10 ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว 2569 สวรรค์บนดินที่คุณต้องไป

หากพูดถึงดินแดนสวรรค์บนดินที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์และทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาด “อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว” (Jiuzhaigou) ประเทศจีน จะต้องเป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของนักเดินทางอย่างแน่นอน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ทะเลสาบหลากสี และน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่ควรหาโอกาสไปเยือนสักครั้งในชีวิต วันนี้เราขอพามาอัปเดตแลนด์มาร์กสำคัญเพื่อให้ทุกคนเตรียมจัดกระเป๋าไปฟินกับ จิ่วจ้ายโกว ที่เที่ยว สุดฮิตที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความสวยงามอลังการตลอดทั้งปี

ทำความรู้จัก “จิ่วจ้ายโกว” มรดกโลกทางธรรมชาติ

อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ชื่อ “จิ่วจ้ายโกว” มีความหมายว่า “หุบเขาเก้าหมู่บ้าน” ซึ่งมีที่มาจากหมู่บ้านชาวทิเบต 9 แห่งที่ตั้งอยู่รายรอบหุบเขาแห่งนี้ ความโดดเด่นที่ทำให้องค์การยูเนสโก (UNESCO) ยกย่องให้ที่นี่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ คือระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบ ทั้งเทือกเขาหิมะ ป่าดึกดำบรรพ์ และสิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดก็คือ “ทะเลสาบสีฟ้าและสีเขียวมรกต” ที่มีความใสราวกับกระจกสะท้อนเงาของธรรมชาติรอบด้าน

อัปเดต 10 ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว 2569 ที่ไม่ควรพลาด

เตรียมสมุดจดลิสต์และกล้องถ่ายรูปให้พร้อม เพราะนี่คือ 10 พิกัดไฮไลท์ที่รับรองว่าวิวสวยสะกดทุกสายตา

1. ทะเลสาบห้าดอก (Five Flower Lake / Wuhua Hai)

ถือเป็นมงกุฎเพชรแห่งอุทยานจิ่วจ้ายโกว ทะเลสาบห้าดอกมีความงดงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในอุทยาน น้ำในทะเลสาบแห่งนี้จะเปลี่ยนสีสันไปตามแสงแดดและแร่ธาตุที่ตกตะกอนอยู่เบื้องล่าง ไล่ตั้งแต่สีฟ้าอ่อน สีเขียวเทอร์ควอยซ์ ไปจนถึงสีน้ำเงินเข้ม

  • จุดเด่น: ใต้น้ำมีท่อนไม้โบราณที่ล้มทอดตัวทับซ้อนกัน เมื่อมองผ่านผิวน้ำที่ใสสะอาดจะเห็นรายละเอียดได้อย่างชัดเจนราวกับมองผ่านกระจก
  • ทริกการถ่ายรูป: แนะนำให้เดินขึ้นไปยังจุดชมวิว Tiger Stone เพื่อถ่ายภาพมุมสูง จะเห็นสีสันของทะเลสาบตัดกับผืนป่าอย่างงดงาม

2. น้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)

ใครที่เป็นแฟนซีรีส์จีนระดับตำนานอย่าง “ไซอิ๋ว” จะต้องคุ้นตากับน้ำตกแห่งนี้อย่างแน่นอน น้ำตกธารไข่มุกมีความกว้างกว่า 310 เมตร น้ำที่ไหลตกลงมากระทบกับโขดหินลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ แตกกระเซ็นเป็นละอองน้ำสีขาวบริสุทธิ์ดูคล้ายกับเม็ดไข่มุกที่กลิ้งลงมาจากเนินเขา

  • จุดเด่น: เสียงน้ำตกที่ดังกึกก้องและละอองน้ำที่เย็นสดชื่นตลอดทางเดินชมวิว ทำให้รู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ
  • ข้อแนะนำ: บริเวณทางเดินไม้รอบน้ำตกอาจมีความลื่น ควรระมัดระวังในการก้าวเดิน

