การเดินทางออกไปสำรวจโลกกว้างเริ่มต้นขึ้นทันทีที่มีสมุดเล่มเล็กๆ ในมือ ใครที่กำลังวางแพลนไปลุยหิมะหรือชื่นชมธรรมชาติในต่างประเทศ แต่ยังไม่มีพาสปอร์ตหรือพาสปอร์ตหมดอายุ ไม่ต้องกังวลไป! เพราะขั้นตอนการทำพาสปอร์ตในปัจจุบันนั้นง่ายและรวดเร็วกว่าในอดีตมาก บทความนี้จะพาไปเจาะลึกแบบม้วนเดียวจบ ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงการค้นหาสถานที่ให้บริการ เพื่อให้ทุกคนพร้อมเก็บกระเป๋าและออกเดินทางไปกับทริปในฝันได้อย่างมั่นใจ
สารบัญ
- ทำพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนไป
- ทำพาสปอร์ตกี่บาท และ อายุพาสปอร์ต เลือกแบบไหนดี?
- ทำพาสปอร์ต ที่ไหนได้บ้าง? อัปเดตพิกัด ทำพาสปอร์ตใกล้ฉัน เดินทางสะดวก
- พาสปอร์ตพร้อมแล้ว! แนะนำประเทศน่าเที่ยว บินไปสัมผัสอากาศดีๆ
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ตและวางแผนเที่ยว
- เที่ยวญี่ปุ่นและจีนแบบ VIP คุ้มค่า ทุกทริปประทับใจกับ Lovely Smile Tour
- บทสรุป
ทำพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนไป
เวลาไปติดต่อสถานที่ราชการ หลายคนมักจะกังวลเรื่องการเตรียมเอกสาร แต่ความจริงแล้วหากมีข้อสงสัยว่า ทำพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง ตอบได้เลยว่าใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น โดยสามารถแบ่งตามช่วงอายุและกรณีต่างๆ ได้ดังนี้:
- ผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป: ใช้เพียง บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ที่ยังไม่หมดอายุ หากเป็นการทำพาสปอร์ตเล่มใหม่แทนเล่มเดิมที่หมดอายุแล้ว ให้นำพาสปอร์ตเล่มเก่าไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย และในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลที่ยังไม่ตรงกับในบัตรประชาชน ต้องนำใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลฉบับจริงไปยืนยัน
- ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์: ใช้สูติบัตรฉบับจริง (กรณีอายุต่ำกว่า 15 ปี) หรือบัตรประชาชนตัวจริง (กรณีอายุ 15 ปีขึ้นไป) สิ่งสำคัญคือต้องให้บิดาและมารดามาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศที่ผ่านการรับรองจากที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต
- กรณีพาสปอร์ตสูญหาย: หากพาสปอร์ตเดิมหายและยังมีอายุการใช้งานเหลืออยู่ ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจและนำ ใบแจ้งความ มาแสดงพร้อมกับบัตรประชาชนตัวจริงเพื่อขอทำเล่มใหม่
ทำพาสปอร์ตกี่บาท และ อายุพาสปอร์ต เลือกแบบไหนดี?
