อัปเดต 10 ที่เที่ยวเกาหลี 2569 ฮิตตลอดกาล ห้ามพลาด

อันยองฮาเซโย! ใครกำลังวางแพลนจัดทริปไปเยือนแดนกิมจิ รีบหยิบสมุดจดขึ้นมาด่วนๆ เพราะวันนี้จะพาไปอัปเดตพิกัด ที่เที่ยวเกาหลี แบบจัดเต็ม ครบทุกรสชาติ ทั้งสายชิล สายถ่ายรูป หรือสายช้อปปิ้ง เตรียมตัวแพ็คกระเป๋าแล้วตามไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนน่าเช็คอินบ้างในปีนี้!

10 พิกัด ที่เที่ยวเกาหลี อัปเดตใหม่ ถ่ายรูปสวยเป๊ะปัง

หากกำลังมองหาเดสติเนชันที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัย ศิลปะวัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม เกาหลีใต้คือคำตอบที่ใช่ที่สุด ลองมาดูกันว่า 10 สถานที่ไฮไลต์ที่คัดมาฝากนั้นมีที่ไหนบ้าง

1. พระราชวังคยองบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

เริ่มต้นทริปกันที่สัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็น ที่เที่ยวเกาหลี โซล ที่ทุกคนต้องแวะมาเยือน พระราชวังคยองบกกุงคือพระราชวังหลวงที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่งดงามตระการตา มีฉากหลังเป็นภูเขาพูกักซานที่ยิ่งใหญ่

  • จุดเด่น: การเช่าชุดฮันบกมาใส่เดินถ่ายรูปในพระราชวัง ซึ่งนอกจากจะเข้ากับบรรยากาศแล้ว ยังได้รับสิทธิ์เข้าชมฟรีอีกด้วย
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: แนะนำให้ไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) หรือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กันยายน-พฤศจิกายน) ซึ่งมีอุณหภูมิเย็นสบายเฉลี่ยประมาณ 10°C – 20°C เดินถ่ายรูปได้ทั้งวันแบบเหงื่อไม่ตก
  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 ไปลงที่สถานี Gyeongbokgung ทางออก 5
นักท่องเที่ยวสวมชุดฮันบกถ่ายรูปและเดินชมความงามของพระราชวังเคียงบกในกรุงโซล ที่เที่ยวเกาหลี
พระราชวังคยองบกกุง Credit : www.koreatodo.com

2. หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village)

เดินถัดมาจากพระราชวังเพียงไม่ไกล จะพบกับหมู่บ้านโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกระฟ้าของกรุงโซล ที่นี่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์ฮันบกแบบดั้งเดิมกว่าร้อยหลังคาเรือน เรียงรายไปตามตรอกซอกซอยบนเนินเขา

  • จุดเด่น: จุดถ่ายรูปสุดฮิตตรงทางลาดที่มองเห็นหลังคาบ้านโบราณตัดกับหอคอยนัมซานทาวเวอร์ในระยะไกล เป็นการผสมผสานอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ช่วงเช้าตรู่ของฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิประมาณ 12°C – 18°C แสงสวยและคนไม่พลุกพล่าน
  • วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 3 สถานี Anguk ทางออก 2 เดินต่อประมาณ 10 นาที
ตรอกทางเดินในหมู่บ้านบุกชอนฮันอก รายล้อมด้วยบ้านโบราณสไตล์เกาหลีดั้งเดิม
หมู่บ้านบุกชอนฮันอก

3. หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน (Gamcheon Culture Village)

เปลี่ยนบรรยากาศลงใต้มาที่เมืองท่าสุดฮิตกันบ้าง ที่นี่คือ ที่เที่ยวเกาหลี ปูซาน ที่ได้รับฉายาว่า “ซานโตรินีแห่งเกาหลี” หมู่บ้านสีพาสเทลที่ตั้งลดหลั่นกันไปตามแนวเขา หันหน้าออกสู่ทะเล มอบวิวทิวทัศน์ที่แปลกตาและโรแมนติกสุดๆ

