5 จุดเช็คอิน คามิโคจิ สวรรค์แห่งเจแปนแอลป์

หากกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เปรียบดั่งสวรรค์บนดิน ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ แม่น้ำใสราวกระจก และเทือกเขาสูงตระหง่าน คามิโคจิ (Kamikochi) คือเดสติเนชันที่ต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต! ที่นี่คืออัญมณีเม็ดงามแห่งเจแปนแอลป์ที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งจะทำให้ทุกคนตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวแรกที่สัมผัส เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปทำความรู้จักกับสวรรค์แห่งนี้กันเลย

คุณหมิง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด พาชมช่วงหน้าร้อนในเดือนกรกฎาคม

ทำความรู้จัก “คามิโคจิ” (Kamikochi) มงกุฎแห่งเจแปนแอลป์

คามิโคจิ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชูบุซังงะกุ (Chubu Sangaku National Park) จังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น คำว่า “คามิโคจิ” ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายลึกซึ้งว่า “สถานที่ที่เทพเจ้าลงมาประทับ” ซึ่งเมื่อได้เห็นทัศนียภาพของที่นี่แล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยที่ได้รับชื่อนี้ ด้วยวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาโฮตากะ (Hotaka Mountain Range) ที่มียอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ ตัดกับแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) ที่มีสีฟ้าอมเขียวมรกตและใสจนเห็นก้นแม่น้ำ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและนักเดินป่าจากทั่วโลก

เพื่อให้ธรรมชาติยังคงความอุดมสมบูรณ์ คามิโคจิจึงมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก หนึ่งในนั้นคือการ “ห้ามรถยนต์ส่วนตัวเข้า” โดยเด็ดขาด นักท่องเที่ยวจะต้องจอดรถไว้ที่จุดจอดรถที่กำหนด แล้วนั่งรถบัสหรือรถแท็กซี่ที่ได้รับอนุญาตเข้ามาเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ทำให้สภาพแวดล้อมที่นี่ยังคงบริสุทธิ์และเงียบสงบมาจนถึงปัจจุบัน

5 จุดเช็คอินไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด

การมาเที่ยวที่นี่ไม่ได้มีแค่การเดินป่าแบบจริงจังเท่านั้น แต่ยังมีเส้นทางเดินเล่นสบายๆ ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย และนี่คือ 5 จุดไฮไลท์ที่ต้องแวะไปเช็คอิน

  • 1. สะพานกัปปะ (Kappa Bridge) สัญลักษณ์อันดับหนึ่งของที่นี่ สะพานแขวนไม้ทอดตัวข้ามแม่น้ำอาซุสะ จากจุดนี้สามารถมองเห็นยอดเขาโฮตากะได้อย่างชัดเจนเต็มตา เป็นจุดถ่ายรูปที่งดงามที่สุด และบริเวณรอบๆ ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกคอยให้บริการอีกด้วย หากท่านใดอยากชมความงดงามเพิ่มเติม สามารถตามไปดูได้ที่ 5 ไฮไลต์เที่ยว สะพานกัปปะ จุดชมวิวคามิโคจิ ญี่ปุ่น ได้เลย
สะพานกัปปะ เป็นจุดที่ถ่ายรูปที่สวยที่สุดของคามิโคจิ ที่ lovely smile tour พาไปเที่ยว
สะพานกัปปะ (Kappa Bridge)
  • 2. บึงไทโช (Taisho Pond) บึงน้ำที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟยาเกะดาเกะ (Mt. Yakedake) ในปี ค.ศ. 1915 ไฮไลท์ของที่นี่คือซากต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่กลางน้ำ เมื่อสะท้อนกับผิวน้ำที่นิ่งสนิทและฉากหลังที่เป็นภูเขาไฟ จะได้ภาพที่ดูลึกลับและทรงพลังอย่างประหลาด
kamikochi 05
credit : gltjp.com
  • 3. บึงเมียวจิน (Myojin Pond) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไป บึงแห่งนี้รายล้อมด้วยป่าทึบและมีศาลเจ้าโฮตากะตั้งอยู่ บรรยากาศเงียบสงบและมีมนต์ขลัง น้ำในบึงใสและนิ่งราวกับกระจกบานใหญ่ ถือเป็นจุดที่สายมูเตลูและผู้ที่รักความสงบต้องหลงรัก (จุดนี้มีค่าเข้าชมเล็กน้อยเพื่อบำรุงรักษาสถานที่)
kamikochi 07
credit : gltjp.com
  • 4. บึงทาชิโระ (Tashiro Pond) บึงน้ำตื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ในช่วงฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยพืชน้ำสีเขียวขจี และเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่จะกลายเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามที่สุด เนื่องจากต้นไม้รอบบึงจะเปลี่ยนเป็นสีส้มและแดงสะท้อนผิวน้ำอย่างสวยงาม
kamikochi 08
credit: thegate12.com/article/108
  • 5. อนุสาวรีย์เวสตัน (Weston Relief) แผ่นหินสลักรูปใบหน้าของ Walter Weston มิชชันนารีชาวอังกฤษผู้หลงใหลในการปีนเขา และเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้คำว่า “เจแปนแอลป์” (Japan Alps) เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หากเดินผ่านเส้นทางนี้ อย่าลืมแวะทักทายและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

