ปราสาทโอซาก้า 8 ชั้น สัญลักษณ์ประจำเมืองโอซาก้า

แชร์บทความนี้

โอซาก้ามีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และมีจุดแลนด์มาร์กให้ได้เที่ยวมากมาย “ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)” ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนึงในโอซาก้าค่ะ เป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทัวร์ญี่ปุ่นอีกด้วย ในบทความนี้จะมาเล่าถึงประวัติความเป็นมาและจุดน่าสนใจของปราสาทโอซาก้ากันค่ะ

สารบัญ

  1. ประวัติความเป็นมา
  2. ลักษณะเด่น
  3. ภายในปราสาท
  4. เวลาเปิดทำการ
  5. อัตราค่าบริการ
  6. วิธีการเดินทาง

สรุป

ประวัติความเป็นมา

ปราสาทโอซาก้า ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองโอซาก้า สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1583 โดยโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyori) หรือที่รู้จักกันใช้ชื่อของ นโปเลียนแห่งญี่ปุ่น นั่นเอง โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 14 ปี ซึ่งบริเวณที่สร้างปราสาทเคยเป็นที่ตั้งของวัดอิชิยามะ ฮงกันจิ (Ishiyama Honganji) มาก่อนค่ะ ตัวปราสาทจะได้โดยนำแบบผังมาจากปราสาทอาซูจิ โดยหอคอยหลักมีทั้งหมด 5 ชั้น และมีชั้นใต้ดินอีก 3 ชั้น มีใบไม้ที่ทำมาจากทองประดับด้านข้างของปราสาท ทำให้ตัวปราสาทมีความสวยงามและโดดเด่น ปราสาทสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งใหญ่ของญี่ปุ่นและเป็นที่พำนักของโทโยโทมิ แต่หลังจากที่โทโยโทมิเสียชีวิต ก็ได้มีการแย่งชิงอำนาจกัน และปราสาทแห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม “The Summer War in Osaka” เมื่อปี ค.ศ. 1615 โดยสงครามนี้จะเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สำเร็จราชการโทกุกาวะ อิเอะยาซุ (Tokugawa Ieyasu) และกลุ่มของโทโยโทมิ จนสุดท้ายอำนาจทางการเมืองก็ได้เปลี่ยนมาอยู่ทางฝั่งของตระกูลโทกุกาวะ

Osaka castle3 1
Credit : insideoursuitcase

ปราสาทได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1620 โดยโทกุกาวะ ฮิเดะทาดะ (Tokugawa Hidetada) ซึ่งเป็นลูกชายของอิเอะยาซุ ใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการก่อสร้าง ต่อมาในปีค.ศ. 1665 ก็ได้เกิดฟ้าผ่าและได้มีไฟไหม้ทำลายปราสาท หลังจากนั้นก็ยังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อีกครั้งในปี ค.ศ. 1868 ทำให้สิ่งก่อสร้างภายในเกือบทุกอย่างไหม้จนไม่เหลืออะไรเลยค่ะ

ต่อมาในปี ค.ศ. 1931 ก็ได้มีการบูรณะปราสาทขึ้นใหม่อีกเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากว่าได้รับความเสียหายจากระเบิดจนได้รับความเสียหายอย่างมากในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปี ค.ศ. 1945 ปราสาทก็ได้มีการซ่อมแซมอีกครั้ง พร้อมกับติดตั้งลิฟต์และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยบูรณะเสร็จในปี ค.ศ. 1997 และกลายเป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตของทัวร์โอซาก้าเป็นต้นมา

