5 จุดเช็คอิน คามิโคจิ สวรรค์แห่งเจแปนแอลป์

หากกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เปรียบดั่งสวรรค์บนดิน ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ แม่น้ำใสราวกระจก และเทือกเขาสูงตระหง่าน คามิโคจิ (Kamikochi) คือเดสติเนชันที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต! ที่นี่คืออัญมณีเม็ดงามแห่งเจแปนแอลป์ที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งจะทำให้ทุกคนตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัส เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับสวรรค์แห่งนี้กันเลย

ทำความรู้จัก “คามิโคจิ” (Kamikochi) มงกุฎแห่งเจแปนแอลป์

คามิโคจิ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชูบุซังงะกุ (Chubu Sangaku National Park) จังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น คำว่า “คามิโคจิ” ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายลึกซึ้งว่า “สถานที่ที่เทพเจ้าลงมาประทับ” ซึ่งเมื่อได้เห็นทัศนียภาพของที่นี่แล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยที่ได้รับชื่อนี้ ด้วยวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาโฮตากะ (Hotaka Mountain Range) ที่มียอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ ตัดกับแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) ที่มีสีฟ้าอมเขียวมรกตและใสจนเห็นก้นแม่น้ำ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและนักเดินป่าจากทั่วโลก

เพื่อให้ธรรมชาติยังคงความอุดมสมบูรณ์ คามิโคจิจึงมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก หนึ่งในนั้นคือการ “ห้ามรถยนต์ส่วนตัวเข้า” โดยเด็ดขาด นักท่องเที่ยวจะต้องจอดรถไว้ที่จุดจอดรถที่กำหนด แล้วนั่งรถบัสหรือรถแท็กซี่ที่ได้รับอนุญาตเข้ามาเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ทำให้สภาพแวดล้อมที่นี่ยังคงบริสุทธิ์และเงียบสงบมาจนถึงปัจจุบัน

5 จุดเช็คอินไฮไลท์ใน คามิโคจิ ที่ไม่ควรพลาด

การมาเที่ยวคามิโคจิ ไม่ได้มีแค่การเดินป่าแบบจริงจังเท่านั้น แต่ยังมีเส้นทางเดินเล่นสบายๆ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และนี่คือ 5 จุดไฮไลท์ที่ต้องแวะไปเช็คอิน

  • 1. สะพานกัปปะ (Kappa Bridge) สัญลักษณ์อันดับหนึ่งของคามิโคจิ สะพานแขวนไม้ทอดตัวข้ามแม่น้ำอาซุสะ จากจุดนี้สามารถมองเห็นยอดเขาโฮตากะได้อย่างชัดเจนเต็มตา เป็นจุดถ่ายรูปที่งดงามที่สุด และบริเวณรอบๆ ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกคอยให้บริการอีกด้วย
จุดถ่ายรูปยอดฮิต สะพานกัปปะ สัญลักษณ์ของคามิโคจิ
credit : gltjp.com
  • 2. บึงไทโช (Taisho Pond) บึงน้ำที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟยาเกะดาเกะ (Mt. Yakedake) ในปี ค.ศ. 1915 ไฮไลท์ของที่นี่คือซากต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่กลางน้ำ เมื่อสะท้อนกับผิวน้ำที่นิ่งสนิทและฉากหลังที่เป็นภูเขาไฟ จะได้ภาพที่ดูลึกลับและทรงพลังอย่างประหลาด
kamikochi 05
credit : gltjp.com
  • 3. บึงเมียวจิน (Myojin Pond) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไป บึงแห่งนี้รายล้อมด้วยป่าทึบและมีศาลเจ้าโฮตากะตั้งอยู่ บรรยากาศเงียบสงบและมีมนต์ขลัง น้ำในบึงใสและนิ่งราวกับกระจกบานใหญ่ ถือเป็นจุดที่สายมูเตลูและผู้ที่รักความสงบต้องหลงรัก (จุดนี้มีค่าเข้าชมเล็กน้อยเพื่อบำรุงรักษาสถานที่)
kamikochi 07
credit : gltjp.com
  • 4. บึงทาชิโระ (Tashiro Pond) บึงน้ำตื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ในช่วงฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยพืชน้ำสีเขียวขจี และเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่จะกลายเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุด เนื่องจากต้นไม้รอบบึงจะเปลี่ยนเป็นสีส้มและแดงสะท้อนผิวน้ำอย่างสวยงาม
kamikochi 08
credit: thegate12.com/article/108
  • 5. อนุสาวรีย์เวสตัน (Weston Relief) แผ่นหินสลักรูปใบหน้าของ Walter Weston มิชชันนารีชาวอังกฤษผู้หลงใหลในการปีนเขา และเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้คำว่า “เจแปนแอลป์” (Japan Alps) เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หากเดินผ่านเส้นทางนี้ อย่าลืมแวะทักทายและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