3. ทะเลสาบยาว (Long Lake / Chang Hai)

ทะเลสาบยาวเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและลึกที่สุดในอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 3,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รูปร่างของทะเลสาบมีลักษณะคล้ายพระจันทร์เสี้ยว โอบล้อมไปด้วยยอดเขาสูงตระหง่านที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี

  • จุดเด่น: บรรยากาศเงียบสงบและยิ่งใหญ่อลังการ ในช่วงฤดูหนาวผิวน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งและปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน สวยงามราวกับเทพนิยาย
วิวฤดูหนาวของทะเลสาบยาวในจิ่วจ้ายโกว มีหิมะปกคลุมทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มและต้นสนรอบ
ทะเลสาบยาวในช่วงฤดูหนาว

4. ทะเลสาบห้าสี (Five-Color Pond / Wucai Chi)

แม้จะเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่มีขนาดเล็กที่สุดในอุทยาน แต่ความสวยงามกลับไม่เป็นรองใคร ทะเลสาบห้าสีขึ้นชื่อเรื่องความใสสะอาดและสีสันที่สดใสที่สุด น้ำในทะเลสาบแห่งนี้ไม่เคยเหือดแห้งและไม่เคยจับตัวเป็นน้ำแข็งแม้ในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บที่สุดก็ตาม

  • จุดเด่น: สีของน้ำที่ไล่เฉดตั้งแต่สีฟ้าอ่อน ส้ม ม่วง ไปจนถึงสีเขียวมรกต ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของแสงแดดและแร่ธาตุ

5. ทะเลสาบแพนด้า (Panda Lake)

ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ที่ลงมาดื่มน้ำในทะเลสาบ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ทะเลสาบแพนด้า” น้ำในทะเลสาบใสมากจนสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของภูเขาและท้องฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

  • จุดเด่น: หากเดินตามเส้นทางธรรมชาติลงมา จะพบกับ น้ำตกแพนด้า (Panda Lake Waterfall) ซึ่งเป็นน้ำตกแบบขั้นบันไดที่สวยงามแปลกตา
บรรยากาศฤดูหนาวรอบทะเลสาบแพนด้า จิ่วจ้ายโกว มีหิมะปกคลุมบนผิวน้ำ
ทะเลสาบแพนด้าในช่วงฤดูหนาว

6. น้ำตกนู่รื่อหลาง (Nuorilang Waterfall)

น้ำตกนู่รื่อหลางคือน้ำตกหินปูนที่กว้างที่สุดในประเทศจีน มีความกว้างถึง 320 เมตร และสูงกว่า 20 เมตร คำว่า “นู่รื่อหลาง” ในภาษาทิเบตแปลว่า “ยิ่งใหญ่และตระการตา” ซึ่งสมกับความอลังการของน้ำตกแห่งนี้อย่างแท้จริง

  • จุดเด่น: ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและแดง ต้นไม้เหล่านี้จะล้อมรอบกรอบน้ำตก กลายเป็นมุมถ่ายภาพที่นักช่างภาพทั่วโลกใฝ่ฝัน

7. ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake / Jing Hai)

หากคุณรักความเงียบสงบและการถ่ายภาพสะท้อนน้ำ ทะเลสาบกระจกคือจุดหมายที่คุณต้องห้ามพลาด รูปร่างของทะเลสาบทอดตัวยาวขนานไปกับช่องเขา ผิวน้ำเรียบนิ่งจนสะท้อนทุกสิ่งรอบข้างได้อย่างไร้ที่ติ

  • ทริกการถ่ายรูป: เวลาที่ดีที่สุดในการมาชมคือ ก่อนเวลา 09.00 น. เพราะหลังจากนั้นมักจะมีลมพัด ทำให้ผิวน้ำเกิดริ้วคลื่นและไม่สะท้อนเงาเหมือนกระจก
ทะเลสาบกระจก ในจิ่วจ้ายโกว เผยผิวน้ำนิ่งสนิทที่สะท้อนภาพภูเขาและท้องฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบราวกับกระจกเงา
ทะเลสาบกระจก