เรื่องของค่าใช้จ่ายเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตว่า ทำพาสปอร์ตกี่บาท ปัจจุบันกรมการกงสุลเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเลือก อายุพาสปอร์ต ได้ 2 แบบ ตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ได้แก่:
- พาสปอร์ตอายุ 5 ปี: มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 1,000 บาท รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยนัก หรือเหมาะกับเด็กและเยาวชนที่โครงหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเติบโตขึ้น
- พาสปอร์ตอายุ 10 ปี: มีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 1,500 บาท (สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้น) รูปแบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายเที่ยว สายธุรกิจ หรือผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ จ่ายเพิ่มอีกนิดแต่ใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ปี ถือว่าคุ้มค่าและช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องไปต่ออายุบ่อยๆ
เคล็ดลับเพิ่มเติม: นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมในการทำเล่มแล้ว จะมีค่าบริการจัดส่งพาสปอร์ตทางไปรษณีย์ (EMS) เพิ่มเติมอีก 40 บาท ซึ่งถือว่าสะดวกมาก เพราะเมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปรอรับเล่มพาสปอร์ตชิลๆ ที่บ้านได้เลยภายใน 3-5 วันทำการ
เช็คด่วน! วิธีดู อายุพาสปอร์ต ว่าพร้อมใช้เดินทางหรือไม่ (กฎเหล็ก 6 เดือน)
มีพาสปอร์ตอยู่ในมือแล้ว อย่าเพิ่งชะล่าใจ! สิ่งที่นักเดินทางมือใหม่หรือคนที่ไม่ได้บินนานๆ มักจะพลาดคือเรื่องของอายุพาสปอร์ต ก่อนกดจองตั๋วเครื่องบินหรือจองทัวร์ ต้องนำพาสปอร์ตมาเช็กความพร้อมตามนี้:
- เปิดหน้าข้อมูลส่วนตัว (Bio Data Page): มองหาบรรทัดที่เขียนว่า “Date of Expiry” (วันที่หมดอายุ)
- เช็กกฎ 6 เดือน (6-Month Validity Rule): โดยหลักสากลแล้ว พาสปอร์ตจะต้องมีอายุการใช้งานเหลือ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจาก “วันที่เดินทางเข้าประเทศปลายทาง”
- ตัวอย่างการคำนวณ: หากแพลนจะบินไปเที่ยวต่างประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน พาสปอร์ตของคุณจะต้องหมดอายุหลังวันที่ 1 พฤษภาคม ของปีถัดไปเป็นอย่างน้อย
หากอายุพาสปอร์ตเหลือน้อยกว่า 6 เดือนจะเกิดอะไรขึ้น? คำตอบคือ สายการบินมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass) ให้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอินที่ไทย และด่านตรวจคนเข้าเมืองปลายทางก็มีสิทธิ์ส่งตัวกลับประเทศทันที! ดังนั้น หากเช็กแล้วพบว่าอายุการใช้งานปริ่มๆ หรือเหลือน้อยกว่า 6 เดือน แนะนำให้รีบไป ทำพาสปอร์ต เล่มใหม่เตรียมไว้เลย จะได้เที่ยวแบบสบายใจไร้กังวล
ทำพาสปอร์ต ที่ไหนได้บ้าง? อัปเดตพิกัด ทำพาสปอร์ตใกล้ฉัน เดินทางสะดวก
สำหรับใครที่กำลังวางแผนและมองหาว่าจะไป ทำพาสปอร์ต ที่ไหนได้บ้าง หรือกำลังเสิร์ชหาพิกัด ทำพาสปอร์ตใกล้ฉัน เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดและประหยัดเวลาในการเดินทาง ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวเปิดให้บริการอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ
พิกัดยอดฮิต: ทำพาสปอร์ต mbk (MBK Center)
หนึ่งในจุดบริการที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการไป ทำพาสปอร์ต mbk เพราะตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้า BTS (ลงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ) สำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้น 5 โซน A ให้บริการทั้งแบบตู้ Kiosk ทำด้วยตัวเองที่ล้ำสมัย และแบบเคาน์เตอร์ปกติที่มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก จุดเด่นคือระบบคิวที่บริหารจัดการได้ไวมาก และเมื่อทำเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินช้อปปิ้งหรือหาอาหารอร่อยๆ รับประทานต่อในห้างได้ทันที

