ทริปนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวไต้หวันถ้าพูดถึง “ไต้หวัน” สิ่งแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวก่อนตึกไทเป 101 ก็คือ ชานมไข่มุก! ทริปนี้เราเลยขอพลีชีพ (และน้ำตาลในเลือด) เดินลัดเลาะทั่วไทเปเพื่อตามเก็บชาแบรนด์ดัง แบรนด์ฮิต และแบรนด์โลคอลที่คนไต้หวันต่อคิวกันยาวเหยียด
บอกเลยว่ากินที่ไทยว่าอร่อยแล้ว มากินที่ไต้หวันคือ “คนละเรื่อง” เพราะใบชาเขาหอมเตะจมูก ไข่มุกต้มมาแบบพอดีเป๊ะ แต่ละแก้วมีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่! มาดูกันว่า 11 ร้านที่เราไปลุยมา มีสตอรี่ความเป็นมายังไง และรสชาติจะจึ้งแค่ไหน!
สารบัญ
- Chun Shui Tang (春水堂 – ชุนฉุ่ยถัง)
- wootea (五桐號 – อู่ถงฮ่าว)
- Ten Ren’s Tea (天仁茗茶 – เทียนเหรินหมิงฉา)
- Guiji (龜記 – กุ่ยจี้)
- 50嵐 FIFTYLAN (อู่สือหลาน)
- CoCo Bubble Tea (CoCo 都可 – โคโค่ ตูเข่อ)
- Xing Fu Tang (幸福堂 – ซิ่งฝูถัง)
- comebuy (คัมบาย)
- Unique Green (UG 樂己 – ยูจี)
- hechaloutea (鶴茶樓 – เฮ่อฉาโหลว)
- oolong tea project (烏弄 UNǑNG – อูโน่ง)
- San nian wu ban (三年五班 – ซานเหนียนอู่ปาน)
1. Chun Shui Tang (春水堂 – ชุนฉุ่ยถัง)
ตำนานผู้ให้กำเนิดชานมไข่มุกแก้วแรกของโลก


ถ้าพูดถึง “ชานมไข่มุก” เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีร้านโปรดในดวงใจกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ผมอยากพาไปย้อนรอย สัมผัสกับ “ต้นกำเนิด” ของเครื่องดื่มที่ครองใจคนทั่วโลกกันที่ Chun Shui Tang (ชุนสุ่ยถัง) ครับ
ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นที่เมืองไทจงในปี 1983 โดยคุณหลิวฮั่นเจี๋ย ที่ริเริ่มเอาชามาชงแบบเย็น (ซึ่งสมัยนั้นคนจีนกินแต่ชาร้อน) จนกระทั่งปี 1987 ผู้จัดการร้านคุณหลินซิ่วฮุ่ย เกิดไอเดียสนุกๆ เอา “เฝิ่นหยวน” (ขนมแป้งมันสำปะหลังต้ม) หรือไข่มุก ใส่ลงไปในชานมเย็น กลายเป็นเครื่องดื่มเปลี่ยนโลกจนถึงทุกวันนี้
การมาร้านนี้ไม่ใช่แค่การมากินชานมธรรมดาๆ แต่มันเหมือนการมาทักทายผู้ให้กำเนิดวงการนี้ เอาล่ะ… เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเจาะลึกกันดีกว่าว่ารสชาติระดับตำนานมันเป็นยังไง!
ร้านนี้ฟีลลิ่งจะคลาสสิกสไตล์โรงเตี๊ยม ชานมเสิร์ฟมาในแก้วทรงสูง น้ำแข็งเกล็ดเล็กๆ ชาหอมนุ่มละมุน ไม่หวานแหลม (แนะนำสั่งหวาน 30%) ส่วนไข่มุกจะเป็นเม็ดเล็ก (Mini boba) ดื่มแล้วรู้เลยว่านี่แหละ รสชาติของความออริจินัลที่แท้จริง
2. wootea (五桐號 – อู่ถงฮ่าว)
วัยรุ่นไทเปฮิตมากกก ผู้ปฏิวัติวงการเจลลี่\