ลักษณะเด่น

ปราสาทโอซาก้ามีขนาดประมาณ 15 เอเคอร์ หรือ 2 ตารางกิโลเมตร มีสิ่งก่อสร้างทั้งหมด 13 อย่างที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุให้เป็นทรัพย์สมบัติสำคัญในทางวัฒนธรรม ได้แก่ ประตูโอเทะมง (Ote-mon), กำแพงปราสาท, ประตูซากุระมง, ป้อมปราการอิชิบันยากุระ (Ichiban-yagura), ป้อมปืนอินุอิยากุระ (Inui-yagura), ป้อมปืนโรกุบันยากุระ (Rokuban-yagura), ป้อมปราการเซนกัง (Sengan), ป้อมปราการทะมง, บ่อน้ำคินเมซุย, โรงเก็บของคินโซ และนิตยสารดินปืน Enshogura โดยสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ ประตูขนาดใหญ่และและป้อมปราการที่อยู่ตามคูกำแพงเมืองรอบนอก กำแพงของปราสาทสูงเกือบถึง 30 เมตรเลยค่ะ ทำมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งส่งเข้ามาในเมืองโอซาก้าจากเหมืองที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 กิโลเมตร เนื่องจากความสูงของกำแพงและความกว้างของคูกำแพงเมืองมีความพิเศษ จึงเป็นปราสาทที่มีความสวยงามและไม่สามารถเทียบกับปราสาทอื่นๆ ในญี่ปุ่นได้เลยค่ะ อีกสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็จะเป็นรูปปั้นปลาสีทองที่ประดับอยู่บนหลังคา ซึ่งรูปปั้นปลาทั้งหมดจะถูกชุบด้วยทองคำค่ะ ด้วยความสวยงามนี้จึงทำให้ปราสาทโอซาก้าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้าค่ะ

Ote mon
ประตูโอเทะมง Credit : Rekishi no Tabi
osaka castle 5
ภาพรวมของปราสาท Credit : gltjp

ภายในปราสาทโอซาก้า

ภายในปราสาทมีทั้งหมด 8 ชั้นด้วยกันค่ะ ตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินคอนกรีต คูน้ำ และสวนนิชิโนมารุ ซึ่งอยู่ทางป้อมตะวักตก ในแต่ละชั้นก็จะจัดแสดงประวัติความเป็นมาของปราสาท ประวัติของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyori) ผู้สร้างปราสาทโอซาก้า และยังเป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุ ชุดเกราะ อาวุธ ไปจนถึงหุ่นที่จำลองภาพสงครามในการแย่งชิงอำนาจและรวบรวมญี่ปุ่นในอดีตอีกด้วย ถึงปราสาทจะมีทั้งหมด 8 ชั้น แต่ว่าจะมีแค่ 7 ชั้นที่ได้เปิดให้เข้าชมเท่านั้น เพราะว่าที่ชั้น 6 จะไม่ได้เปิดให้ได้เข้าชมค่ะ มาดูกันค่ะว่าในแต่ละชั้นจะมีสิ่งสนใจและมีอะไรให้ได้ชมกันบ้าง

เมื่อเดินผ่านทางเข้าหลักของปราสาทหรือประตูซากุระมอน (Sakuramon Gate) จะเจอกันร้านขาสยตั๋วเพื่อเข้าชมทางด้านหน้าค่ะ เมื่อซื้อตั๋วเสร็จก็จะมี 2 ทางเลือกให้ได้เลือกค่ะ ระหว่างขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 5 เพื่อชมแต่ละชั้นจากบนลงล่าง หรือจะเลือกเป็นเดินดูจากชั้นล่างขึ้นไปชั้นบนสุดก็ได้เช่นกันค่ะ โดยทางการชมจากชั้นบนลงมาชั้นล่างเป็นวิธีที่แนะนำมากที่สุดค่ะ เนื่องจากว่าเป็นวิธีที่ใช้แรงน้อยที่สุด แต่ว่าก็จะมีคนต่อคิวเพื่อขึ้นลิฟต์ค่อนข้างยาวเลยค่ะ

osaka castle 4
คูน้ำรอบๆ ปราสาท Credit : insideoursuitcase

โดยชั้นที่ 1 จะเป็นทางเข้าปราสาท และร้านขายของที่ระลึก ในส่วนของร้านขายของจะขายสินค้าที่มีขายเฉพาะในปราสาทโอซาก้าหรือเมืองโอซาก้าค่ะ นอกจากนี้ยังมีโรงหนังขนาดเล็กที่ฉายภาพยนต์เกี่ยวกับ 5 เรื่องที่น่าสนใจของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิให้ได้ชมกันด้วยค่ะ

