filter test

จัดเต็มรวม 11 สถานที่ท่องเที่ยวเมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น

แชร์บทความนี้

สถานที่ท่องเที่ยวเมืองนารามีอยู่มากมายให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม โดยเมืองนี้ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยเมืองนารานั้นเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับโตเกียวและโอซาก้า และตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ เป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมโบราณ วิวทิวทัศน์ของธรรมชาติอันเงียบสงบ และรวมไปถึงสถาปัตยกรรมไว้ด้วยกันได้เป็นอย่างดี สถานที่ท่องเที่ยวเมืองนารานี้มีตั้งแต่วัดที่สวยงาม ศาลเจ้า พระราชวัง และสวนต่างๆ รวมไปจนถึงมีสัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองอย่างกวางอยู่ด้วยมากมาย เมืองนาราจึงเป็นอีกเมืองที่น่าสนใจและสมควรเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนที่ประเทศญี่ปุ่น และในบทความนี้จะมาแนะนำทุกคนเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองนาราให้ได้อ่านกันค่ะ

1.วัดโทไดจิ (Todaiji Temple)

เริ่มต้นการท่องเที่ยวเมืองนาราไปด้วยการเดินทางไปที่วัดโทไดจิ วัดไม้ที่มีความสำคัญที่สุดของญี่ปุ่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก โดยวัดนี้สร้างในปี 607 อาคารถูกสร้างด้วยไม้และยังถือว่ามีความเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย

todaiji temple 02 hotels
วัดไทไดจิ credit : hotels.com

ภายในวัดจะสามารถทำให้นักท่องเที่ยวสามารถตื่นตาตื่นใจไปกับความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เรียกกันว่า ”ไดบุสึ” หรือที่คนเรียกกันว่า “หลวงพ่อโตแห่งนารา” เป็นพระพุทธรูปสำริดที่สูงถึง 15 เมตรที่มีความขลังและน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก และเมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปในหอพระใหญ่ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบและยังสามารถดื่มด่ำกับศิลปะโบราณชิ้นเอกนี้ได้ นอกจากนี้จะมีฝูงกวางเดินไปมาอย่างอิสระบริเวณรอบๆวัดอีกด้วย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แปลกใหม่ของวัดแห่งนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ

todaiji temple 03 cityseeker
ไดบุสึ หรือว่า หลวงพ่อโตแห่งนารา credit : cityseeker

2.สวนกวางนารา (Nara Park)

สวนสาธารณะนาราแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวเมืองนาราที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงสวนแห่งนี้แล้วนั้น นักท่องเที่ยวจะได้รับการต้อนรับจากฝูงกวางอย่างเป็นกันเองเพราะกวางเหล่านี้ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับผู้คน ถือเป็นสีสันใหม่ในขณะกำลังเที่ยวชมสวนนี้ โดยฝูงกวางเหล่านี้มีอยู่มากเป็น 1,200 ตัวเลยทีเดียว แต่น้องกวางถึงจะอยู่อย่างเป็นมิตรแต่ก็ถือว่ายังเป็นสัตว์ป่า จึงไม่ควรหยอกล้อแรงๆหรือยั่วโมโหฝูงกวางเหล่านี้เพราะน้องอาจจะมาทำร้ายได้ กวางเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของศาสนาชินโต ฝูงกวางสามารถเดินเตร่ได้อย่างอิสระภายในสวนสาธารณะและยังได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมงามอีกด้วย

nara park0 4
สวนนาราในฤดูใบไม้ผลิ credit : matcha-japan

สวนแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเล่นและให้อาหารน้องกวางได้ โดยอาหารที่กวางชอบก็คือข้าวเกรียบชนิดพิเศษที่เรียกว่า “ขนมเซมเบ้” แต่มีสิ่งที่ควรระมัดระวังก็คืออย่าให้อาหารอื่นนอกจากข้าวเกรียบชนิดนี้เพราะอาจจะทำให้น้องกวางอาจป่วยได้ สวนสาธารณะแห่งนี้เข้าชมฟรี และเปิด 24 ชม. จริง ๆ แล้วสวนแห่งนี้สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี แต่แนะนำให้มาในช่วงฤดูไม่ไม้ผลิเพราะจะได้เห็นดอกซากุระสีชมพูตัดกับสีเขียวสวยงาม และช่วงฤดูไบไม้เปลี่ยนสีจะได้เห็นต้นเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสีเป็นสีส้มเต็มไปหมด ซึ่งจะสวยงามมากๆเลยทีเดียว

nara park 01 hotels
สวนนาราในฤดูไบไม้ร่วง credit : hotels

3.ศาลเจ้าคาซุกะไทชา (Kasuga Taisha)

เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอันลึกลับของศาลเจ้าคาสึกะไทชา เป็นวัดที่เก่าแก่มาก ๆ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่เมืองนาราถูกแต่งตั้งให้เป็นเมืองหลวง เรียกว่าเก่าแก่ตีคู่มากกับเมืองนาราเลยทีเดียว เป็นหนึ่งในศาลเจ้าในศาสนาชินโตที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดในนารา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปในบรรยากาศที่เป็นป่าอันเงียบสงบ

kasuga hotels
วัดคาซุกะไทซา credit : hotels.com

เอกลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี่้คือนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมโคมไฟหินนับพันต้นที่เป็นไฮไลท์ของศาลเจ้าแห่งนี้เลยก็ว่าได้ โคมไฟหินนี้เรียงรายกันตามทางเดิน และนอกจากนี้ยังมีโคมไฟห้อยอยู่มากมาย โดยโคมไฟเหล่านี้มาจากผู้มีจิตศรัทธาและเคารพบูชาเข้ามาบริจาคให้แก่ศาลเจ้าตามความเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ว่าเป็นสิ่งที่สื่อถือแสงสว่างแห่งปัญญา โดยศาลเจ้าแห่งนี้มีสวยงามเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลหมื่นโคมไฟ หรือ Mandoro ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ โคมไฟทุกอันของศาลเจ้าจะถูกจุดขึ้น ทำให้เกิดภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมเป็นอย่างมากค่ะ

kasuga02 hotels 1
โคมไฟหิน credit : hotels.com

4.พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา (Nara Narional Museum)

พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินาราตั้งอยู่ในสวนสาธารณะนารา นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำกับศิลปะที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ ภายในสถานที่แห่งนี้จะจัดแสดงคอลเล็กชันงานศิลปะและศิลปวัตถุทางพุทธศาสนาเอาไว้มากมาย ส่วนใหญ่จะเก็บรวบรวมสมบัติที่นำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับศาสนาและรวมไปถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่ยาวนานของญี่ปุ่นเอาไว้ เช่น ภาพวาด พระพุทธรูป ภาพวาดทางศาสนาต่างๆ รวมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้ในพิธีกรรมเอาไว้ นอกจากนี้ยังมี ศูนย์วิจัยพุทธศิลปะ ซึ่งเป็นที่ที่รวบรวมและตีพิมพ์งานวิจัยและวัตถุต่าง ๆ ที่ใช้ในงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับศิลปะทางพระพุทธศาสนาเอาไว้ อาคารของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอาคารสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีอาคารอื่น ๆ คืออาคารนิชิชินและอาคารฮิกาชิชินกัน ที่ส่วนใหญ่จะใช้จัดนิทรรศการพิเศษหลากหลายตลอดทั้งปี ใครที่ชื่นชอบการในศิลปะไม่ควรพลาดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลยค่ะ

nara musieum wikipedia
พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา credit : wikipedia

5.สวนอิซุยเอ็น (Isuien Garden)

หรือถ้าแปลตรง ๆ ตัวเลยก็คือ “สวนที่ตั้งอยู่กลางน้ำ” หากนักท่องเที่ยวอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองและต้องการพบกับความเงียบสงบก็แนะนำสวนแห่งนี้เลยค่ะ สวนอิซุยเอ็นเป็นสวนที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ผสมผสานความสวยงามตามธรรมชาติ และความสวยงามทางสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นในสวนที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันนี้ได้ จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือจะมีน้ำพุที่สวยงาม และดอกไม้ตามฤดูกาล เช่น ช่วงเดือนฤดูใบไม้ผลิก็เป็นช่วงของดอกซากุระ ช่วงฤดูร้อนก็จะเป็นช่วงของดอกบัว ส่วนช่วนฤดูไบไม้ร่วงก็จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีส้มให้ความรู้สึกอบอุ่น และช่วงฤดูหนาวก็จะมีวิวทิวทัศน์ของหิมะที่ขาวโพลนอยู่เต็มไปหมด ใครชอบความสงบสวนอิซุยเอ็นก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่แนะนำเมื่อมาเยือนเมืองนาราเลยค่ะ

isuien park 01 hotels 1
สวนอิซุยเอ็น credit : hotels.com

6.วัดโฮริวจิ (Horyuji Temple)