พิกัดอื่นๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่น่าสนใจ
นอกจาก MBK Center แล้ว ยังมีจุดบริการอื่นๆ ที่กระจายตัวอยู่ตามมุมเมืองต่างๆ ได้แก่:
- เซ็นทรัล เวสต์เกต (Central Westgate): ตั้งอยู่ที่ชั้น G โซนสีเขียว เหมาะสำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในย่านบางใหญ่ นนทบุรี หรือฝั่งธนบุรี
- ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (Future Park Rangsit): ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ฝั่งโซนเซ็นทรัล ตอบโจทย์ชาวปทุมธานีและผู้ที่อาศัยในโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
- ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ (Thanya Park): ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โซน C อาคาร 2 สำหรับผู้ที่อยู่ย่านบางนา ศรีนครินทร์ หรือสมุทรปราการ
- กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ: สำนักงานใหญ่ พื้นที่กว้างขวาง มีจุดบริการและเคาน์เตอร์จำนวนมากที่สุด
พาสปอร์ตพร้อมแล้ว! แนะนำประเทศน่าเที่ยว บินไปสัมผัสอากาศดีๆ
เมื่อจัดการเรื่องเอกสารและการทำพาสปอร์ตจนเสร็จสมบูรณ์ ก็ถึงเวลาแห่งความตื่นเต้นในการวางแผนการเดินทาง จุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่ครองใจนักท่องเที่ยวชาวไทยเสมอมาคือ “ประเทศญี่ปุ่น” ที่มีความโดดเด่นทั้งเรื่องธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และอาหารรสเลิศที่ดึงดูดใจให้กลับไปเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี? สัมผัสความสวยงามทั้ง 4 ฤดู
ประเทศญี่ปุ่นสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์และสภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป การทราบข้อมูลอุณหภูมิจะช่วยให้เตรียมเสื้อผ้าได้อย่างถูกต้อง:
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม): ช่วงเวลาไฮไลท์ของการชมดอกซากุระบานสะพรั่ง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10°C ถึง 20°C อากาศเย็นสบายกำลังดี แนะนำให้สวมเสื้อสเวตเตอร์หรือแจ็คเก็ตกันลมบางๆ

- ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): สนุกสนานไปกับเทศกาลดอกไม้ไฟและทุ่งดอกลาเวนเดอร์ อุณหภูมิเฉลี่ย 25°C ถึง 32°C อากาศค่อนข้างร้อนและอาจมีฝนประปราย สามารถแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหน้าร้อนแบบสวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): ช่วงเวลาทองของการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามราวกับภาพวาด อุณหภูมิเฉลี่ย 12°C ถึง 21°C อากาศเริ่มเย็นลง เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ถ่ายรูปออกมาได้สวยงามที่สุด

- ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์): สำหรับผู้ที่หลงใหลในลานสกีและเทศกาลหิมะขาวโพลน อุณหภูมิเฉลี่ย -2°C ถึง 8°C (บางพื้นที่ทางตอนเหนืออย่างฮอกไกโด อุณหภูมิอาจติดลบลงไปถึง -10°C หรือมากกว่านั้น) ต้องจัดเต็มด้วยเสื้อโค้ทหนาๆ อุปกรณ์กันหนาวอย่างหมวกไหมพรม ผ้าพันคอ และถุงมือให้พร้อม

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำพาสปอร์ตและวางแผนเที่ยว
1. ทำพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี? สำหรับเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องใช้สูติบัตรฉบับจริง (หากอายุต่ำกว่า 15 ปี) หรือใช้บัตรประชาชนตัวจริง (หากอายุ 15 ปีขึ้นไป) และต้องให้บิดา-มารดามาเซ็นยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หากบิดาหรือมารดาไม่สามารถมาได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางออกนอกประเทศที่ผ่านการรับรองจากอำเภอหรือเขตมาแสดง