คามิโคจิ เดือนไหนดี? อัปเดตสภาพอากาศแต่ละฤดูกาล

คำถามยอดฮิตก่อนวางแผนเดินทางคือ คามิโคจิ เดือนไหนดี สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี โดยจะเปิดทำการในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น ลองมาเช็ก คามิโคจิ อากาศ ในแต่ละฤดูกาลกัน เพื่อให้เตรียมเสื้อผ้าได้เป๊ะที่สุด!

  • ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเมษายน – พฤษภาคม)
    • อุณหภูมิเฉลี่ย: 5°C – 15°C
    • บรรยากาศ: หิมะบนยอดเขายังละลายไม่หมด ทำให้ได้เห็นวิวภูเขาที่มีหมวกหิมะสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม อากาศค่อนข้างเย็นถึงหนาวจัดในตอนเช้า ควรเตรียมแจ็กเก็ตกันหนาวและเสื้อกันลมมาให้พร้อม
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)
    • อุณหภูมิเฉลี่ย: 10°C – 23°C
    • บรรยากาศ: อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนในตัวเมือง ต้นไม้ใบหญ้าเป็นสีเขียวชอุ่มชุ่มชื่น เหมาะกับการเดินป่าและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สุด แต่อาจมีฝนตกประปราย ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้ด้วย
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – กลางพฤศจิกายน)
    • อุณหภูมิเฉลี่ย: 0°C – 13°C
    • บรรยากาศ: นี่คือช่วงพีคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกตั้งตารอคอย! คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี จะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ต้นสนคารามัตสึ (Larch) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามไปทั้งหุบเขา อากาศจะเริ่มหนาวเย็นมากโดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน ควรเตรียมเสื้อกันหนาวแบบหนา ถุงมือ และหมวกไหมพรมให้พร้อม
kamikochi 12
บรรยากาศช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี credit : triptojapan.com

คามิโคจิ ไปยังไง? แนะนำวิธีเดินทางฉบับเข้าใจง่าย

สำหรับใครที่สงสัยว่า คามิโคจิ ไปยังไง เนื่องจากที่นี่มีกฎห้ามรถยนต์ส่วนตัวเข้า การเดินทางจึงต้องอาศัยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก โดยมีวิธีหลักๆ ดังนี้:

  1. เดินทางจากโตเกียว (Tokyo): มีรถบัสด่วน (Direct Highway Bus) วิ่งตรงจากสถานี Shinjuku หรือ Tokyo Station มายังคามิโคจิ ใช้เวลาประมาณ 5-7 ชั่วโมง ถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่ไม่อยากเปลี่ยนรถ
  2. เดินทางจากมัตสึโมโต้ (Matsumoto): นั่งรถไฟสาย Alpico Line จากสถานี Matsumoto ไปลงที่สถานี Shinshimashima (ประมาณ 30 นาที) จากนั้นต่อรถบัสไปคามิโคจิ (ประมาณ 1 ชั่วโมง)
  3. เดินทางจากทาคายาม่า (Takayama): นั่งรถบัสจาก Takayama Nohi Bus Center ไปลงที่ท่ารถ Hirayu Onsen จากนั้นเปลี่ยนรถบัสเพื่อเข้าไปยังคามิโคจิ รวมใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง

ข้อควรระวัง: ในช่วงฤดูท่องเที่ยว (ตุลาคม) ตั๋วรถบัสอาจเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้า และการแบกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นลงรถเมล์อาจทำให้ไม่สะดวกสบายนัก

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวคามิโคจิ

Q1: คามิโคจิ เปิดให้เที่ยวช่วงไหนบ้าง?