แบรนด์ยุคใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2020 แต่พุ่งทะยานติดลมบนเร็วมาก! ชื่อร้าน “อู่ถง” หมายถึงต้นอู่ถง (Firmiana) ซึ่งในตำนานจีนเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่นกฟีนิกซ์จะมาเกาะ สื่อถึงการเลือกใช้แต่ของพรีเมียม ร้านนี้เกิดมาเพื่อแก้เบื่อคนไม่ชอบเคี้ยวไข่มุก โดยชูโรง “ท็อปปิ้งเจลลี่สไตล์โฮมเมด” ที่ทำสดใหม่ผสมผสานกับชาแบบดั้งเดิม
ต้องสั่ง ชานมเจลลี่แอปริคอต (Apricot Jelly) ตัวเจลลี่นุ่มเด้ง หอมกลิ่นแอปริคอตอ่อนๆ ตัดกับรสชาที่เข้มข้นกำลังดี กินแล้วสดชื่น ไม่เลี่ยน แพ็กเกจจิ้งมินิมอล ถ่ายรูปลงไอจีคือเก๋สุด
3. Ten Ren’s Tea (天仁茗茶 – เทียนเหรินหมิงฉา)
จากปรมาจารย์โรงน้ำชา สู่ชานมไข่มุกพรีเมียม

- Story: เก่าแก่ระดับตำนาน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1953 ที่เมืองเกาสง เริ่มต้นจากการเป็นโรงคั่วชาและขายใบชาคุณภาพสูงระดับประเทศ ก่อนจะปรับตัวเข้าสู่ยุคชานมไข่มุก โดยยังคงจุดยืน “ใช้ใบชาเกรดพรีเมียมที่สุด” ในการชงเครื่องดื่มทุกแก้ว
- รีวิวรสชาติ: เมนูที่ต้องโดนคือ 913 King’s Oolong Milk Tea ชาอูหลงหมายเลข 913 ของเขาคือเดอะเบสท์! รสชาติชาชัดเจน เข้ม ลึก มีความฝาดเบาๆ ผสมกับนมแล้วนัวมาก สายที่ชอบ “ชา” นำ “นม” ต้องมอบมงให้ร้านนี้ เดินผ่านร้านคือได้กลิ่นชาคั่วหอมทะลุแมสก์!
4. Guiji (龜記 – กุ่ยจี้)
ชาผลไม้สไตล์เรโทร รสชาติแห่งความทรงจำวัยเด็ก

- Story: ก่อตั้งในปี 2017 คำว่า “กุ่ยจี้” นอกจากแปลว่าเครื่องหมายเต่าแล้ว ในภาษาไต้หวันยังออกเสียงคล้ายคำว่า “ผลไม้” และ “การกลับสู่รากเหง้า” คอนเซปต์ของร้านคือการดึงเอารสชาติผลไม้ท้องถิ่นและวัตถุดิบดั้งเดิมของไต้หวัน มาทำเป็นเครื่องดื่มสุดสดชื่น ตกแต่งร้านสไตล์ป้ายวินเทจสีเขียวแดง
- รีวิวรสชาติ: ซิกเนเจอร์คือ Red Grapefruit Green Tea (ชาเขียวส้มโอแดง) ให้เนื้อส้มโอมาแบบจุกๆ ทุกการดูดคือได้เนื้อส้มโอแตกเป๊าะแป๊ะในปาก หวานอมเปรี้ยว หอมชาเขียว ดื่มตอนเดินตากแดดร้อนๆ ย่านซีเหมินติงคือชุบชีวิตสุดๆ
5. 50嵐 FIFTYLAN (อู่สือหลาน)
แบรนด์กันตาย ป้ายเหลืองฟ้า ญาติผู้พี่ของ KOI Thé

