จัตุรัสเซนาโด้ (Senado Square) แลนด์มาร์คชื่อดังใจกลางเมืองเก่ามาเก๊า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุเกสผสมผสานกับวัฒนธรรมจีน บรรยากาศรอบจัตุรัสคึกคักไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย หากที่ใครอยากเที่ยวทัวร์มาเก๊า ไปสัมผัสเสน่ห์ของจัตุรัสเซนาโด้ สามารถดูรีวิวนี้ก่อนได้เลยว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง
1. ภาพรวม
จัตุรัสเซนาโด้ (Senado Square) ตั้งอยู่ใจกลางเขตเมืองเก่าของมาเก๊า มีประวัติยาวนานตั้งแต่ช่วงที่มาเก๊าอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการบริหารและการค้าสำคัญของเมือง โดยชื่อ “เซนาโด้” มาจากคำว่า Senado ซึ่งหมายถึง “วุฒิสภา” หรือสภาเทศบาลในภาษาโปรตุเกส เนื่องจากบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของอาคารสภาเมืองมาเก๊าในอดีต
จัตุรัสแห่งนี้โดดเด่นด้วยพื้นลวดลายคลื่นสีขาว ดำแบบโปรตุเกส และอาคารสถาปัตยกรรมยุโรปสไตล์โคโลเนียลที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสวยงาม โดยที่แห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3,700 ตารางเมตร ปัจจุบัน Senado Square ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของเขตประวัติศาสตร์แห่งมาเก๊าจาก UNESCO และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างมีเอกลักษณ์

2. ไฮไลท์
2.1 บรรยากาศและเอกลักษณ์สถาปัตยกรรม
ที่นี่มีความโดดเด่นด้วยบรรยากาศยุโรปสุดคลาสสิก ไฮไลท์อยู่ที่พื้นถนนซึ่งปูด้วยหินโมเสกสีขาวตัดดำเป็นลวดลายลอนคลื่นทะเลตามศิลปะดั้งเดิมของโปรตุเกส ล้อมรอบด้วยหมู่ตึกโบราณสไตล์นีโอคลาสสิกหลากสีสันพาสเทล ทั้งสีเหลืองไข่ไก่ สีเขียวมิ้นต์ และสีชมพูอ่อน พร้อมหน้าต่างบานคู่และระเบียงเหล็กดัด สะท้อนให้เห็นการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกได้อย่างมีชีวิตชีวา ถ่ายรูปสวยทุกมุม

2.2 แหล่งช้อปปิ้งและสตรีทฟู๊ด
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่สถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นทางเดินของสายช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดในมาเก๊า ตลอดทางเดินจากจัตุรัสเซนาโดไปยังหน้าไปซากประตูโบสถ์เซนต์พอล จะเรียกว่า “ถนนสายของฝาก” เพราะมีร้านค้าแบรนด์เนม ร้านแฟชั่น เครื่องสำอาง และร้านรองเท้าให้เลือกช้อปกันมากมาย

2.3 มุมถ่ายรูปยอดฮิต
มุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ใจกลางจัตุรัส ที่ต้องใช้เลนส์มุมกว้างเก็บพื้นหินโมเสกลายคลื่นทะเลคู่กับตึกสีพาสเทลขนานสองข้าง ถัดมาคือ หน้าโบสถ์เซนต์โดมินิก สีเหลืองมัสตาร์ดตัดประตูเขียวที่ให้ฟีลยุโรปใต้แบบเต็มๆ ส่วนสายวินเทจห้ามพลาด บันไดหินและผนังกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงิน ด้านในอาคารลีลเซนาโด รวมถึง ตรอกซอกซอยสีพาสเทล รอบๆ ที่ถ่ายสตรีทแฟชั่นได้ละมุนตา และปิดท้ายด้วย มุมแสงไฟยามค่ำคืน รอบน้ำพุที่ให้บรรยากาศโรแมนติก แต่ละเทศกาลก็จะมีการประดับไฟให้เข้ากับเทศกาลนั้นๆ


3. การเดินทาง
การเดินทางง่ายที่สุดด้วย รถบัสประจำทาง สาย 3, 3X, 26A, 33 (และอีกหลายสาย) มาลงที่ป้าย Almeida Ribeiro / San Ma Lo แล้วเดินต่ออีกไม่กี่ก้าว หรือหากอยากเซฟงบสามารถนั่ง รถบัสฟรีของคาสิโน เช่น Grand Lisboa หรือ Wynn Macau มาลงที่โรงแรมแล้วเดินต่อประมาณ 10-15 นาที สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายหรือมาเป็นกลุ่มก็สามารถนั่ง แท็กซี่ มาลงหน้าจัตุรัสได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถเดินเท้า เชื่อมต่อมาจากซากประตูโบสถ์เซนต์พอลได้ง่ายๆ ในเวลาเพียง 5-10 นาที
4. ข้อมูลเพิ่มเติม
| วันเวลาทำการ | เปิดทำการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ร้านค้าและร้านอาหารรอบจัตุรัส ส่วนใหญ่จะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 10:00 – 21:00 น. (บางร้านเปิดถึง 22:00 น.) |
| ช่วงเวลาแนะนำ | หากต้องการภาพคลีนๆ คนไม่บังเฟรม ควรมาช่วงเช้าตรู่ 07:00 – 09:00 น. แต่หากต้องการบรรยากาศแสงสีที่โรแมนติก ตัวอาคารจะเริ่มเปิดไฟสว่างไสวตั้งแต่เวลา 18:00 – 22:00 น. |
| พิกัด | 11 Senado Square, มาเก๊า |
สรุป
โดยสรุป ที่นี่คือแลนด์มาร์คที่รวมเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมยุโรปพาสเทล ร้านอาหาร และแหล่งช้อปปิ้งไว้ในที่เดียวกันได้อย่างลงตัว สำหรับใครที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในมาเก๊า ก็เป็นอีกจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ใครที่สนใจทัวร์ชิงเต่า สามารถแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