A1: อุทยานจะเปิดให้เข้าชมในช่วงกลางเดือนเมษายน และปิดให้บริการในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี (วันที่แน่นอนอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ในช่วงฤดูหนาวจะปิดอุทยานอย่างเป็นทางการ

Q2: หากอยากไปชม คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี ควรไปเดือนไหนดีที่สุด?

A2: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเดือนตุลาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0°C – 13°C อากาศหนาวเย็นกำลังดีและทิวทัศน์จะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองและส้มแดง เป็นช่วงเวลาที่ถ่ายรูปออกมาสวยที่สุด

Q3: ภายในคามิโคจิมีร้านอาหารหรือห้องน้ำให้บริการหรือไม่?

A3: มีให้บริการอย่างครบครัน โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ สะพานกัปปะ จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องน้ำสาธารณะ และโรงแรมที่พัก แต่แนะนำให้พกน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวพกพาติดตัวไว้บ้างหากตั้งใจจะเดินป่าเข้าไปในจุดที่ลึกขึ้น

เปิดประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นสุดฟินไปกับ Lovely Smile Tour

การเดินทางไปยังคามิโคจิด้วยตัวเองอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะการต้องต่อรถไฟและรถบัสหลายต่อ การลากกระเป๋าเดินทางข้ามเมือง หรือการต้องแย่งกันจองตั๋วรถบัสในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งอาจทำให้ความสนุกของการพักผ่อนลดลงไปได้

จะดีกว่าไหม หากการเดินทางไปเยือนสวรรค์บนดินแห่งนี้ เป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และได้รับการดูแลระดับพรีเมียม!

ขอแนะนำแพ็กเกจ ทัวร์คามิโคจิ จาก Lovely Smile Tour ที่จะช่วยเนรมิตทริปในฝันให้เป็นจริง เราจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมสรรพ ตั้งแต่รถบัสปรับอากาศส่วนตัวที่นั่งสบาย นำเข้าสู่คามิโคจิได้อย่างราบรื่น ไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลและเล่าเกร็ดความรู้ตลอดการเดินทาง ไปจนถึงที่พักและอาหารมื้อพิเศษที่คุณไม่ต้องเหนื่อยแพลนเอง แค่เตรียมชุดสวยๆ และกล้องถ่ายรูปให้พร้อม ก็สามารถสัมผัสความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม

นอกจากนี้ หากสนใจเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น สามารถเลือกชม แพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นทั้งหมด ได้ที่นี่เลย คามิโคจิ และทัวร์ญี่ปุ่นทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปชมซากุระ สัมผัสหิมะ หรือตะลุยแหล่งช้อปปิ้ง เราก็มีโปรแกรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มั่นใจได้ในความคุ้มค่าและบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:

สรุปส่งท้าย

คามิโคจิ ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างผลงานศิลปะชิ้นเอกเอาไว้รอให้ทุกคนไปสัมผัส ไม่ว่าจะไปเยือนในฤดูใบไม้ผลิที่สดใส ฤดูร้อนที่เขียวขจี หรือฤดูใบไม้ร่วงที่โรแมนติก มั่นใจได้เลยว่าความงดงามของเทือกเขาโฮตากะและแม่น้ำอาซุสะ จะประทับอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล เตรียมจัดกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เจแปนแอลป์ด้วยกัน!

แชร์บทความนี้
หมิง เอกภพ
หมิง เอกภพ

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
ชอบท่องเที่ยวและรีวิวสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ทั่วทุกมุมโลก