รีวิว ภูเขาเสี้ยวหยูซาน เมืองชิงเต่า

แชร์บทความนี้

หากใครที่กำลังมองหาจุดชมวิวที่ได้รวบรวมเสน่ห์ของเมืองชิงเต่าไว้ในที่เดียว ภูเขาเสี้ยวหยูซาน คืออีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด ด้วยสถาปัตยกรรมจีนคลาสสิกตั้งอยู่เหนือเมืองเก่าสไตล์ยุโรป ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวทัวร์จีน ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบพาโรนามา ซึ่งบทความนี้จะมารีวิวว่าสถานที่แห่งนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง อ่านรีวิวนี้ก่อนได้เลย

1. ประวัติความเป็นมา

ภูเขาเสี้ยวหยูซาน (Xiaoyushan Hill) หรือ “ภูเขาปลาน้อย” ตั้งอยู่ในเขตชินหนาน เมืองชิงเต่า เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และมีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1934 เมื่อเศรษฐีใจบุญได้มีการสร้างอาคาร “จั้นซาน” เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ก่อนจะถูกรื้อถอนในเวลาต่อมาเนื่องจากความทรุดโทรม จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1984 รัฐบาลได้พัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นสวนสาธารณะบนเนินเขาแห่งแรกที่เน้นสถาปัตยกรรมแบบจีนคลาสสิกภายใต้ธีม “ปลาและทะเล” จุดเด่นคือ ศาลาหลานเจ้า ทรงแปดเหลี่ยมหลังคาสีเขียวมรกตที่จำลองสีของน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเอกลักษณ์ “หลังคาสีแดง ต้นไม้เขียวขจี ทะเลสีฟ้า” ของเมืองได้แบบ 360 องศา ชื่อของภูเขาแปลว่า “ปลาน้อย” สื่อถึงอดีตที่ชาวประมงเคยใช้พื้นที่แห่งนี้ในการตากปลาและซ่อมแห ด้วยความสูงเพียง 60 เมตร ทำให้ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คที่เดินขึ้นง่ายและตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง เช่น บ้านพักเก่าของคังโหย่วเหวย และหาดทรายที่หนึ่งของชิงเต่า

ภูเขาเสี้ยวหยูซาน
Xiaoyushan Hill Credit : govt.chinadaily.com.cn

2. จุดไฮไลท์

2.1 ศาลาหลานเจ้า

ศาลาหลานเจ้าเป็นศาลาหลักทรงแปดเหลี่ยมสูง 3 ชั้น ประมาณ 18 เมตร ออกเเบบด้วยสไตล์จีนคลาสสิก หลังคามุงด้วย กระเบื้องเคลือบสีเขียวมรกต ซึ่งตั้งใจออกแบบมาให้กลมกลืนกับสีของน้ำทะเลชิงเต่า ตัดกับเสาสีแดงเข้มและลวดลายเขียนสีแบบจีนประเพณี ภายในศาลามีบันไดวนให้เดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นวิวเมืองสไตล์ยุโรปและแนวชายฝั่งตัดกันอย่างสวยงาม

ศาลาหลานเจ้า
ศาลาหลานเจ้า Credit : www.expedia.com

2.2 สถาปัตยกรรมสไตล์จีนคลาสสิก

นอกจากศาลาหลักแล้ว ยังมี ศาลาปี้โปว (Bibo Pavilion) และ ศาลาหยงชุ่ย (Yongcui Pavilion) เป็นศาลาที่ลดหลั่นขนาดลงมา ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยระเบียงคด บริเวณระเบียงจะมีการใช้ภาพวาดสีแบบจีนเล่าเรื่องราวตำนานท้องถิ่น เช่น “แปดเซียนข้ามทะเล” ซึ่งช่วยเพิ่มกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์และประวัติศาสตร์อีกด้วย

สถาปัตยกรรมสไตล์จีนคลาสสิก
สถาปัตยกรรมสไตล์จีนคลาสสิก credit : www.expedia.com

2.3 สัญลักษณ์ปลาน้อย

สัญลักษณ์ปลาน้อย บนภูเขาเสี้ยวหยูซาน ไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่เป็น หัวใจ” ของการออกแบบ (Design Theme) ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และชื่อของภูเขาแห่งนี้ โดยเสี้ยวหยูซาน แปลว่า ภูเขาปลาน้อย ซึ่งได้มีการสลักตัวอักษรจีนคำว่า “ปลา” (鱼 – Yú) ในรูปแบบอักษรโบราณต่างๆ ลงบนผนังหินและกำแพงระเบียง ตามผนังทางเดินหรือเชิงบันได จะมีรูปปั้นปลาที่ออกแบบให้ดูพลิ้วไหวเหมือนกำลังว่ายอยู่ในทะเล นอกจากนี้ยังมีภาพวาดสีที่เกี่ยวข้องกับตำนานทางทะเล ซึ่งมักจะมีปลาเป็นส่วนประกอบสำคัญ และจุดไฮไลท์ที่คนชอบถ่ายรูปคือ ป้ายหินหรือผนังที่มีตัวอักษร “ปลา” โบราณ ซึ่งให้ความรู้สึกขลังและอาร์ตในเวลาเดียวกัน เป็นการยืนยันว่าได้มาถึง “ภูเขาปลาน้อย” อย่างเป็นทางการแล้ว