8. ทะเลสาบแรด (Rhinoceros Lake / Xiniu Hai)

ทะเลสาบแรดเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอุทยาน ตามตำนานเล่าว่า มีพระลามะชาวทิเบตขี่แรดมาถึงบริเวณนี้และป่วยหนัก เมื่อได้ดื่มน้ำจากทะเลสาบก็หายจากอาการป่วย พระลามะจึงตัดสินใจอยู่ที่นี่และปล่อยแรดลงไปในทะเลสาบ

  • จุดเด่น: บริเวณนี้มีทิวทัศน์ที่กว้างขวาง และมักจะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะพักผ่อนชมวิว

9. ทะเลสาบเสือ (Tiger Lake / Lao Hu Hai)

ทะเลสาบเสือตั้งอยู่ใกล้กับน้ำตกชู่เจิ้ง (Shuzheng Waterfall) เหตุที่ได้ชื่อนี้มา มีเสียงเล่าขานว่าเพราะเสียงน้ำตกที่ดังกึกก้องเปรียบเสมือนเสียงคำรามของเสือ นอกจากนี้ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง สีสันของใบไม้ที่สะท้อนลงบนผิวน้ำยังดูคล้ายกับลวดลายบนหนังเสืออีกด้วย

  • จุดเด่น: บรรยากาศรอบข้างที่ร่มรื่น และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เดินง่าย ถ่ายรูปสวยทุกมุม

10. หมู่บ้านวัฒนธรรมทิเบต (Tibetan Villages)

นอกจากการชมธรรมชาติแล้ว การสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด หมู่บ้านชู่เจิ้ง (Shuzheng Village) เป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวทิเบตที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

  • ไฮไลท์เด่น: คุณจะได้พบกับสถาปัตยกรรมแบบทิเบตดั้งเดิม ธงมนตราหลากสีสันที่โบกสะบัด สถูปเจดีย์ และสามารถเลือกซื้อของที่ระลึกหรืองานคราฟต์ท้องถิ่นกลับไปเป็นของฝากได้ด้วย

ฤดูกาลน่าเที่ยว: วางแผนไปสัมผัส ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ช่วงไหนดี?

เสน่ห์ของการไป ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกว 2569 คือความสวยงามที่เปลี่ยนไปในทุกฤดูกาล การรู้สภาพอากาศและอุณหภูมิจะช่วยให้วางแผนจัดกระเป๋าได้อย่างเหมาะสม

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม): เป็นช่วงที่หิมะเริ่มละลาย ดอกไม้ป่าเริ่มบานสะพรั่ง และปริมาณน้ำในทะเลสาบเริ่มเพิ่มขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5°C ถึง 15°C อากาศยังค่อนข้างเย็นสบาย แนะนำให้เตรียมเสื้อกันหนาวแบบเบาๆ ไปด้วย
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): ต้นไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่มเต็มที่ ปริมาณน้ำตกจะเยอะและทรงพลังมากที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15°C ถึง 25°C กลางวันจะอุ่นสบาย แต่กลางคืนยังคงมีความเย็นร่มรื่น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): เป็นฤดูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และถูกยกย่องว่าสวยที่สุด เพราะใบไม้ทั่วทั้งหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง สลับกับต้นสนสีเขียว และตัดกับน้ำสีฟ้าใส อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8°C ถึง 18°C อากาศเย็นสบายกำลังดี เตรียมเสื้อสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตกันลมติดตัวไว้ได้เลย
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์): เปลี่ยนจิ่วจ้ายโกวให้กลายเป็นเมืองหิมะ น้ำตกหลายแห่งจะกลายเป็นน้ำแข็ง ภูเขาและต้นไม้ถูกปกคลุมด้วยสีขาวโพลน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -5°C ถึง 5°C หนาวจัด ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวแบบจัดเต็ม อุปกรณ์กันลม และรองเท้าสำหรับลุยหิมะ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว

1. เที่ยวจิ่วจ้ายโกวช่วงไหนดีที่สุด? ช่วงเวลาที่ดีและสวยงามที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปคือ ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน) เนื่องจากเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเต็มที่ อากาศดี อุณหภูมิเฉลี่ยเย็นสบายประมาณ 8°C ถึง 18°C ทำให้การเดินชมธรรมชาติไม่เหนื่อยจนเกินไปและได้ภาพถ่ายที่สวยงามอลังการ

2. การเดินทางภายในอุทยานจิ่วจ้ายโกวสะดวกไหม? สะดวกมาก! ภายในอุทยานมีการจัดการที่เป็นระบบและมี รถบัสอุทยาน (Shuttle Bus) คอยให้บริการรับ-ส่งนักท่องเที่ยวตามจุดแลนด์มาร์กสำคัญๆ ตลอดทั้งวัน คุณสามารถเลือกลงตามจุดต่างๆ แล้วเดินลัดเลาะตามเส้นทางชมธรรมชาติ (Boardwalk) เพื่อถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัย

3. ไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกวต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? สิ่งสำคัญคือเรื่องของระดับความสูง เนื่องจากอุทยานตั้งอยู่บนพื้นที่สูง (ประมาณ 2,000 – 3,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) บางคนอาจมีอาการแพ้ความสูง (High Altitude Sickness) แนะนำให้เดินช้าๆ ไม่วิ่ง ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และที่ขาดไม่ได้คือ รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่สวมใส่สบาย เพราะต้องใช้เวลาเดินชมธรรมชาติตลอดทั้งวัน

สัมผัสความงามของจีนเหนือระดับ จอง ทัวร์จิ่วจ้ายโกว กับ Lovely Smile Tour

ประเทศจีนเป็นดินแดนที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ตระการตา การเดินทางไปเที่ยวจิ่วจ้ายโกวในปัจจุบันสะดวกสบายกว่าในอดีตมาก มีทั้งรถไฟความเร็วสูงและเที่ยวบินที่ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทาง แต่การจัดทริปเองอาจจะต้องปวดหัวกับเรื่องการจองตั๋วเข้าอุทยานที่จำกัดจำนวนคนในแต่ละวัน การหาโรงแรมที่พัก หรือการสื่อสารภาษาจีน

หมดกังวลทุกปัญหาเพียงแค่เลือกเดินทางไปกับ Lovely Smile Tour เราพร้อมดูแลคุณตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกเดินทาง ด้วยแพ็กเกจ ทัวร์จิ่วจ้ายโกว สุดคุ้มค่า ที่คัดสรรโรงแรมที่พักระดับมาตรฐาน อาหารท้องถิ่นรสเลิศ และไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลให้คำแนะนำตลอดทริป ให้คุณได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบฟินๆ ไม่ต้องเสียเวลาวางแผนเองให้เหนื่อย

หากกำลังมองหาแพ็กเกจท่องเที่ยวคุณภาพ หรือต้องการอัปเดตแลนด์มาร์กสวยๆ สามารถเข้าไปเลือกชม ทัวร์จิ่วจ้ายโกว ได้เลย รับรองว่าคุณจะได้ทริปแห่งความทรงจำกลับไปอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หากสนใจเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ในประเทศจีน สามารถเลือกชม แพ็กเกจทัวร์จีน ทั้งหมดได้ที่นี่เลย

สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:

บทสรุป

ที่เที่ยวจิ่วจ้ายโกวเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นความใสของทะเลสาบ ความยิ่งใหญ่ของน้ำตก หรือมนต์เสน่ห์ของฤดูกาลที่เปลี่ยนผ่าน ล้วนสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม เตรียมตัวให้พร้อม แพ็กกระเป๋า แล้วออกเดินทางไปสัมผัสสวรรค์บนดินแห่งนี้กันได้เลย!

แชร์บทความนี้
หมิง เอกภพ
หมิง เอกภพ

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
ชอบท่องเที่ยวและรีวิวสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ทั่วทุกมุมโลก