคเอโดะไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เสน่ห์คือการนำสายไฟและเสาไฟลงใต้ดินทั้งหมด ทำให้ไร้สิ่งบดบังทัศนียภาพ เหมือนได้หลุดเข้าไปในฉากภาพยนตร์ย้อนยุค
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 12 – 20°C อากาศโปร่งสบาย เหมาะสำหรับการเดินชมเมืองชิลๆ หรือใครที่เป็นสายเทรคกิ้งก็สามารถเดินป่าเชื่อมระหว่างซึมาโกะและมาโกเมะได้
  • การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nagiso แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นหรือแท็กซี่เข้าไปยังหมู่บ้านประมาณ 10 นาที
บรรยากาศบ้านเรือนโบราณยุคเอโดะที่เมืองเก่าซึมาโกะจุกุ บนเส้นทางนากาเซนโด
เมืองเก่าซึมาโกะจูกุ

8. วัดเซ็นโคจิ (Zenko-ji Temple)

วัดพุทธเก่าแก่ระดับสมบัติแห่งชาติที่มีอายุยาวนานกว่า 1,400 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนากาโน่

  • จุดเด่น: มีความเชื่อกันว่าวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์แรกที่ถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น ไฮไลท์คือการเดินลงไปในอุโมงค์ใต้ดินที่มืดสนิทใต้ห้องโถงหลัก เพื่อค้นหา “ลูกกุญแจสู่สรวงสวรรค์” นอกจากนี้ยังมีถนนช้อปปิ้งหน้าวัด (Nakamise Street) ที่เต็มไปด้วยร้านขนมท้องถิ่นอย่าง โอยากิ (Oyaki) ซาลาเปาย่างไส้ผักรวม และไอศกรีมแอปเปิ้ล
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: เที่ยวได้ทุกฤดูกาล ในช่วงฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิประมาณ 0 – 5°C ซึ่งมักจะมีการจัดงานประดับไฟช่วงเทศกาลที่สวยงามตระการตา
  • การเดินทาง: เดิน 20 นาที หรือนั่งรถบัสประจำทาง 10 นาที จากสถานี Nagano
วัดพุทธเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในเมืองนากาโน่
วัดเซ็นโคจิ Credit : zenkoji.jp/en/

9. น้ำตกชิราอิโตะ (Shiraito Falls)

ความงามที่อ่อนช้อยของสายน้ำท่ามกลางป่าใหญ่ในย่านคารุอิซาวะ

  • จุดเด่น: น้ำตกแห่งนี้มีลักษณะคล้ายเส้นด้ายสีขาว (Shiraito แปลว่าเส้นด้ายสีขาว) ไหลรินลงมาตามหน้าผาหินโค้งที่มีความกว้าง 70 เมตร และสูง 3 เมตร แม้จะไม่ใช่น้ำตกที่สูงใหญ่เกรี้ยวกราด แต่มีความงดงาม ละมุนตา และให้ความรู้สึกร่มรื่น สดชื่นเป็นอย่างมาก
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน – สิงหาคม) จะเห็นความเขียวขจีชุ่มฉ่ำของพืชพรรณรอบข้าง อุณหภูมิเย็นสบายเฉลี่ย 16 – 22°C เป็นสถานที่หนีร้อนชั้นเยี่ยม ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็สวยงามด้วยใบไม้เปลี่ยนสีรอบๆ น้ำตก
  • การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Karuizawa ไปยังป้าย Shiraito no Taki ใช้เวลาประมาณ 25 นาที แล้วเดินเท้าต่ออีกเล็กน้อย
ม่านน้ำตกธรรมชาติที่สวยงามของน้ำตกชิราอิโตะ ในคารุอิซาวะ
น้ำตกชิราอิโตะ

10. ไร่วาซาบิไดโอะ (Daio Wasabi Farm)

ปิดท้ายกันที่ไร่วาซาบิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองอาซุมิโนะ

  • จุดเด่น: ใช้น้ำแร่บริสุทธิ์จากการละลายของหิมะบนเทือกเขาแอลป์ในการปลูกวาซาบิ ทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพเยี่ยม ไฮไลท์คือวิวทิวทัศน์ของกังหันน้ำโบราณริมแม่น้ำที่เคยเป็นฉากในภาพยนตร์ชื่อดัง และการชิมเมนูวาซาบิแปลกๆ เช่น ไอศกรีมรสวาซาบิ โคโรเกะวาซาบิ เบียร์วาซาบิ และข้าวหน้าวาซาบิสด
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน (เดือนเมษายน – สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 15 – 26°C ต้นวาซาบิจะผลิใบเขียวชอุ่มเต็มท้องน้ำ และสามารถเช่าเรือยางล่องชมแม่น้ำใสแจ๋วได้อีกด้วย
  • การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Oito ลงที่สถานี Hotaka แล้วนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 10 นาที หรือสามารถปั่นจักรยานเช่าหน้าสถานีรับลมเย็นๆ ไปยังไร่ได้
กังหันน้ำริมลำธารที่ไร่วาซาบิไดโอะ เมืองอะซุมิโนะ
ไร่วาซาบิไดโอะ Credit : zekkeijapan.com