วัดโฮริวจิ หนึ่งในวัดที่สร้างด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีความสวยงามของสถาปัตยธรรมที่ทำจากไม้และนักท่องเที่ยวจะได้ทึ่งสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีอยู่มากมาย ภายในวัดแห่งนี้นั้น มีไฮไลท์สำคัญเลยก็คือเจดีย์ห้าชั้นที่มีความสูงประมาณ 34 เมตร และรวมไปถึงโบราณวัตถุทางพุทธศาสนาจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปศากยมุนีสามองค์ที่เป็นพระประธาน และรูปพระพุทธรูปลับ พระประธาน รูปพระอวโลกิเตศวรโปรดสัตว์ปางยืน อยู่ภายในนั้นอีกด้วย นับได้ว่าป็นวัดที่มีสิ่งที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมเป็นอย่างมาก ภายในวัดมีทางเดินรอบ ๆ สวนที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นบริเวณรอบ ๆ สวนที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม และดื่มด่ำไปกับบรรยากาศและกลิ่นอายที่ศักดิ์สิทธ์ของวัดแห่งนี้ได้ วัดแห่งนี้เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ไม่มีวันหยุด นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมวัดโฮริวจิได้ทุกวัน 

horyuji temple01 vikipandit
วัดโฮริวจิ credit : vikipandit

7.สวนโยชิกิเอ็น (Yoshiki-en Garden)

สวนแห่งนี้เป็นสวนที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะนารา นับเป็นจุดท่องเที่ยวลับที่จะสามารถให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงการท่องเที่ยวที่เงียบสงบ และร่มรื่นมาก ๆ ค่ะ โดยสวนแห่งนี้จัดเป็นสามรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยแต่ละรูปแบบแสดงถึงยุคสมัยที่แตกต่างกันของประวัติศาสตร์ประเทศญี่ปุ่น โดยสวนแรกจะเรียกว่าสวนสระน้ำ ถัดมาจะเรียกว่าสวนมอสหรือตะไคร่น้ำ และสุดท้ายจะเป็นสวนดอกไม้สำหรับพิธีชงชา สวนที่เป็นแหล่งโอเอซิสนี้เต็มไปด้วยใบไม้สีสันสดใส มีดอกไม้ที่สวยงามและหลากหลายอยู่เต็มไปหมด นอกจากยังมีต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งไว้อย่างสวยงาม และสวนแห่งนี้จะสวยมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงซากุระบานและช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ควรมาเยือนเมื่อมาถึงเมืองนาราค่ะ

yoshiki en garden02
สวนโยชิกิเอ็น credit : en-japan travel

8.ย่านนารามาจิน (Naramashi)

ย่านนารามาจินั้นตั้งอยู่ในกลางของเมืองนารา เป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และเต็มไปด้วยสถานที่ที่มีเสน่ห์แบบโบราณ ย่านนี้เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์ของถนน บ้านเมือง มีวัดและศาลเจ้าอยู่มากมาย ย่านนารามาจินี้เป็นย่านได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี มีทั้งบ้านและร้านค้าที่สร้างด้วยไม้แบบดั้งเดิม ให้บรรยากาศเก่า ๆ และได้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม รวมไปถึงร้านกาแฟที่มีเสน่ห์แบบโบราณให้นักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนหย่อนใจ นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของยุคอดีตของเมืองนาราในย่านนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์งานฝีมือท้องถิ่นให้ชมอีกด้วย เป็นย่านที่มีครบและเหมาะแก่คนที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบโบราณของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีค่ะ

naramashi01 hotels
ย่านนารามาจิน credit : hotels.com

9.ภูเขาวากากุสะยาม่า ( Wakakusayama Mountain )