1st floor
ร้านค้าบริเวณชั้น 1 Credit : maido-bob

ถัดมาที่ชั้น 2 เป็นการจำลองปราสาท และจัดแสดงของตกแต่งปราสาทในสมัยก่อน นอกจากนี้ยังมีหนังสั้น 3 นาทีที่เกี่ยวกับปราสาทในสมัยเมจิให้ได้ชมด้วยค่ะ หรือใครที่อยากเช่าหมวกซามูไรเพื่อใส่ถ่ายรูป ที่นี่ก็จะมีให้เช่าคนละ 500 เยนค่ะ โดยของตกแต่งปราสาทในสมัยก่อนที่น่าสนใจจะมี 3 อย่างด้วยกันค่ะ

ป้อมจำลองหิน ซึ่งเป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาส ครบรอบ 2 ปี  ของการเป็นพันธมิตรกันระหว่าง Osaka Castle กับ Ueda Castle

ฉากกั้นรูปเสือ หรือที่เรียกกันว่า Fusetora (Tiger Watching for Game) เป็นแบบ Full-scale

รูปปั้นปลาสีทอง เป็นของตกแต่งที่เอาไว้ตกแต่งบนหลังคาของปราสาท

ปราสาทโอซาก้า
ของตกแต่งปราสาทในสมัยก่อน Credit : en.japantravel

ชั้น 3 และ 4 จัดแสดงสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ โดยที่ชั้น 4 จะมีทรัพย์สินต่างๆ ของใช้ในชีวิตประจำวันของโทโยโทมิ ภาพวาดในสมัยนั้น รวมไปถึงจดหมายที่เขียนโดยโทโยโทมิ ในส่วนของชั้นที่ 3 จะมีสิ่งของเครื่องใช้จากในยุคของโทโยโทมิ ที่จะมีทั้งชุดเกราะซามูไร หมวกซามูไรหลากหลายรูปแบบและมีอาวุธให้ได้ชมค่ะ ซึ่งที่ชั้น 3 และ 4 นี้จะไม่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอได้ค่ะ

ชั้นที่ 5 เป็นการจัดฉากจำลองสงคราม “The Summer War in Osaka” หรือสงครามฤดูร้อนในโอซาก้า ภายในชั้นนี้จะมีทั้งหุ่นจำลองเหตุการณ์ในสงคราม ภาพวาดที่แสดงการต่อสู้ในสงคราม และยังมีจอขนาดใหญ่ที่ฉายภาพยนต์เกี่ยวกับสงครามให้ได้ชมอีกด้วยค่ะ

osaka castle 2 1
ฉากจำลองสงคราม “The Summer War in Osaka” Credit : en.japantravel

ส่วนชั้น 7 เป็นชั้นที่จัดแสดงนิทรรศการประวัติของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิและตระกูลของฮิเดโยชิ โดยจะจัดแสดงแบบไดโอรามาขนาดเล็ก 19 ภาพ ซึ่งจะบรรยายประวัติความเป็นมาและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ 19 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับโทโยโทมิ มีความยาวประมาณ 20 นาที ซึ่งถือว่าเป็นการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย และมีความสร้างสรรค์มากเลยค่ะ

7 floor 1
ไดโอรามาบรรยาประวัติโทโยโทมิ Credit : en.japantravel

ส่วนชั้นที่ 8 จะเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสวนของปราสาท และเมืองโอซาก้าได้แบบ 360 องศา จากความสูงประมาณ 160 ฟุต ถ้าใครที่ชอบในการชมวิวแล้วล่ะก็ไม่ผิดหวังแน่นอน ซึ่งที่ชั้น 8 นี้ก็จะมีร้านค้าให้ได้เลือกซื้อของฝากกลับไปด้วยค่ะ และนอกจากยังมีจัดแสดงภาพ 3 มิติ จำนวน 2 ภาพ ที่แสดงภาพลักษณะของโอซาก้าในสมัยก่อนจากมุมมองตรงนี้อีกด้วยค่ะ