เที่ยวเดือนไหนดี? อัปเดตสภาพอากาศแต่ละฤดูกาล

คำถามยอดฮิตก่อนวางแผนเดินทางคือ เที่ยวเดือนไหนดี สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี โดยจะเปิดทำการในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น ลองมาเช็ก สภาพอากาศ ในแต่ละฤดูกาลกัน เพื่อให้เตรียมเสื้อผ้าได้เป๊ะที่สุด!

  • ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเมษายน – พฤษภาคม)
    • อุณหภูมิเฉลี่ย: 5°C – 15°C
    • บรรยากาศ: หิมะบนยอดเขายังละลายไม่หมด ทำให้ได้เห็นวิวภูเขาที่มีหมวกหิมะสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม อากาศค่อนข้างเย็นถึงหนาวจัดในตอนเช้า ควรเตรียมแจ็กเก็ตกันหนาวและเสื้อกันลมมาให้พร้อม
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)
    • อุณหภูมิเฉลี่ย: 10°C – 23°C
    • บรรยากาศ: อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนในตัวเมือง ต้นไม้ใบหญ้าเป็นสีเขียวชอุ่มชุ่มชื่น เหมาะกับการเดินป่าและสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สุด แต่อาจมีฝนตกประปราย ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้ด้วย
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – กลางพฤศจิกายน)
    • อุณหภูมิเฉลี่ย: 0°C – 13°C
    • บรรยากาศ: นี่คือช่วงพีคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกตั้งตารอคอย! คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี จะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ต้นสนคารามัตสึ (Larch) จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามไปทั้งหุบเขา อากาศจะเริ่มหนาวเย็นมากโดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน ควรเตรียมเสื้อกันหนาวแบบหนา ถุงมือ และหมวกไหมพรมให้พร้อม
kamikochi 12
บรรยากาศช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี credit : triptojapan.com

คามิโคจิ ไปยังไง? แนะนำวิธีเดินทางฉบับเข้าใจง่าย

สำหรับใครที่สงสัยว่า เดินทางยังไง เนื่องจากที่นี่มีกฎห้ามรถยนต์ส่วนตัวเข้า การเดินทางจึงต้องอาศัยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก โดยมีวิธีหลักๆ ดังนี้:

  1. เดินทางจากโตเกียว (Tokyo): มีรถบัสด่วน (Direct Highway Bus) วิ่งตรงจากสถานี Shinjuku หรือ Tokyo Station มายังคามิโคจิ ใช้เวลาประมาณ 5-7 ชั่วโมง ถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่ไม่อยากเปลี่ยนรถ
  2. เดินทางจากมัตสึโมโต้ (Matsumoto): นั่งรถไฟสาย Alpico Line จากสถานี Matsumoto ไปลงที่สถานี Shinshimashima (ประมาณ 30 นาที) จากนั้นต่อรถบัสไปคามิโคจิ (ประมาณ 1 ชั่วโมง)
  3. เดินทางจากทาคายาม่า (Takayama): นั่งรถบัสจาก Takayama Nohi Bus Center ไปลงที่ท่ารถ Hirayu Onsen จากนั้นเปลี่ยนรถบัสเพื่อเข้าไปยังคามิโคจิ รวมใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง

ข้อควรระวัง: ในช่วงฤดูท่องเที่ยว (ตุลาคม) ตั๋วรถบัสอาจเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้า และการแบกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นลงรถเมล์อาจทำให้ไม่สะดวกสบายนัก

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวคามิโคจิ

Q1: คามิโคจิ เปิดให้เที่ยวช่วงไหนบ้าง?

