รีวิว Shirakawa-go หมู่บ้านมรดกโลกกลางหุบเขา เสน่ห์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ต้องไปสักครั้ง

หากถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวของทัวร์ญี่ปุ่นที่สามารถสะท้อนความงดงามของญี่ปุ่นในอดีตและสะกดสายตาผู้คนได้ตั้งแต่แรกที่เห็น เชื่อว่า หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) จะต้องติดอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน หมู่บ้านโบราณกลางหุบเขาแห่งนี้ ไม่เพียงแต่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO) เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในโลกนิทานโบราณเลย ที่ชิราคาวาโกะจะมีไฮไลท์อะไรบ้าง ไปอ่านบทความรีวิวกันได้เลย

1. ภาพรวม

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) เป็นหมู่บ้านโบราณที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาเมืองกิฟุ (Gifu) เป็นบ้านสไตล์ “กัชโชสึคุริ” (Gassho-zukuri) ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยหลังคาทรงสูงที่มีความลาดชัน 60 องศาคล้ายมือพนมอธิษฐาน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับหิมะที่ตกหนักในช่วงฤดูหนาว ให้หิมะสไลด์ตัวลงมาเอง ไม่ทับถมจนหลังคาพังลงมานั่นเอง และอีกจุดเด่นก็คือโครงสร้างทั้งหมดของตัวบ้านถูกสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว แต่ใช้การผูกเชือกและลิ่มไม้ที่ยืดหยุ่นและแข็งแรงจนอยู่รอดผ่านแผ่นดินไหวและอยู่มาได้หลายร้อยปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณอย่างแท้จริง นอกจากนี้หมู่บ้านชิราคาวาโกะยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี 1995 อีกด้วย และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)
หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

2. จุดเช็กอินห้ามพลาด

2.1. จุดชมวิวชิโรยามะ (Shiroyama Viewpoint)

จุดชมวิวชิโระยามะเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่บนเนินเขาทางด้านเหนือของหมู่บ้าน โดยเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามาของหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางภูเขาและแม่น้ำได้อย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมมาที่จุดชมวิวนี้เพื่อถ่ายภาพมุมสูงของหมู่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมหลังคาบ้านสีขาวทั่วทั้งหมู่บ้าน จนกลายเป็นภาพจำอันโด่งดังของชิราคาวาโกะ นอกจากนี้ในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ก็สามารถชมความงดงามของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลได้เช่นกัน จุดชมวิวชิโรยามะจึงถือเป็นจุดที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บภาพมุมสวยที่สุดของชิราคาวาโกะเลย

วิวของหมู่บ้านจากจุดชมวิวชิโรยามะ
วิวของหมู่บ้านจากจุดชมวิวชิโรยามะ

2.2. บ้านวาดะ (Wada House)

บ้านวาดะเป็นบ้านสไตล์กัชโชสึคุริที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 300 ปีก่อน และเคยเป็นที่อยู่อาศัยของตระกูลวาดะ ซึ่งเป็นตระกูลที่มีฐานะและมีบทบาทสำคัญในชุมชน ปัจจุบันบ้านวาดะได้รับการอนุรักษ์และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายใน เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และภูมิปัญญาการก่อสร้างบ้านแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ภายในจะมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีต พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างไม้ขนาดใหญ่และหลังคามุงฟางอันเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสไตล์กัชโชสึคุริ นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศย้อนยุคแล้ว บริเวณชั้นบนของบ้านยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวของหมู่บ้านโดยรอบได้อย่างสวยงาม ทำให้บ้านวาดะเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนชิราคาวาโกะ

บ้านวาดะ
บ้านวาดะ
โครงสร้างภายในบ้านวาดะ
โครงสร้างภายในบ้านวาดะ Credit : unborderedlife.com

2.3. สะพานแขวนเดไอบาชิ (Deai Bashi Bridge)

สะพานแขวนเดไอบาชิเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ และเป็นเส้นทางหลักที่นักท่องเที่ยวใช้เดินเข้าสู่เขตหมู่บ้านมรดกโลก ตัวสะพานจะทอดข้ามแม่น้ำโชกาวะที่ไหลผ่านท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม โดยชื่อ “เดไอ” มีความหมายว่า “การพบพาน” จึงสื่อถึงการเชื่อมโยงผู้คนและการเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อเดินข้ามสะพาน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิวแม่น้ำ ภูเขาเขียว และบ้านสไตล์กัชโชสึคุริที่กระจายตัวอยู่ทั่วหมู่บ้าน สร้างบรรยากาศที่สวยงามและน่าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเที่ยวเลย นอกจากนี้สะพานแขวนเดไอบาชิยังเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

