ใครที่หลงใหลในกลิ่นอายความขลังและสถาปัตยกรรมสุดอลังการของญี่ปุ่นโบราณ ต้องห้ามพลาดการมาเยือนเมืองอูจิ (Uji) ในจังหวัดเกียวโตอย่างเด็ดขาด เพราะที่นี่คือที่ตั้งของมรดกโลกอันทรงคุณค่า แลนด์มาร์กสำคัญแห่งนี้ก็คือ วัดเบียวโดอิน (Byodo-in Temple) สถานที่อันเป็นที่มาของภาพสลักบนเหรียญ 10 เยนที่ทุกคนคุ้นเคย วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของสถานที่แห่งนี้กันแบบจัดเต็ม ชนิดที่ว่าอ่านจบแล้วต้องอยากจัดกระเป๋าบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกันทันที
สารบัญ
- เจาะลึก วัดเบียวโดอิน ประวัติ ความเป็นมาที่น่าทึ่ง
- 5 จุดไฮไลท์ที่ต้องแวะชมเมื่อมาเยือน วัดเบียวโดอิน
- อัปเดตล่าสุด! วัดเบียวโดอิน ค่าเข้า และเวลาเปิด-ปิด
- แนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยว วัดเบียวโดอิน
- วิธีการเดินทางไปวัดเบียวโดอินแบบง่ายๆ
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วัดเบียวโดอิน
- เที่ยวญี่ปุ่นสุดฟิน เช็คอินเกียวโต ไปกับ Lovely Smile Tour
- ติดต่อสอบถามและจองทัวร์
- สรุปทิ้งท้าย
เจาะลึก วัดเบียวโดอิน ประวัติ ความเป็นมาที่น่าทึ่ง
หากจะพูดถึง วัดเบียวโดอิน ประวัติ ของที่นี่เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจและยาวนานกว่าพันปี! เดิมทีพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดตั้งแต่แรก แต่เป็นคฤหาสน์ตากอากาศของ ฟูจิวาระ โนะ มิจินางะ (Fujiwara no Michinaga) ขุนนางผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดในยุคเฮอัน (Heian Period)
ต่อมาในปี ค.ศ. 1052 ฟูจิวาระ โนะ โยริมิจิ (Fujiwara no Yorimichi) บุตรชายของเขา ได้เปลี่ยนคฤหาสน์แห่งนี้ให้กลายเป็นวัดทางพระพุทธศาสนา นิกายโจโด (Jodo) หรือนิกายสุขาวดี ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีความเชื่อเรื่อง “ยุคเสื่อมถอยของธรรมะ” (Mappo) ผู้คนจึงหันมาศรัทธาในดินแดนสุขาวดีของพระอมิตาภพุทธเจ้ากันอย่างแพร่หลาย วัดแห่งนี้จึงถูกออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อจำลอง “สวรรค์บนดิน” ให้ผู้คนได้ประจักษ์
แม้กาลเวลาจะผ่านไปและญี่ปุ่นต้องเผชิญกับสงครามและไฟไหม้หลายครั้ง แต่ความมหัศจรรย์คือ อาคารหลักอย่าง “ศาลาฟีนิกซ์” ยังคงยืนหยัดรอดพ้นจากภัยพิบัติเหล่านั้นมาได้จนถึงปัจจุบัน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1994
5 จุดไฮไลท์ที่ต้องแวะชมเมื่อมาเยือน วัดเบียวโดอิน
เพื่อไม่ให้พลาดจุดสำคัญ ลองมาดูไฮไลท์เด็ดๆ ภายในวัดที่ควรค่าแก่การไปชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง
1. ศาลาฟีนิกซ์ (Phoenix Hall / Hoo-do)
นี่คือสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของวัด อาคารไม้อันงดงามที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสระน้ำ ออกแบบมาให้ดูคล้ายกับนกฟีนิกซ์ที่กำลังกางปีกบิน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระอมิตาภพุทธเจ้าแกะสลักจากไม้เคลือบทองคำที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 และหากสังเกตบนยอดหลังคา จะพบกับรูปหล่อสำริดของนกฟีนิกซ์ 2 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์มงคลตามความเชื่อจีนโบราณ (กระซิบว่าลองหยิบเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่นขึ้นมาเทียบดู จะเห็นว่าภาพบนเหรียญคือศาลาแห่งนี้นั่นเอง)
2. พิพิธภัณฑ์โฮโชคัง (Hoshokan Museum)
พิพิธภัณฑ์ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพของวัด ภายในจัดแสดงสมบัติล้ำค่าระดับชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รูปปั้นพระโพธิสัตว์ที่กำลังล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆ (Unchu Kuyo Bosatsu) ชิ้นส่วนดั้งเดิมของนกฟีนิกซ์สำริด และระฆังโบราณดั้งเดิมของวัด การจัดแสงเงาในพิพิธภัณฑ์นี้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนดูราวกับงานศิลปะร่วมสมัย
3. สวนโจโดเตเอน (Jodo-shiki Garden)
สวนแห่งนี้ถูกจัดในสไตล์ “โจโด” หรือการจัดสวนแบบจำลองดินแดนสุขาวดี องค์ประกอบสำคัญคือสระน้ำขนาดใหญ่ที่สะท้อนภาพของศาลาฟีนิกซ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำให้เดินทอดน่องช้าๆ ดื่มด่ำกับความสงบร่มรื่น จะถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยงามราวกับภาพวาด
4. ระฆังโบราณ (The Temple Bell)
ระฆังของวัดแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 ระฆังที่มีความงดงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่น (ร่วมกับระฆังที่วัดโทไดจิและวัดมิอิเดระ) ตัวระฆังแกะสลักลวดลายสิงโตและนางฟ้าอย่างวิจิตรบรรจง ปัจจุบันระฆังที่แขวนอยู่ด้านนอกคือของจำลอง ส่วนของจริงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในพิพิธภัณฑ์โฮโชคัง
5. ลิ้มรสชาเขียวมัทฉะแท้แห่งเมืองอูจิ
แม้อาจจะไม่ใช่อยู่ในพื้นที่ของวัดเสียทีเดียว แต่ถนนทางเดินที่ทอดยาวสู่หน้าวัด (Omotesando) นั้นเต็มไปด้วยร้านชาเขียวชื่อดัง เมืองอูจิคือแหล่งปลูกชาชั้นเลิศของญี่ปุ่น หลังจากเดินชมวัดจนจุใจแล้ว การแวะจิบมัทฉะร้อนๆ หรือทานซอฟต์เสิร์ฟรสชาเขียวเข้มข้น ถือเป็นการปิดทริปที่สมบูรณ์แบบที่สุด
อัปเดตล่าสุด! วัดเบียวโดอิน ค่าเข้า และเวลาเปิด-ปิด
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทาง นี่คือข้อมูลสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับ วัดเบียวโดอิน ค่าเข้า และเวลาให้บริการ:
- เวลาเปิด-ปิด:
- พื้นที่วัดและสวน: 08:30 – 17:30 น. (เข้าได้ช้าสุด 17:15 น.)
- พิพิธภัณฑ์โฮโชคัง: 09:00 – 17:00 น. (เข้าได้ช้าสุด 16:45 น.)
- ภายในศาลาฟีนิกซ์: 09:30 – 16:10 น. (เปิดให้เข้าชมเป็นรอบๆ)
- ค่าเข้าชมรวม (พื้นที่วัด + พิพิธภัณฑ์โฮโชคัง):
- ผู้ใหญ่: 600 เยน
- เด็กนักเรียน (มัธยมต้น-ปลาย): 400 เยน
- เด็กนักเรียน (ประถม): 300 เยน
- ค่าเข้าชมเพิ่มเติมสำหรับภายในศาลาฟีนิกซ์:
- บวกเพิ่มอีก 300 เยนต่อท่าน (จำกัดจำนวนคนเข้าชมต่อรอบ ควรไปต่อคิวจองรอบแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะในวันหยุด)
แนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยว วัดเบียวโดอิน
การเลือกฤดูกาลเดินทางมีผลอย่างมากต่อบรรยากาศและภาพถ่ายที่จะได้กลับมา หากกำลังตัดสินใจว่าควรเที่ยวช่วงไหนดี ลองดูไกด์ไลน์พร้อมอุณหภูมิด้านล่างนี้เพื่อเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม:
- ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน): เป็นช่วงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะดอกซากุระรอบสระน้ำจะเบ่งบานอย่างงดงาม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10°C – 18°C อากาศเย็นสบายกำลังดี เดินเที่ยวได้เพลินๆ โดยไม่ร้อน
- ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม): ต้นเมเปิลในบริเวณวัดจะเปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม และสีเหลือง ตัดกับอาคารศาลาฟีนิกซ์และสะท้อนบนผิวน้ำ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10°C – 17°C ถือเป็นช่วงที่โรแมนติกและถ่ายรูปสวยที่สุดช่วงหนึ่งของปี
- ฤดูหนาว (เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์): หากโชคดีอาจได้เห็นหิมะโปรยปรายปกคลุมหลังคาวัดและสวน ซึ่งให้ความรู้สึกเงียบสงบและขลังไปอีกแบบ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 2°C – 10°C ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหนาๆ และผ้าพันคอมาให้พร้อม
- ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม): ธรรมชาติรอบวัดจะเขียวชอุ่มชุ่มชื่น ในสระน้ำจะมีดอกบัวบานสะพรั่ง อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25°C – 33°C อากาศค่อนข้างร้อนและมีความชื้น แนะนำให้พกร่ม หมวก และดื่มน้ำให้เพียงพอ
วิธีการเดินทางไปวัดเบียวโดอินแบบง่ายๆ
การเดินทางจากเมืองหลักอย่างเกียวโต (Kyoto) หรือโอซาก้า (Osaka) มายังเมืองอูจินั้นสะดวกสบายมาก โดยสามารถเลือกใช้รถไฟได้ 2 สายหลัก ดังนี้:
- รถไฟสาย JR: นั่งรถไฟ JR Nara Line จากสถานี Kyoto มาลงที่สถานี JR Uji ใช้เวลาเพียงประมาณ 20-30 นาที (ขึ้นอยู่กับประเภทของขบวนรถไฟ) จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 10 นาทีก็จะถึงหน้าวัดเบียวโดอิน
- รถไฟสาย Keihan: หากพักอยู่ใกล้สถานีสาย Keihan สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Keihan Uji ได้เลย จากสถานีนี้เดินข้ามสะพานแม่น้ำอูจิเพียงประมาณ 10 นาทีเช่นเดียวกัน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วัดเบียวโดอิน
1. วัดเบียวโดอิน ใช้เวลาเที่ยวนานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแล้ว การเดินชมสวนรอบนอก แวะถ่ายรูป และเข้าชมพิพิธภัณฑ์โฮโชคัง จะใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง หากต้องการเข้าชมภายในศาลาฟีนิกซ์ด้วย (ซึ่งต้องรอรอบเข้าชม) ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 2.5 – 3 ชั่วโมง
2. เที่ยววัดเบียวโดอินช่วงเดือนไหนถ่ายรูปสวยที่สุด?
ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีงดงามที่สุด (อุณหภูมิเฉลี่ย 10°C – 17°C) และอีกช่วงคือปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนสำหรับฤดูซากุระบาน (อุณหภูมิเฉลี่ย 10°C – 18°C) ทั้งสองช่วงนี้จะได้ภาพสะท้อนน้ำที่สมบูรณ์แบบมาก
3. ภายในศาลาฟีนิกซ์เปิดให้เข้าชมทุกวันหรือไม่?
เปิดให้เข้าชมทุกวัน แต่มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละรอบ (รอบละประมาณ 50 คน ทุกๆ 20 นาที) และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แนะนำว่าเมื่อเดินทางไปถึงวัด ให้รีบตรงไปจองรอบเข้าชมศาลาฟีนิกซ์ก่อน แล้วค่อยเดินเที่ยวจุดอื่นๆ ระหว่างรอเวลา
เที่ยวญี่ปุ่นสุดฟิน เช็คอินเกียวโต ไปกับ Lovely Smile Tour
การเดินทางมาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นศิลปะวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมระดับมรดกโลก หรือการลิ้มลองอาหารรสเลิศ ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและควรหาโอกาสมาสัมผัสด้วยตัวเอง แต่หลายคนอาจจะกังวลเรื่องการวางแผนเดินทาง การจองโรงแรม การต่อรถไฟ หรือกำแพงภาษาที่อาจทำให้ทริปสะดุดได้
หากต้องการเปลี่ยนทริปในฝันให้เป็นเรื่องง่ายและสมบูรณ์แบบ ขอแนะนำให้เดินทางไปกับ Lovely Smile Tour เพราะเรามีบริการแพ็กเกจทัวร์เกียวโตระดับพรีเมียมที่ดูแลทุกอย่างให้แบบครบจบ! ข้อดีของการเดินทางกับเราคือ:
- ไม่ต้องเหนื่อยแพลนเอง: เราจัดตารางเที่ยวให้ครบ ไฮไลท์เด็ดๆ ไม่มีพลาด
- เดินทางสะดวกสบาย: รถบัสปรับอากาศนำเที่ยวตลอดทริป ไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นลงรถไฟให้เมื่อยล้า
- ไกด์ผู้เชี่ยวชาญ: ดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึก เล่าประวัติศาสตร์และเกร็ดความรู้แบบจัดเต็ม
- คุ้มค่าที่สุด: รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พักคุณภาพ อาหารรสเลิศ และค่าเข้าชมสถานที่ไว้หมดแล้ว ไม่มีเก็บยิบย่อย
ถ้าพร้อมแล้วที่จะไปสัมผัสความงามของเมืองหลวงเก่า อูจิ และบรรยากาศสุดคลาสสิก คลิกไปชม แพ็กเกจทัวร์เกียวโต ได้เลย รับรองว่าทริปนี้จะมีแต่รอยยิ้มและความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน นอกจากนี้ หากสนใจเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น สามารถเลือกชมแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นทั้งหมดได้เลย
ติดต่อสอบถามและจองทัวร์
สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:
- โทร: 086-865-9787
- LINE ID: @lovelysmiletour
สรุปทิ้งท้าย วัดเบียวโดอิน
ไม่ได้เป็นเพียงแค่วัดโบราณที่ตีพิมพ์อยู่บนเหรียญ 10 เยนเท่านั้น แต่เป็นสถานที่ที่บันทึกเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และศิลปะแขนงต่างๆ ของชาวญี่ปุ่นในยุคเฮอันเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความงดงามของศาลาฟีนิกซ์ พิพิธภัณฑ์ที่ล้ำสมัย หรือบรรยากาศของสวนโจโดเตเอนที่เงียบสงบ ล้วนเป็นสิ่งที่พร้อมสะกดทุกคนให้หลงรัก หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนทริปท่องเที่ยว และถ้าไม่อยากเหนื่อยจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง อย่าลืมให้ Lovely Smile Tour เป็นผู้ดูแลทริปในฝันของคุณ