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับที่เที่ยวนากาโน่

1. เที่ยวนากาโน่ ช่วงไหนดีที่สุด? สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปีขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความชอบ หากชอบลานสกี เล่นหิมะ และดูลิงแช่ออนเซ็น แนะนำฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ย -5°C ถึง 3°C แต่หากชอบธรรมชาติสีเขียว การเดินป่า และหนีร้อน แนะนำช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยบนภูเขาจะเย็นสบายอยู่ที่ประมาณ 15°C ถึง 25°C

2. การเดินทางในนากาโน่สะดวกไหม? การเดินทางค่อนข้างสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่น มีทั้งรถไฟชินคันเซ็นวิ่งตรงจากโตเกียว รถไฟท้องถิ่น และเครือข่ายรถบัสที่ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ แต่สำหรับบางพื้นที่ในภูเขาสูงหรือการจัดทริปที่ต้องการเก็บหลายๆ เมืองในวันเดียว การไปกับทัวร์หรือการเช่ารถขับเองก็จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์และประหยัดเวลาได้ดีกว่า

3. มีเวลาเที่ยวนากาโน่กี่วันดีถึงจะเที่ยวครบ? นากาโน่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 วัน 2 คืน เพื่อให้สามารถเก็บแลนด์มาร์กสำคัญๆ อย่างคามิโคจิ ปราสาทมัตสึโมโต้ และสวนลิงหิมะได้ครบถ้วนโดยไม่ต้องเร่งรีบจนเหนื่อยเกินไป

เที่ยวญี่ปุ่นให้สุดฟิน สะดวกสบายทุกทริปไปกับ Lovely Smile Tour

ประเทศญี่ปุ่นคือจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่อลังการ วัฒนธรรมที่งดงาม อาหารเลิศรส และความปลอดภัยระดับโลก การเดินทางไปสัมผัสพิกัดเด็ดด้วยตัวเองอาจจะต้องใช้เวลาแพลนล่วงหน้าค่อนข้างเยอะ ทั้งเรื่องการศึกษาเส้นทางต่อรถไฟรอบนอก การจองตั๋วรถบัสระหว่างเมือง และการจัดการสัมภาระใบใหญ่ข้ามเมือง ซึ่งอาจทำให้เสียพลังงานและเวลาเที่ยวไปอย่างน่าเสียดาย

จะดีกว่าไหมถ้าให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอดการเดินทาง! การเลือกจอง ทัวร์นากาโน่ กับ Lovely Smile Tour คือคำตอบที่ใช่ที่สุดสำหรับคนอยากเที่ยวแบบพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะทางทัวร์ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้อย่างครบครัน เดินทางสะดวกสบายด้วยรถโค้ชปรับอากาศตลอดทริป ไม่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นลงบันไดสถานีรถไฟให้ปวดหลัง มีไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึกรู้จริงคอยให้คำแนะนำ เล่าประวัติศาสตร์สนุกๆ และดูแลอย่างใกล้ชิด คุ้มค่าทั้งเวลาและงบประมาณ รับรองว่าได้รูปสวยๆ และความทรงจำสุดประทับใจกลับไปแน่นอน

👉 สนใจดูรายละเอียดและจองโปรแกรม ทัวร์นากาโน่ ได้เลย

นอกจากนี้ หากสนใจเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น สามารถเลือกชมแพ็กเกจ ทัวร์ญี่ปุ่น ทั้งหมดได้เลย

สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:

บทสรุป

นากาโน่เป็นจังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขาและธรรมชาติที่เปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล ทั้ง 10 สถานที่ที่แนะนำมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ในภูมิภาคนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะชอบความหนาวเย็นสุดขั้วของหิมะปุยขาว ความมีชีวิตชีวาของดอกซากุระบาน หรือความสดชื่นชุ่มฉ่ำของป่าเขียวขจี นากาโน่ก็พร้อมต้อนรับนักเดินทางทุกคนเสมอ เตรียมตัวให้พร้อม แพ็คกระเป๋าใบเก่ง แล้วออกไปสร้างความทรงจำดีๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นกันได้เลย!

แชร์บทความนี้
หมิง เอกภพ
หมิง เอกภพ

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
ชอบท่องเที่ยวและรีวิวสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ทั่วทุกมุมโลก