- Story: เริ่มต้นจากแผงลอยขายน้ำเล็กๆ ในเมืองไถหนานเมื่อปี 1994 โดยคุณหม่า ก่อนจะขยายสาขาจนกลายเป็นร้านชานมที่มีสาขาเยอะที่สุดในไต้หวัน! (อารมณ์ร้านสะดวกซื้อวงการชา) ที่สำคัญ 50嵐 นี่แหละคือบริษัทแม่ที่ให้กำเนิดแบรนด์ KOI Thé ที่โด่งดังไปทั่วโลกนั่นเอง
- รีวิวรสชาติ: เมนูคลาสสิกคือ No.1 (ชาเขียวหรือชานม ใส่ไข่มุกเล็ก ใหญ่ และเจลลี่) การผสมไข่มุกสองไซส์ทำให้เท็กซ์เจอร์การเคี้ยวมันสนุกมาก รสชาติชานมจะออกแนวสตรีทๆ นมๆ ดื่มง่าย หาง่าย ราคาดีงาม เป็น Comfort Drink ของทริปนี้เลย
6. CoCo Bubble Tea (CoCo 都可 – โคโค่ ตูเข่อ)
ยักษ์ใหญ่จากตั้นสุ่ย สู่ความอร่อยระดับโลก

- Story: เกิดขึ้นในปี 1997 ที่ย่านตั้นสุ่ย (Tamsui) เมืองท่าทางตอนเหนือของไทเป จากร้านเล็กๆ เติบโตจนมีมากกว่า 4,000 สาขาทั่วโลก! จุดเด่นของ CoCo คือความคงเส้นคงวาของรสชาติ และการเลือกใช้ผลไม้สดๆ มามิกซ์กับชาได้อย่างลงตัว
- รีวิวรสชาติ: มากินที่ออริจินัลรับรองว่าวัตถุดิบจึ้งกว่า! แนะนำชาเสาวรสใส่ไข่มุกและวุ้นมะพร้าว (Tropical Special) เสาวรสเปรี้ยวจี๊ดถึงใจ เครื่องแน่นคับแก้ว ใครกินชานมจนเลี่ยน แวะเข้า CoCo สั่งเมนูนี้รับรองตื่นตาตื่นใจ!
7. Xing Fu Tang (幸福堂 – ซิ่งฝูถัง)
ต้นตำรับไข่มุกบราวน์ชูการ์พ่นไฟ

- Story: แบรนด์นี้เกิดในปี 2018 ที่ซินจู๋ ชื่อร้านแปลว่า “โถงแห่งความสุข” โด่งดังเป็นพลุแตกจากการดึงดูดสายตาคนเดินถนนด้วย “กระทะทองเหลืองใบยักษ์” ที่ตั้งหน้าร้าน กวนไข่มุกกับน้ำตาลทรายแดงกันสดๆ เดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมไหม้ไปทั่วถนน
- รีวิวรสชาติ: ซิกเนเจอร์คือ Brown Sugar Boba Milk ไข่มุกอุ่นๆ นุ่มหนึบละลายในปาก ราดด้วยนมสดเย็นจัด ท็อปด้วยน้ำตาลทรายแดงเบิร์นไฟด้านบน รสชาติคือหวาน มัน นัว หอมกลิ่นน้ำตาลไหม้เตะจมูก เป็นความอร่อยแบบตะโกน!
8. comebuy (คัมบาย)
นวัตกรรม Teapresso สกัดชาสดใหม่แก้วต่อแก้ว

- Story: ก่อตั้งในปี 2002 ชื่อร้านตั้งใจให้ออกเสียงคล้ายคำว่า “คัมไป” (Kanpai) ที่แปลว่าชนแก้วในภาษาญี่ปุ่น จุดเปลี่ยนที่ทำให้ร้านนี้ดังคือ เขาปฏิเสธการต้มชาทิ้งไว้ในหม้อใหญ่ๆ แต่เลือกใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ่ดัดแปลง (Teapresso) มาสกัดใบชาแบบแก้วต่อแก้ว!
- รีวิวรสชาติ: ชาของเขาจะสดและไม่เฝื่อนเลย เมนูเด็ดคือชานมทาโร่บอล (Taro Balls) ท็อปปิ้งบัวลอยเผือกและมันม่วงเม็ดเล็กๆ เคี้ยวหนึบหนับสู้ฟัน หอมกลิ่นเผือกแท้ๆ กินเพลินมาก เข้ากับชาที่สกัดมาอย่างดีสุดๆ
9. Unique Green (UG 樂己 – ยูจี)
ล้ำอนาคต! ชานม AI สไตล์คนเก๋ยุค 2024