2. ทำพาสปอร์ต mbk เปิดให้บริการในวันเสาร์และวันอาทิตย์หรือไม่? ปัจจุบันสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MBK Center รวมถึงตู้ Kiosk มีการเปิดให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย (ยกเว้นช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์) ซึ่งถือว่าตอบโจทย์กลุ่มคนวัยทำงานหรือพนักงานออฟฟิศอย่างมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาลางานในวันธรรมดา
3. มีพาสปอร์ตแล้ว ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุด หากต้องการสัมผัสอากาศหนาวเย็น? หากชื่นชอบอากาศเย็นสบาย แนะนำให้เดินทางไปเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ซึ่งจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 12°C ถึง 21°C เดินเที่ยวได้แบบไม่เหนื่อย แต่หากอยากเจอหิมะและอากาศหนาวจัด แนะนำให้เดินทางในช่วงฤดูหนาว (มกราคม-กุมภาพันธ์) ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ย -2°C ถึง 8°C จะได้รับประสบการณ์ความหนาวเย็นแบบเต็มพิกัดอย่างแน่นอน
เที่ยวญี่ปุ่นและจีนแบบ VIP คุ้มค่า ทุกทริปประทับใจกับ Lovely Smile Tour
เมื่อสมุดพาสปอร์ตเล่มใหม่ส่งตรงถึงหน้าบ้านแล้ว ก็อย่าปล่อยให้หน้ากระดาษว่างเปล่า ประเทศญี่ปุ่นคือสวรรค์ของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นชิลๆ ในมหานครโตเกียว แช่ออนเซ็นผ่อนคลายที่ฮอกไกโด หรือชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในเกียวโต การเดินทางไปญี่ปุ่นในยุคนี้ถือว่าเปิดกว้างและสะดวกสบายมาก แต่จะดียิ่งกว่าไหมหากทริปพักผ่อนครั้งนี้ ได้พักผ่อนอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องปวดหัวกับการจองตั๋ว หาที่พัก หรือกางแผนที่วางแผนการเดินทางเอง!
ขอแนะนำการเดินทางสุดพิเศษกับ Lovely Smile Tour ที่พร้อมดูแลและให้บริการทุกคนอย่างระดับ VIP ด้วยไกด์ทัวร์มืออาชีพที่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งทริป คัดสรรที่พักระดับมาตรฐาน เสิร์ฟอาหารรสเลิศครบทุกมื้อ และจัดโปรแกรมท่องเที่ยวที่เน้นความคุ้มค่า ไม่เร่งรีบ ให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของประเทศญี่ปุ่นแบบเต็มอิ่ม เพียงแค่เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าให้พร้อม ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมงานคุณภาพดูแล
หากพร้อมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ รีบจับจองที่นั่งกันได้เลย! คลิกดูรายละเอียดและแพ็กเกจทัวร์ที่น่าสนใจได้ที่นี่: ทัวร์ญี่ปุ่น Lovely Smile Tour
นอกจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ยังมีประเทศจีนที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางธรรมชาติต่างๆ อาทิเช่น สี่ดรุณี จิ่วจ้ายโกว หมู่บ้านหิมะฮาร์บิน เป็นต้น หากสนใจเดินทางไปเที่ยวประเทศจีน สามารถเลือกชม แพ็กเกจทัวร์จีนทั้งหมด ได้ที่นี่เลย
สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:
- โทร: 086-865-9787
- LINE ID: @lovelysmiletour
บทสรุป
การเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือซับซ้อนอีกต่อไปเมื่อรู้ข้อมูลและขั้นตอนที่ถูกต้อง เพียงแค่อัปเดตข้อมูลว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เดินทางไปติดต่อที่ไหน และมีค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ ก็สามารถจัดการธุระทุกอย่างได้อย่างราบรื่น พาสปอร์ตเพียงหนึ่งเล่มเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ประสบการณ์ล้ำค่าที่รอคอยอยู่ทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะเป็นทุ่งซากุระแสนหวานที่ญี่ปุ่น หรือสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างกำแพงเมืองจีน อย่าลืมให้ Lovely Smile Tour เป็นเพื่อนร่วมทางที่สร้างความทรงจำอันแสนประทับใจที่สุดในทุกๆ การเดินทางของคุณ