สถานที่แห่งนี้เป็นภูเขาที่อยู่หลังสวนกวางนารา มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 350 เมตร จากตีนเขาขึ้นสู่ยอดเขาใช้เวลาเดินประมาณ 20-30 นาที แต่หากเป็นจากตีนเขาจนถึงจุดชมวิวที่เป็นที่นิยมจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาทีด้วยกันค่ะ ตัวภูเขาถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าสีเขียวสวยงามเต็มไปหมด และยังมีฝูงกวางน้อยใหญ่ที่เป็นสีสันและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้เดินอยู่อยู่ด้วย นับเป็นอีกจุดชมวิวทางธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่ง ภูเขาแห่งนี้จะเปิดให้ชมแค่ช่วงฤดูไบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น เพื่อเป็นการอนุรักษณ์ทุ่งหญ้าบริเวณภูเขา แต่อีกหนึ่งความพิเศษของภูเขาแห่งนี้ก็คือจะมีเทศกาลแปลกๆในสัปดาห์ที่4 ของเดือนมกราคมจะมีพิธีการเผาภูเขาทางลาด และมีการแสดงจุดพลุอย่ายิ่งใหญ่สวยงามและแปลกตามาก ๆ ค่ะ

wakagusayama nara sightseeing
ภูเขาวากากุสะยาม่า credit : nara-sightseeing
nara Wakakusasa02
เทศกาลเผาทางลาดภูขา credit : travel.gaijinpot.com

10.ถนนช้อปปิ้งฮิกาชิมูกิ (Higashimuki Shopping Street)

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำเลยสำหรับสายช้อปปิ้ง เมืองนารานี้ก็มีหล้งช้อปป้งยอดนิยมที่ชื่อว่าถนนฮิกาชิมูกิอยู่ด้วย เป็นถนนที่คุณสามารถซื้อของฝาก ซื้อขนมท้องถิ่น รวมไปถึงเสื้อผ้าแฟชั่นต่าง ๆ มากมาย เมื่อมาเดินที่ถนนเส้นนี้มีขนมที่แนะนำและพลาดไม่ได้เลยก็คือก็คือขนมโมจิใส้ถั่วแดงที่เป็นสูตรพิเศษของที่นี่ค่ะ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารมากมายเรียงเต็ม 2 ข้างทางยาวไปประมาณ 250 เมตรด้วยกัน และมีหลังคายาวตลอดถนน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวได้ชิว ๆ ไม่ต้องกลัวฝนหรือแดดกันเลย ถนนฮิกาชิมูกิเป็นถนนสายช้อปที่ใครที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งสามารถแวะซื้อของฝากหรือของกินได้เมื่อมาเที่ยวที่เมืองนาราค่ะ

Higashimuki
ถนนชอปปิ้งฮิกาชิมูกิ credit : hotels.com

11.พระราชวังเฮโจ (Heijo Palace/Nara Imperial Palace)

พระราชวังที่สวยงามอีกแห่งมีชื่อว่าพระราชวังเฮโจ โดยพระราชวังแห่งนี้ประกอบไปด้วยตัวพระราชวังหลายหลังและมีสวนขนาดใหญ่อยู่รอบ ๆ พระราชวังแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรมชาติ และการออกแบบสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและจีนได้อย่างลงตัวเป็นเลยทีเดียวค่ะ บริเวณรอบ ๆ ตัวอาคารจะมีลานสนามหญ้าขนาดใหญ่ มีสระน้ำ ศาลา โดยสวนรอบ ๆ นั้นได้ถูกจัดเรียงไว้เป็นอย่างดีและเป็นระเบียบ นักท่องเที่ยวที่ได้แวะชมพระราชวังแห่งนี้จะไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

heijo nara01
พระราชวังเฮโจ credit : hotels.com

สรุป

เมืองนาราเป็นเมืองที่รวบรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว เมืองนี้จะสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะอยากหาสถานที่เที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม หรือต้องการที่จะการดื่มด่ำกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น อีกทั้งยังได้พบปะกับกวางที่เป็นเมิตรมากมาย นาราก็เป็นที่ที่มีทุกอย่างครบและจบในเมืองเดียวเลยค่ะ ทางบริษัท Lovely Smile Tour มี โปรแกรม ทัวร์เมืองนารา ให้เลือกมากมาย สนใจจองหรือสอบถามสามารถแอดไลน์หรือโทรสอบถามได้เลยค่ะ

แชร์บทความนี้