- Story: นี่คือร้านที่ล้ำที่สุดในไทเปตอนนี้เพิ่งเปิดตัวไม่นาน คอนเซปต์คือการใช้ “หุ่นยนต์และ AI” ในการชงชา! AI จะควบคุมอุณหภูมิน้ำ เวลาในการสกัด (เป๊ะระดับ 7 วินาที) ทำให้ชาทุกแก้วรสชาติเหมือนกัน 100% ตัวร้านตกแต่งแบบโลกอนาคตผสมผสานความมินิมอล
- รีวิวรสชาติ: โดดเด่นเรื่องชาดอกไม้ ตัวท็อปคือ Three-flower Green Tea (ชาเขียวสามดอกไม้) ดมปุ๊บกลิ่นดอกไม้เตะจมูก แถมร้านนี้ใช้สารให้ความหวานแบบ 0 แคลอรี่ด้วย! รสชาติคลีน หอม อร่อยแบบไม่รู้สึกผิด สายสุขภาพที่อยากกินชานมต้องพุ่งตัวมา
10. hechaloutea (鶴茶樓 – เฮ่อฉาโหลว)
เสน่ห์ชาดำคลาสสิก ย้อนยุคเซี่ยงไฮ้-ไทเป


- Story: ก่อตั้งราวๆ ปี 2020 มาในคอนเซปต์สุดเก๋ที่พาย้อนกลับไปยุค 1930s โลโก้รูป “นกกระเรียน” สื่อถึงความสง่างามและคลาสสิก ร้านนี้ประกาศตัวว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านชาดำ” รวบรวมใบชาดำสายพันธุ์ท็อปๆ ทั่วโลกมาเบลนด์ในสไตล์ไต้หวัน
- รีวิวรสชาติ: ชาดำของเขามีความซับซ้อน (มีกลิ่นแฝงอย่างพีชหรือเบอร์รี่) แนะนำให้สั่ง ชานมชาดำใส่วุ้นชาดำ (Black Tea Jelly) ชาเข้มๆ ดาร์กๆ ตัดกับวุ้นนุ่มๆ อร่อยลงตัวมาก แพ็กเกจจิ้งแก้วสวยวินเทจจนอยากพับเก็บกลับไทย
11. oolong tea project (烏弄 UNǑNG – อูโน่ง)
ชาอูหลงตัวจริง คลีน มินิมอล สายชาใสต้องกราบ

- Story: เริ่มต้นปี 2011 ที่เกาสง เกิดจากความตั้งใจที่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัส “ชาอูหลงไต้หวันแท้ๆ” โดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลหรือนมมากลบกลิ่น ทางร้านลงพื้นที่คัดเลือกใบชาจากไร่บนภูเขาอาลีซานโดยตรง เป็นแบรนด์ที่คนรักชาใสอวยยศให้ขั้นสุด
- รีวิวรสชาติ: ต้องสั่ง Alishan Oolong แบบ “ไม่หวานเลย” (0% Sugar) คุณจะได้ลิ้มรสความหวานชุ่มคอ (Aftertaste) ที่มาจากใบชาจริงๆ หอมกลิ่นคั่วกระทะเบาๆ ดื่มแล้วคลีน ล้างปากจากการกินของทอดในตลาดกลางคืนหรือสตรีทฟู้ดได้แบบหมดจด เพอร์เฟกต์!
สรุปส่งท้าย มาไต้หวันทริปเดียว กินชานมไป 11 แบรนด์! บอกเลยว่าวงการชาไต้หวันเขาไม่เคยหยุดพัฒนา จากตำนานแก้วแรกในปี 1980s สู่การใช้ AI ชงชาในปีล่าสุด! เขายกระดับไปไกลมาก ใครมีแพลนไปไทเป เซฟลิสต์นี้เก็บไว้แล้วไปตามรอยประวัติศาสตร์ความอร่อยนี้ได้เลย รับรองว่ากระเพาะครากแต่ฟินสุดๆ แน่นอน!
12. San nian wu ban (三年五班 – ซานเหนียนอู่ปาน)