osaka castle 6
จุดชมวิวที่ชั้น 8

รอบๆ ปราสาทจะมีสวนสาธารณะนิชิมารุ (Nishinomaru Garden) เป็นสวนขนาดใหญ่ในพื้นที่ 105.6 เฮกเตอร์ ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 16 ปีด้วยกัน ภายในสวนก็ได้ปลูกต้นซากุระสายพันธุ์ Someiyoshino กว่า 600 ต้น ซึ่งเป็นจุดชมดอกซากุระที่สวยอีกที่นึงเลยค่ะ ช่วงซากุระนี้เปิดให้ชมทุกวันยกเว้นวันจันทร์ตั้งแต่ 9.00 – 21.00 น. โดยกลางคืนจะมีเปิดไฟสวยๆ ให้ได้ชมค่ะ การเข้าชมสวนนี้ ต้องเสียเงินเพิ่มเติมคนละ 350 เยน แต่ถือว่ามีความคุ้มค่าไม่แพ้ภายในตัวปราสาทเลย คนส่วนใหญ่จะนิยมมานั่งปิคนิคชมซากุระและทานอาหารไปด้วย ทางด้านหลังของสวนก็จะมีร้านอาหารมากมายได้เลือกซื้อทานกันแบบจุใจ ใครที่เดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็อย่าลืมแวะมาชมซากุระที่สวนนิชิมารุกันได้นะคะ

Nishinomaru Garden
สวนนิชิมารุ Credit : japan.travel

การเดินทาง

เนื่องจากปราสาทอยู่ใจกลางเมือง วิธีในการเดินทางก็สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟหลายสถานี ในบทความนี้จะแนะนำการเดินทางจากสถานียอดนิยมที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการเดินทางมาที่ปราสาทค่ะ โดยเวลาการเดินทางจากแต่ละสถานีจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาทีเท่านั้นค่ะ

– ถ้าเดินทางมาจากสถานีโอซาก้า ให้ลงที่สถานีโอซาก้าโจโคเอ็น (Osakajo-koen) เนื่องจากเป็นสถานีเริ่มต้นและเป็นสถานีปลายทางของรถไฟสาย Osaka Loop Line ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นค่ะ

– สำหรับใครที่อยากเข้าทางหน้าปราสาท แนะนำให้มาขึ้นรถไฟที่สถานีทานิมาจิ ยงโจเมะ (Tanimachi Yonchome) เป็นสถานีที่มีรถไฟผ่าน 2 สาย นั่นก็คือสายทานิมาจิ (Tanimach) และสายจูโอ (Chuo) เพราะเป็นสถานีที่อยู่ใกล้กับประตูใหญ่โอเทะมง (Otemon Gate) นั่นเอง

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กมัธยมต้นหรืออายุต่ำกว่า 15 ปีลงไป ไม่มีค่าเข้าชม

หากต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้า ซึ่งเป็นนิทรรศการถาวร และต้องการเข้าชมหอคอยโอซาก้าด้วย ก็สามารถซื้อตั๋วเป็นเซ็ตได้ในราคา 1,000 เยน นอกจากนี้ยังมีตั๋วเซ็ตสำหรับเข้าชมภายในตัวปราสาทและขึ้นเรือโดยสารโอซาก้าวอเตอร์บัส ในราคา 2,000 เยนอีกด้วยค่ะ โดยบัตรเข้าชมสามารถซื้อที่บริวณทางเข้าปราสาทหรือซื้อออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ก็ได้เช่นกันค่ะ

ประเภทของตั๋วผู้ใหญ่เด็กมัธยมและต่ำกว่า
ตั๋วธรรมดา600 เยนไม่มีค่าเข้าชม
ตั๋วสำหรับชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้าและหอคอยโอซาก้า1,000 เยน
ตั๋วสำหรับชมหอคอยโอซาก้าและขึ้นโอซาก้าวอเตอร์บัส2,000 เยน
ship
Credit : ana.co.jp

เวลาเปิดทำการ

ที่ปราสาทจะเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. รอบสุดท้ายควรเข้าก่อนเวลา 16.30 น. ซึ่งจะมีการขยายเวลาเปิดทำการในช่วงซากุระบาน โกลเด้นวีคและวันหยุดฤดูร้อน โดยจะปิดทำการในช่วงวันที่ 28 ธันวาคม – 1 มกราคมของทุกปีค่ะ

สรุป

ปราสาทโอซาก้าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ และยังเป็นสถานที่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้า นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองมาเที่ยวที่นี่กันสักครั้งค่ะ รับรองว่าคุ้มค่าและประทับใจแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่อยากเที่ยวชมความสวยงามของปราสาทหรือสนใจทัวร์โอซาก้า สามารถคลิกที่ลิงก์เพื่อดูโปรแกรมหรือแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

แชร์บทความนี้