  • จุดเด่น: รูปปั้นเจ้าชายน้อย (The Little Prince) ที่ตั้งอยู่ริมกำแพง มองออกไปเห็นวิวหมู่บ้านและท้องทะเล เป็นจุดที่ต้องมาต่อคิวถ่ายรูป
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิประมาณ 13°C – 18°C ลมพัดเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไปสำหรับการเดินขึ้นเนินเขา
  • วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสถานี Toseong ทางออก 6 จากนั้นต่อรถมินิบัสสาย 1-1, 2 หรือ 2-2 ไปลงที่หน้าหมู่บ้าน
ทิวทัศน์มุมกว้างของหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน เมืองปูซาน แสดงบ้านเรือนสีพาสเทลหลากสีสันที่ตั้งเรียงรายลดหลั่นกันตามเนินเขา
หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน
งานศิลปะสตรีทอาร์ตหลากสีสันบนกำแพงทางเดินในตรอกซอกซอยของหมู่บ้านคัมชอน
งานศิลปะสตรีทอาร์ตบนกำแพงของหมู่บ้านคัมชอน

4. สกายแคปซูล แฮอุนแด (Haeundae Sky Capsule & Blue Line Park)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กใหม่ของปูซานที่กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ รถไฟจิ๋วสีสันสดใสที่วิ่งอยู่บนรางยกระดับริมหน้าผา เลียบชายฝั่งทะเลแฮอุนแดไปจนถึงสถานีชองซาโพ

  • จุดเด่น: การได้นั่งอยู่ในแคปซูลส่วนตัว ชมวิวทะเลสีฟ้าครามแบบพาโนรามา ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาน่ารักสไตล์มินิมอล
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ช่วงปลายฤดูร้อนต่อต้นฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิประมาณ 22°C – 26°C ท้องฟ้าจะโปร่งและน้ำทะเลใสมาก
  • วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสถานี Jung-dong ทางออก 7 เดินตรงไปทางหาดแฮอุนแดเพื่อไปยังสถานี Mipo
รถไฟปุ๊กปิ๊ก Haeundae Sky Capsule วิ่งอยู่บนรางยกระดับเลียบชายฝั่งทะเลแฮอุนแด เมืองปูซาน
สกายแคปซูล แฮอุนแด

5. เกาะนามิ (Nami Island)

หากพูดถึง ที่เที่ยวเกาหลีหน้าหนาว คงหนีไม่พ้นเกาะนามิ เกาะรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โด่งดังจากซีรีส์ Winter Sonata แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ที่นี่ก็ยังคงความคลาสสิกและเป็นที่นิยมอยู่เสมอ

  • จุดเด่น: ทิวต้นสนและต้นแปะก๊วยที่ปลูกเรียงรายเป็นแนวยาว หากไปช่วงหิมะตก ทั้งเกาะจะถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลนเหมือนอยู่ในโลกนิทาน
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -5°C ถึง 2°C เตรียมเสื้อโค้ทหนาๆ ไปเดินฝ่าหิมะได้เลย
  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟ ITX จากสถานี Yongsan ไปลงที่สถานี Gapyeong แล้วนั่งแท็กซี่หรือรถบัสไปยังท่าเรือเพื่อข้ามฟาก
แนวต้นสนเมทาเซควาเอียที่เกาะนามิ
เกาะนามิวิวต้นสนเมทาเซควาเอีย

6. ย่านฮงแด (Hongdae)

สวรรค์ของนักช้อปและศูนย์รวมวัยรุ่นเกาหลี ย่านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยฮงอิก เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง คาเฟ่เก๋ๆ และร้านอาหารอร่อยๆ สตรีทฟู้ดจัดเต็ม

  • จุดเด่น: การแสดงดนตรีเปิดหมวก (Street Performance) ในช่วงเย็นถึงค่ำ ที่ช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศสุดคึกคัก
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: เที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเย็นอุณหภูมิประมาณ 15°C – 22°C (ในฤดูใบไม้ผลิ/ร่วง) จะเดินช้อปปิ้งเพลินมาก
  • วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานี Hongik University ใช้ทางออก 9
ย่านฮงแดในเวลากลางคืน เต็มไปด้วยป้ายไฟนีออนสีสันสดใสของร้านอาหารและสถานบันเทิง
ย่านฮงแดช่วงกลางคืน

7. เอ็นโซลทาวเวอร์ หรือ นัมซานทาวเวอร์ (N Seoul Tower)

หอคอยชมเมืองที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขานัมซาน เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงโซลที่มอบวิวเมืองแบบ 360 องศา ยิ่งในยามค่ำคืนที่แสงไฟจากตึกต่างๆ สว่างไสว จะยิ่งโรแมนติกมากขึ้นไปอีกขั้น