สัญลักษณ์ปลาน้อย
สัญลักษณ์ปลาน้อย Credit : www.expedia.com

2.4 จุดชมวิวแบบ 360 องศา

ด้วยความสูงของภูเขาเสี้ยวหยูซานสูงแค่ 60 เมตร ทำให้เดินขึ้นได้ง่ายและเห็นวิวทิวทัศน์ที่เป็นสัญลักษณ์ของชิงเต่าที่เรียกว่า “หลังคาสีแดง ต้นไม้เขียวขจี ทะเลสีฟ้า และท้องฟ้าคราม” ได้อย่างชัดเจนที่สุด สามารถมองเห็นหาดอาบน้ำที่หนึ่ง (First Bathing Beach) ที่มีหาดทรายสีทองโค้งยาวขนานไปกับน้ำทะเล และนอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นแลนด์มาร์คอื่นๆ ได้ครบ เช่น หอส่งสัญญาณโทรทัศน์บนภูเขาไทปิง, สวนสัญญาณเขา (Signal Hill), และท่าเรือจั้นเฉียวอีกด้วย

ชมวิวได้แบบ 360 องศา
ชมวิวได้แบบ 360 องศา credit : govt.chinadaily.com.cn

3. ค่าเข้าชมและเวลาทำการ

ค่าเข้าชมเข้าชมฟรี ปัจจุบันสวนสาธารณะส่วนใหญ่ในชิงเต่ารวมถึงภูเขาเสี้ยวหยูซานได้ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมแล้ว (จากเดิมที่เคยเก็บประมาณ 10-15 หยวน)

หมายเหตุ แม้จะเข้าฟรี แต่ในบางช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น อาจต้องมีการจองคิวล่วงหน้าผ่านทาง WeChat Mini Program ของสถานที่ท่องเที่ยวในชิงเต่า หรือแสดงรหัสสุขภาพ/พาสปอร์ตที่หน้าทางเข้า
เวลาทำการเวลาเปิด-ปิดจะมีการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลเพื่อให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นและตก
ฤดูท่องเที่ยว (High Season เมษายน – ตุลาคม)
เปิดทำการเวลา 06:00 – 20:00 น.
(สามารถเข้าชมรอบสุดท้ายได้ไม่เกินเวลา 20:00 น.)

นอกฤดูท่องเที่ยว (Low Season พฤศจิกายน – มีนาคม)
เปิดทำการเวลา 06:00 – 19:00 น.
(สามารถเข้าชมรอบสุดท้ายได้ไม่เกินเวลา 19:00 น.)
พิกัด24 Fushan Byp, Shinan District, Qing Dao Shi, Shandong, จีน 266005

4. วิธีการเดินทาง

การเดินทางไปยังภูเขาเสี้ยวหยูซานในเมืองชิงเต่า สะดวกมากเพราะตั้งอยู่ในเขตท่องเที่ยวหลัก สามารถเดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟใต้ดินสาย 3 (สถานี Huiquan Square) หรือสาย 4 (สถานี Signal Hill Park) แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10-15 นาที

5. คำเเนะนำเพิ่มเติม

  1. ควรไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดินประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อชมวิวเมืองในแสงเย็นและรอชมไฟจากตึกต่างๆ ที่จะเริ่มเปิดในช่วงค่ำ ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่สวยงามมาก
  2. หากไม่อยากเบียดเสียดบนศาลาหลานเจ้า ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลา 09:00 – 11:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ
  3. เตรียมอุปกรณ์และเครื่องแต่งกาย แม้ภูเขาจะเตี้ยและเดินง่าย ใช้เวลาเดิน 5-10 นาทีก็ถึง แต่ควรสวมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย และเตรียมกล้อง แบตเตอรี่ให้พร้อมสำหรบถ่ายภาพ

สรุป

โดยสรุปแล้วเสี้ยวหยูซานคือจุดเช็คอินที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเดินขึ้นง่ายแต่ได้ชมวิวเเบบพาโนรามา และได้รวมเอกลักษณ์ของชิงเต่าไว้ครบในที่เดียว แถมยังเข้าชมฟรีและเดินทางสะดวก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมวิว และดื่มด่ำบรรยากาศกึ่งยุโรปกึ่งจีนค่ะ สำหรับใครที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในจีนชิงเต่าก็เป็นอีกจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ใครที่สนใจทัวร์ชิงเต่า สามารถแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

แชร์บทความนี้