รีวิว หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน แลนด์มาร์คธรรมชาติสุดอลัง 2026

แชร์บทความนี้

หากใครที่ชอบเที่ยวแนวธรรมชาติแบบอลังการ และต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ต้องไม่พลาดกับทัวร์จีนอย่าง หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน ด้วยความโดดเด่นการเดินเลาะไปตามทางแคบๆ ระหว่างหน้าผาสูงชันที่ธรรมชาติตั้งใจสร้างมานานนับล้านปี บอกเลยว่าความเสียวกับความสวยมาคู่กันแบบจัดเต็ม จะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูสวย สำหรับใครที่ชอบเดินป่าเดินเขาชื่นชมธรรมชาติ สามารถดูบทความรีวิวนี้ก่อนได้เลยว่าจะอลังการมากแค่ไหน

1. ประวัติความเป็นมา

หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน หรือ อู่อี่ซานต้าตี้เฝิง (Wuling Mountain Great Rift Valley) ตั้งอยู่ที่เขตฟู่หลิง นครฉงชิ่ง ประเทศจีน เป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่มีความโดดเด่นอย่างมากทั้งในเชิงธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ รอยแยกแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกนานกว่า 250 ล้านปีก่อน ทำให้แผ่นดินยกตัวขึ้นกลายเป็นภูเขา และเกิดการยุบตัวของชั้นหินปูนจนกลายเป็นรอยแยกที่ดูเหมือนผิวโลกถูกผ่าออกด้วยอาวุธยักษ์ รอยแยกนี้มีความยาวรวมกว่า 10 กิโลเมตร และมีความลึกเฉลี่ยกว่า 600-1,000 เมตร ทำให้เกิดทัศนียภาพที่หน้าผาสูงชันตั้งขนานกันอย่างน่ามหัศจรรย์ ในอดีตพื้นที่ลึกลับแห่งนี้เข้าถึงได้ยากจนกระทั่งมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A โดยมีการสร้างทางเดินริมหน้าผาและสะพานเพื่อให้นักท่องเที่ยวทัวร์ฉงชิ่งได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของ “รอยแผลแห่งธรรมชาติ” แห่งนี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศคาร์สต์ที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจีนในปัจจุบัน

หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน
หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน

2. การเดินทางในการเที่ยวชม

เมื่อเดินทางถึงยังจุดศูนย์บริการของนักท่องเที่ยวแล้ว การเที่ยวชมรอยแยกหุบเขาจะต้องนั่งรถของอุทยานเข้าไปยังรอยแยกหุบเขาอีกที โดยมีการเดินทางในการเที่ยวชมอุทยานดังนี้

อาคารจุดศูนย์บริการของนักท่องเที่ยว
อาคารจุดศูนย์บริการของนักท่องเที่ยว
โมเดลจำลองหุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน
โมเดลจำลองหุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน

2.1 รถบัสอุทยาน

การเที่ยวชมรอยเเยกหุบเขา จะต้องนั่งรถบัสของอุทยานทั้งขาไป และขากลับ โดยขากลับนั่งรถบัสจากจุดศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเข้าไปอีกทีเพื่อไปขึ้นกระเช้าลงไปข้างล่างอีกที โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ถึงยังจุดส่งนักท่องเที่ยว จากนั้นเดินลงเขาไปอีกนิดจะเจอกับอาคารให้ขึ้นกระเช้า

รถบัสของอุทยาน
รถบัสของอุทยาน

2.2 นั่งกระเช้า

หลังจากนั่งรถบัสอุทยานมาแล้ว จะต้องนั่งกระเช้าลงไปยังหุบเขาด้านล่างอีกที ซึ่งกระเช้าขาลงเป็นกระเช้าขนาดเล็กสามารถนั่งได้ 4 ท่าน โดยใช้เวลาในกานั่งลงไปประมาณ 15 นาที กระเช้าค่อยๆเคลื่อนลงช้าๆ สามารถชมวิวทิวทัศน์หุบเขารอบๆ ไปด้วย

กระเช้าเล็กนั่งไปข้างล่าง
กระเช้าเล็กนั่งไปข้างล่าง

ส่วนขากลับจะต้องนั่งกระเช้ากลับขึ้นไปด้านบนอีกที โดยกระเช้าขากลับจะเป็นกระเช้าขนาดใหญ่ที่สามารถจุนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 40 ท่าน

กระเช้าใหญ่กลับขึ้นไปด้านบน
กระเช้าใหญ่กลับขึ้นไปด้านบน

2.3 นั่งรถกอล์ฟ

หลังจากนั่งกระเช้าลงมาแล้ว จะต้องนั่งรถกอล์ฟเข้าไปด้านในอุทยานอีกที รถกอล์ฟเป็นรถขนาดกลางๆสามารถนั่งได้ประมาณ 15 ท่าน เจ้าหน้าที่อุทยานจะขับเข้าไปส่งบริเวณทางเข้าจุดที่ต้องเดินเท้าเข้าไปอีกที