  • จุดเด่น: กิจกรรมคล้องกุญแจคู่รักบริเวณระเบียงชมวิว เป็นธรรมเนียมยอดฮิตที่ใครไปคู่ก็ต้องจัด หรือไปเดี่ยวก็เดินเล่นชมวิวฟินๆ ได้
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกไปจนถึงค่ำ อุณหภูมิบนเขาจะเย็นกว่าด้านล่างเล็กน้อย แนะนำช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ 10°C – 15°C
  • วิธีเดินทาง: นั่งรถบัสสาย 02 หรือ 04 จากสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ (เช่น Chungmuro หรือ Myeongdong) ขึ้นไปถึงยอดเขา
วิวของเอ็นโซลทาวเวอร์หรือนัมซานทาวเวอร์ยามค่ำคืน ท่ามกลางแสงไฟของกรุงโซล
เอ็นโซลทาวเวอร์ หรือ นัมซานทาวเวอร์

8. สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland)

สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ มากมาย ทั้งโซนเครื่องเล่นสุดหวาดเสียว โซนสวนสัตว์ และโซนสวนดอกไม้ที่จัดตามฤดูกาล

  • จุดเด่น: รถไฟเหาะรางไม้ T-Express ที่ท้าทายความกล้าสุดๆ และสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ เช่น เทศกาลดอกทิวลิป หรือเทศกาลกุหลาบ
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงเทศกาลดอกไม้) อุณหภูมิเฉลี่ย 12°C – 18°C เดินเล่นทั้งวันได้โดยไม่เหนื่อยล้า
  • วิธีเดินทาง: นั่งรถบัสสาย 5002 จากสถานี Gangnam หรือรถไฟสาย EverLine ไปลงสถานี Jeondae-Everland
ต้นไม้ประดิษฐ์ตกแต่งด้วยดอกไม้บริเวณลานทางเข้าหลักของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์
บริเวณด้านหน้าสวนสนุกเอเวอร์แลนด์

9. สกีรีสอร์ท ยงพยอง (Yongpyong Ski Resort)

สัมผัสประสบการณ์ฤดูหนาวแบบจัดเต็มที่สกีรีสอร์ทที่ใหญ่และมีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018

  • จุดเด่น: ลานสกีที่กว้างขวาง เหมาะกับทั้งมือใหม่และมือโปร พร้อมบริการนั่งกระเช้ากอนโดลาขึ้นไปยังยอดเขาบัลวังซานเพื่อชมวิวหิมะตระการตา
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูหนาวจัด (มกราคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ย -10°C ถึง 0°C เพื่อสัมผัสหิมะที่ฟูและนุ่มที่สุด
  • วิธีเดินทาง: มีบริการ Shuttle Bus จากตัวเมืองโซล (จองล่วงหน้า) วิ่งตรงมายังรีสอร์ทในจังหวัดคังวอนโด
ทัศนียภาพมุมกว้างของลานสกีขนาดใหญ่ที่ยงพยองรีสอร์ท นักท่องเที่ยวลงมาจากเนินเขาหิมะขาวโพลน
สกีรีสอร์ท ยงพยอง Credit : www.koreatodo.com

10. ห้องสมุดสตาร์ฟิลด์ (Starfield Library)

ปิดท้ายกันที่แลนด์มาร์กสุดอลังการใจกลางห้าง COEX Mall ถือเป็น ที่เที่ยวเกาหลี 2569 ที่ไม่เคยตกเทรนด์ เพราะความล้ำสมัยของการออกแบบชั้นหนังสือสูงทะลุเพดานที่ใครเห็นก็ต้องว้าว

  • จุดเด่น: ชั้นหนังสือขนาดยักษ์สูง 13 เมตร ที่ถูกจัดแสงไฟอย่างสวยงาม ถ่ายรูปมุมเสยหรือจากบันไดเลื่อนก็ดูดีไปหมด แถมรอบๆ ยังมีคาเฟ่ให้นั่งชิล
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: สามารถไปได้ทุกฤดูกาลและทุกสภาพอากาศ เพราะอยู่ในร่มซึ่งควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 22°C – 24°C ตลอดทั้งปี
  • วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 2 สถานี Samseong ทางออก 5 หรือ 6 เชื่อมตรงเข้าสู่ห้าง COEX Mall
ภาพมุมกว้างของห้องสมุดสตาร์ฟีลด์ ในห้าง COEX Mall แสดงชั้นหนังสือไม้ขนาดยักษ์สูงจรดเพดานและการตกแต่งตามเทศกาลตรงใจกลางห้องสมุด
ห้องสมุดสตาร์ฟิลด์ Credit : seoulsearching.net