สะพานแขวนเดไอบาชิ
สะพานแขวนเดไอบาชิ Credit : unborderedlife.com

2.4. พิพิธภัณฑ์กัสโชซูคุริ มินคะเอ็น (Gassho-zukuri Minkaen)

พิพิธภัณฑ์กัสโชซูคุริ มินคะเอ็น ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำจากใจกลางหมู่บ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของชิราคาวาโกะ ก่อตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์บ้านกัชโชสึคุริและอาคารโบราณที่ย้ายมาจากพื้นที่ต่างๆ ภายในภูมิภาค โดยปัจจุบันมีอาคารดั้งเดิมกว่า 25 หลัง รวมถึงบ้านเรือน โรงนา ยุ้งฉาง วัด และโรงสีน้ำที่จัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้านในอดีตอย่างใกล้ชิด

พิพิธภัณฑ์กัสโชซูคุริ มินคะเอ็น
พิพิธภัณฑ์กัสโชซูคุริ มินคะเอ็น Credit : flickr.com/photos/grissss

3. เที่ยวเดือนไหนดี

หมู่บ้านชิราคาวาโกะสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูจะมีเสน่ห์และความสวยงามแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบรรยากาศที่ต้องการสัมผัส

  • ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)

เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหมู่บ้านจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว เหมือนกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย โดยเฉพาะในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่หิมะมักตกสะสมค่อนข้างหนา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมภาพชิราคาวาโกะแบบคลาสสิกที่สุด

วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูหนาว
วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูหนาว
  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)

เป็นช่วงที่อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ต้นไม้ต่างๆ เริ่มกลับมาเขียวขจี โดยช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายนจะมีดอกซากุระบานสวยงามตัดกับบ้านกัชโชสึคุริ สร้างบรรยากาศโรแมนติกและเหมาะกับการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก

วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม)

ในช่วงฤดูร้อนที่หมู่บ้านจะรายล้อมด้วยทุ่งนา ต้นไม้เขียว และภูเขาสีเขียว อากาศจะค่อนข้างเย็นสบาย ไม่ร้อนจนเกินไป และเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจะไม่หนาแน่นเท่าฤดูหนาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดและสัมผัสวิถีชีวิตชนบทแบบดั้งเดิม

วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูร้อน
วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูร้อน
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)

เป็นอีกหนึ่งช่วงที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดง ส้ม และเหลืองทั่วทั้งหุบเขา จึงเป็นอีกช่วงที่ถ่ายรูปสวยมากเพราะสีสันของธรรมชาติจะตัดกับตัวบ้านไม้โบราณได้อย่างลงตัว

วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูร้อน
วิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

4. วิธีการเดินทาง

หมู่บ้านชิราคาวาโกะไม่มีรถไฟเข้าถึงโดยตรง วิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยมที่สุดคือการนั่งรถบัส โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางจาก 3 เมืองหลัก ดังนี้

  • เมืองทาคายามะ เป็นเมืองที่อยู่ใกล้หมู่บ้านและนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางจากเมืองนี้ที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัส Nohi Bus จากสถานี Takayama Bus Terminal มาลงที่หมู่บ้านได้เลย โดยจะใช้ประมาณ 50 นาทีเท่านั้น
  • เมืองคานาซาวะ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัส Hokutetsu Bus หรือ Nohi Bus จากสถานี Kanazawa โดยจะใช้ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
  • เมืองนาโกย่า สามารถนั่งรถบัส Gifu Bus จากสถานี Meitetsu Nagoya Bus Center ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที เหมาะกับคนที่บินมาลงสนามบินนาโกย่า แล้วอยากตรงไปชิราคาวาโกะเลย ซึ่งรถจะมีรอบวิ่งน้อยกว่า จึงควรเช็กตารางล่วงหน้าก่อเนเดินทาง

5. เวลาทำการ

สถานที่ท่องเที่ยวภายในหมู่บ้าน เช่น บ้านโบราณ พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และร้านอาหาร จะมีเวลาทำการแตกต่างกัน ดังนี้

  • บ้านวาดะ (Wada House) : เปิดทำการประมาณ 09.00 – 17.00 น.
  • ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่ : เปิดทำการประมาณ 09.00 – 16.00 หรือ 17.00 น.
  • จุดชมวิวชิโระยามะ (Shiroyama Viewpoint) : เปิดให้เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สรุป

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะมาเที่ยวในฤดูไหนก็สามารถสัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป หากมีโอกาสเดินทางไปเมืองกิฟุ การแวะมาชิราคาวาโกะสักครั้งถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลย เพราะจะให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจและคุ้มค่าเป็นอย่างมาก หากใครสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour ได้เลย

แชร์บทความนี้
หมิง เอกภพ
หมิง เอกภพ

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
ชอบท่องเที่ยวและรีวิวสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ทั่วทุกมุมโลก