A1: อุทยานจะเปิดให้เข้าชมในช่วงกลางเดือนเมษายน และปิดให้บริการในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี (วันที่แน่นอนอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ในช่วงฤดูหนาวจะปิดอุทยานอย่างเป็นทางการ

Q2: หากอยากไปชม คามิโคจิ ใบไม้เปลี่ยนสี ควรไปเดือนไหนดีที่สุด?

A2: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเดือนตุลาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0°C – 13°C อากาศหนาวเย็นกำลังดีและทิวทัศน์จะเต็มไปด้วยสีเหลืองทองและส้มแดง เป็นช่วงเวลาที่ถ่ายรูปออกมาสวยที่สุด

Q3: ภายในคามิโคจิมีร้านอาหารหรือห้องน้ำให้บริการหรือไม่?

A3: มีให้บริการอย่างครบครัน โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ สะพานกัปปะ จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องน้ำสาธารณะ และโรงแรมที่พัก แต่แนะนำให้พกน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวพกพาติดตัวไว้บ้างหากตั้งใจจะเดินป่าเข้าไปในจุดที่ลึกขึ้น

เปิดประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นสุดฟินไปกับ Lovely Smile Tour

การเดินทางไปยังคามิโคจิด้วยตัวเองอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะการต้องต่อรถไฟและรถบัสหลายต่อ การลากกระเป๋าเดินทางข้ามเมือง หรือการต้องแย่งกันจองตั๋วรถบัสในช่วงไฮซีซั่น ซึ่งอาจทำให้ความสนุกของการพักผ่อนลดลงไปได้

จะดีกว่าไหม หากการเดินทางไปเยือนสวรรค์บนดินแห่งนี้ เป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และได้รับการดูแลระดับพรีเมียม!

ขอแนะนำแพ็กเกจ ทัวร์คามิโคจิ จาก Lovely Smile Tour ที่จะช่วยเนรมิตทริปในฝันให้เป็นจริง เราจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมสรรพ ตั้งแต่รถบัสปรับอากาศส่วนตัวที่นั่งสบาย นำเข้าสู่คามิโคจิได้อย่างราบรื่น ไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลและเล่าเกร็ดความรู้ตลอดการเดินทาง ไปจนถึงที่พักและอาหารมื้อพิเศษที่คุณไม่ต้องเหนื่อยแพลนเอง แค่เตรียมชุดสวยๆ และกล้องถ่ายรูปให้พร้อม ก็สามารถสัมผัสความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม

นอกจากนี้ หากสนใจเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น สามารถเลือกชม แพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นทั้งหมด ได้ที่นี่เลย คามิโคจิ และทัวร์ญี่ปุ่นทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปชมซากุระ สัมผัสหิมะ หรือตะลุยแหล่งช้อปปิ้ง เราก็มีโปรแกรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มั่นใจได้ในความคุ้มค่าและบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:

สรุปส่งท้าย

คามิโคจิ ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างผลงานศิลปะชิ้นเอกเอาไว้รอให้ทุกคนไปสัมผัส ไม่ว่าจะไปเยือนในฤดูใบไม้ผลิที่สดใส ฤดูร้อนที่เขียวขจี หรือฤดูใบไม้ร่วงที่โรแมนติก มั่นใจได้เลยว่าความงดงามของเทือกเขาโฮตากะและแม่น้ำอาซุสะ จะประทับอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล เตรียมจัดกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เจแปนแอลป์ด้วยกัน!

แชร์บทความนี้
เก้ วุฒิภูมิ
เก้ วุฒิภูมิ

ผู้จัดการทั่วไป
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว และอยู่ในวงการทัวร์มากว่า 13 ปี