รถกอล์ฟอุทยาน
รถกอล์ฟอุทยาน

3. จุดไฮไลท์หุบเขารอยแยก

3.1 ทางเดินเลียบหน้าผา (Cliff Plank Road)

ความมหัศจรรย์อีกอย่างคือการออกแบบทางเดินที่สร้างยื่นออกมาจากหน้าผา ทำให้เราสามารถเดินอยู่กึ่งกลางของรอยแยกได้ โดยมีเหวอยู่ข้างล่างและหน้าผาสูงอยู่ข้างบน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในรอยแตกของแผ่นดินจริงๆ บางช่วงจะเป็นทางแคบและสูงมาก ซึ่งมีระยะทางเดินประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถเดินชมและมองเห็นวิวหุบเขาแบบพาโนรามา สวยงามและมีความหวาดเสียวในเวลาเดียวกัน

ทางเดินเลียบหน้าผา
ทางเดินเลียบหน้าผา

3.2 รอยแยกขนาดใหญ่ (Great Rift)

จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือรอยแยกขนาดใหญ่ โดยมีลักษณะเป็นรอยแยกแนวดิ่งที่ลึกและยาวมาก เหมือนมีใครเอาขวานยักษ์มาผ่าลงบนภูเขา หน้าผาสองด้านจะขนานกันขึ้นไปในแนวตั้งชันเกือบ 90 องศา โดยมีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 600-1,000 เมตร ในบางช่วงของรอยแยกจะมีความแคบ และมีความกว้างแค่ 1-5 เมตร เท่านั้น แต่กลับมีหน้าผาสูงตั้งตระหง่านทำให้เวลาที่มองขึ้นไปด้านบนจะเห็นท้องฟ้าเหลือเพียงเส้นเล็กๆ

รอยแยกขนาดยักษ์
รอยแยกขนาดยักษ์
รอยแยกทางแคบ
รอยแยกทางแคบ

3.3 อุโมงค์ทางเดินไฟ

เมื่อเดินชมรอยแยกหุบเขาแล้ว เดินมาเรื่อยๆก่อนที่จะถึงทางออกจะมีทางเดินอุโมงค์ไฟให้ได้ชมในระหว่างทาง ระหว่างทางได้มีการเปลี่ยนไฟหลากสี ไม่ว่าจะเป็นสีสายรุ้ง หรือเปลี่ยนให้เป็นอุโมงค์ดวงดาว โดยทางเดินทางอุโมงค์จะเป็นการเดินขึ้นเขานิดๆ เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ถ่ายรูปออกมาสวยอีกแบบ

อุโมงค์ไฟสีสายรุ้ง
อุโมงค์ไฟสีสายรุ้ง
อุโมงค์จำลองดวงดาว
อุโมงค์จำลองดวงดาว

3.4 ร้านบริการภาพถ่าย

ในช่วงระหว่างที่เดินชมหุบเขารอยเเยกจะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานได้ถ่ายรูปให้ และสามารถดูรูปถ่ายได้ที่บริเวณทางออกจะมีร้านมุมเล็กๆให้ดูรูปก่อน หากสนใจสามารถซื้อรูปกลับไปได้ โดยมีค่ารูปละ 20 หยวน

ร้านบริการภาพถ่าย
ร้านบริการภาพถ่าย

3.5 ร้านขายของฝาก

ร้านค้า ร้านขายของฝากจุดแรกจะมีเป็นอาคารกลางหุบเขา เมื่อนั่งรถกอล์ฟและเดินตามทางไปเรื่อยๆ จะเจอกับอาคารที่มีร้านค้าต่างๆในอาคาร และมีบริการห้องน้ำ ก่อนที่จะเดินสะพานเลียบหน้าผาเข้าไปชมหุบเขารอยแยกอีกที

ร้านขายของฝาก
ร้านขายของฝาก

เมื่อเดินมาถึงทางออกจากอุโมงค์จะเจอกับอาคารกลางก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไปขึ้นกระเช้ากลับขึ้นไปด้านบนอีกที บริเวณอาคารกลางจะมีร้านค้า ร้านขายของฝากให้ได้แวะชม แวะซื้อ หรือหาอะไรทานก่อนกลับ

นอกจากนี้ยังมีร้านขายของฝากอยู่ที่จุดศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย สำหรับใครที่ไม่ได้ซื้อในอุทยานสามารถมาซื้อที่นี่ได้เช่นกัน ส่วนใหญ่จะเป็นของฝาก ของที่ระลึก

ร้านของที่ระลึก
ของที่ระลึก

4. เที่ยวช่วงเดือนไหนดีสุด

การเลือกช่วงเวลาไปเที่ยว หุบเขารอยแยกอู่หลิงซานเป็นอีกเรื่องสำคัญมาก เพราะสภาพอากาศส่งผลต่อทัศนียภาพและความเหนื่อยในการเดินโดยตรง ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแบ่งได้ดังนี้

1. ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ปลายกันยายน – พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง)

นี่คือช่วง Golden Time ของการเที่ยวที่นี่

  • ช่วงนี้อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 15-22 องศา สามารถเดินตามทางไม้เลีบยหน้าผาได้นานโดยไม่ร้อนจนเกินไป และช่วงนี้ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ทำให้หุบเขาที่มีสีเทาของหินปูนตัดกับสีส้มเหลืองของต้นไม้ดูมีมิติสวยงามมากสำหรับการถ่ายภาพ และท้องฟ้ามักจะเปิด ทำให้มองเห็นรอยแยกและยอดเขาได้ชัดเจน

2. ช่วงแนะนำรองลงมา เมษายน – มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ)

  • อากาศช่วงนี้กำลังเริ่มอุ่นขึ้น และมีความชื้นสูง ป่าไม้จะเขียวชอุ่มมาก มีหมอกคลอเคลียตามรอยแยกเขา ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหนังแนวกำลังภายในหรือจินตนาการ และข้อควรระวัง ช่วงนี้อาจมีฝนตกชุกในบางช่วง ซึ่งอาจทำให้ทางเดินลื่นได้

5. ข้อมูลเกี่ยวกับค่าเข้าและเวลาทำการ

ค่าเข้าชมตั๋วรวม (Package Ticket) ประมาณ 145 – 160 หยวน
– ราคานี้รวมค่าเข้าอุทยาน + รถบัสรับส่ง (Ferry Bus) + กระเช้าลอยฟ้า (Cable Car) + รถกอล์ฟไฟฟ้า (Electric Cart)
ตั๋วแยก (กรณีซื้อเฉพาะจุด) ค่าเข้าชมอย่างเดียว ราคาประมาณ 70 หยวน (ช่วง High Season) และราคา 35 หยวน (ช่วง Low season)

** แนะนำให้ซื้อแบบรวมจะคุ้มค่าและสะดวกกว่ามากครับ เพราะแต่ละจุดห่างกันพอสมควร
เวลาเปิด-ปิดเวลาเปิด-ปิดจะปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลเพื่อความปลอดภัยและความสว่างของแสงในหุบเขา
ฤดูท่องเที่ยว (เมษายน – ตุลาคม) 08:30 – 16:00 น.
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม) 09:00 – 15:30 น.

หมายเหตุ เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วมักจะปิดก่อนเวลาปิดทำการประมาณ 1 ชั่วโมง และแนะนำให้เข้าชมไม่เกิน 13:00 น. เพื่อให้มีเวลาเดินชมครบทุกจุดก่อนที่รถรับส่งรอบสุดท้ายจะหมด

6. วิธีการเดินทาง

การเดินทางไปยัง หุบเขารอยแยกอู่หลิงซาน จากตัวเมืองฉงชิ่งที่สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Chongqing North ไปลงที่ Fuling North ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที แล้วต่อรถบัสท่องเที่ยวหรือรถเหมาไปยังอุทยานประมาณ 1 ชั่วโมง แนะนำให้วางแผนเดินทางแต่เช้าเพื่อเลี่ยงคนเยอะและเผื่อเวลาขากลับ เพราะรถบัสรอบสุดท้ายมักหมดช่วงเย็น

7. คำแนะนำการเที่ยวชม

  1. เส้นทางส่วนใหญ่เป็นการเดินเลาะหน้าผาและขึ้นลงบันไดหินที่อาจมีความชื้นสูง ควรใส่รองเท้าผ้าใบที่สวมใส่สบายที่มีดอกยางดี หรือรองเท้า Trekking เพื่อป้องกันการลื่น
  2. พกน้ำดื่มไปด้วย แม้จะมีจุดพักบ้างแต่ราคาด้านบนจะค่อนข้างสูง พกน้ำเปล่าช็อกโกแลต และขนมไว้เพิ่มพลังงานระหว่างเดินจะช่วยได้มาก
  3. อุปกรณ์เสริม เช่น พก Power Bank สำหรับถ่ายรูป วิดีโอ และเตรียมเสื้อคลุมบางๆ เพราะอุณหภูมิในรอยแยกจะเย็นกว่าด้านบน

สรุป

โดยสรุปแล้วรอยแยกหุบเขาอู่หลิงซานคือที่เที่ยวระดับ Unseen ที่สายธรรมชาติและสายเดินป่าเดินเขาต้องหลงรัก ด้วยความยิ่งใหญ่ของหุบเขาที่ตั้งสูงขนานทั้งสองข้างแบบใกล้ชิด รับรองว่าสวยคุ้มค่าและได้รูปอลังการกลับบ้านแน่นอน สำหรับใครที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในจีน ฉงชิ่งก็เป็นอีกจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ใครที่สนใจทัวร์ฉงชิ่ง สามารถแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

แชร์บทความนี้