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไปเที่ยวเกาหลี

1. เที่ยวเกาหลีช่วงไหนดีที่สุด? เกาหลีเที่ยวได้ทั้งปีขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ชอบ:

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – พ.ค.): อุณหภูมิ 10°C – 20°C อากาศเย็นสบาย ดอกพ็อดกช (ซากุระเกาหลี) บานสะพรั่ง
  • ฤดูร้อน (มิ.ย. – ส.ค.): อุณหภูมิ 25°C – 30°C อากาศร้อนชื้น เหมาะกับการเที่ยวทะเลและช้อปปิ้ง
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – พ.ย.): อุณหภูมิ 10°C – 20°C ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม โรแมนติกสุดๆ
  • ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.): อุณหภูมิ -5°C ถึง 5°C หนาวจัด มีหิมะตก เหมาะกับการเล่นสกี

2. ไปเที่ยวเกาหลีต้องขอวีซ่าไหม? สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องขอวีซ่า แต่จำเป็นต้องลงทะเบียน K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ให้ผ่านล่วงหน้าก่อนเดินทาง หากผ่านแล้วสามารถพำนักในเกาหลีใต้ได้สูงสุด 90 วัน

3. มีงบจำกัด เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองหรือซื้อทัวร์ดีกว่ากัน? หากมีเวลาจำกัดและต้องการควบคุมงบประมาณแบบเป๊ะๆ การซื้อทัวร์เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่ามาก เพราะรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และรถบัสเดินทางข้ามเมืองไว้หมดแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการหลงทางหรือจ่ายบานปลาย แถมยังมีไกด์คอยดูแลตลอดทริป

สรุปความประทับใจ เที่ยวเกาหลีฟินกว่าที่เคยกับ Lovely Smile Tour

เกาหลีใต้คือดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ไม่ว่าจะมาเที่ยวชมพระราชวังโบราณ สัมผัสความงดงามของธรรมชาติในฤดูกาลต่างๆ หรือช้อปปิ้งของฮิตตามกระแส ก็มีให้ครบจบในประเทศเดียว แต่หลายคนอาจจะกังวลเรื่องการเตรียมตัว การเดินทางข้ามเมือง หรือการจัดสรรเวลาให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน

หอคอย N Seoul Tower สีขาวตัดกับท้องฟ้าสดใส โดยมีฉากหน้าเป็นใบไม้เปลี่ยนสีสีแดงและเหลืองของอุทยานนัมซาน
วิวเอ็นโซลทาวเวอร์ Credit : www.koreatriptips.com

หมดกังวลเรื่องการวางแผนทริปที่วุ่นวาย เพียงแค่เลือกเดินทางกับ Lovely Smile Tour ที่พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวกสบายขั้นสุด ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันเดินทางกลับ มีไกด์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ที่พักระดับมาตรฐาน อาหารรสเลิศครบทุกมื้อ และโปรแกรมทัวร์ที่คัดสรรพิกัดยอดฮิตมาให้แล้วแบบไม่มีตกเทรนด์ คุ้มค่า จ่ายจบในราคาเดียว ไม่ต้องเหนื่อยแพลนเอง

สนใจเดินทางไปเช็คอินตามพิกัดเด็ดๆ สามารถคลิกดูรายละเอียดและจอง ทัวร์เกาหลี ได้เลย รับรองว่าได้รูปสวยๆ ความทรงจำดีๆ และความฟินกลับบ้านแบบเต็มกระเป๋าแน่นอน

สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:

สรุป

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ เพราะมีสิ่งใหม่ๆ ให้ค้นพบและอัปเดตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่เปิดใหม่ แลนด์มาร์กชิคๆ หรือเทศกาลประจำฤดูกาลที่น่าตื่นตาตื่นใจ การได้ออกเดินทางไปเปิดประสบการณ์ในสถานที่ใหม่ๆ จะช่วยชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม เตรียมชุดตัวเก่งให้พร้อม แล้วออกไปสร้างความทรงจำสุดแสนพิเศษที่เกาหลีกันเถอะ!

แชร์บทความนี้
เก้ วุฒิภูมิ
เก้ วุฒิภูมิ

ผู้จัดการทั่วไป
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว และอยู่ในวงการทัวร์มากว่า 13 ปี