10 ร้านชาเขียวญี่ปุ่น 2569 รสชาติต้นตำรับที่ต้องไปลอง

หากพูดถึงประเทศญี่ปุ่น สิ่งแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงนอกจากวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแหล่งช้อปปิ้งแล้ว ก็คือวัฒนธรรมการดื่ม ชาเขียว ที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก รสชาติที่เข้มข้น หอมละมุน และความพิถีพิถันในการชง ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้ครองใจนักท่องเที่ยวได้อย่างเหนียวแน่น ยิ่งไปกว่านั้น ชาเขียว ประโยชน์ ยังมีมากมาย ทั้งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเผาผลาญไขมัน และทำให้ร่างกายสดชื่นผ่อนคลาย หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัย การได้แวะคาเฟ่หรือร้านชาต้นตำรับถือเป็นมิชชันที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด

วันนี้เราจึงขออาสาพาทุกคนไปเปิดวาร์ป 10 พิกัดร้านชาระดับตำนาน ที่รับรองว่าสายหวานและคนรักมัทฉะจะต้องฟินจนอยากจองตั๋วบินไปเดี๋ยวนี้เลย!

10 พิกัดร้านชาเขียวระดับตำนานในญี่ปุ่นที่สายหวานห้ามพลาด

1. Nakamura Tokichi (เกียวโต)

เริ่มต้นกันที่เมืองอูจิ (Uji) จังหวัดเกียวโต แหล่งปลูกชาที่โด่งดังที่สุดในญี่ปุ่น ร้าน Nakamura Tokichi เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1854 เสน่ห์ของที่นี่คือการเสิร์ฟขนมหวานและเครื่องดื่มในภาชนะไม้ไผ่สุดคลาสสิก

  • เมนูแนะนำ: นามะชาเยลลี่ (Nama Cha Jelly) ที่มาพร้อมไอศกรีมมัทฉะเข้มข้นและถั่วแดงกวน
  • วิธีเดินทาง: เดินเพียง 1 นาทีจากสถานี JR Uji
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 10-15°C อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่นชมเมืองและแวะจิบชาอุ่นๆ
บรรยากาศร้าน nakamura tokichi ตำนานร้านชาเขียวแห่งเมืองอุจิ เกียวโต ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1854 ในสมัยเอโดะ
Nakamura Tokichi cr.wabunka-lux.jp

2. Suzukien Asakusa (โตเกียว)

ใครที่ไปเดินเล่นแถววัดเซนโซจิในย่านอาซากุสะ แล้วลองเสิร์ชหา ชาเขียว ใกล้ฉัน ในสมาร์ตโฟน รับรองว่าชื่อของร้าน Suzukien ต้องเด้งขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ แน่นอน เพราะที่นี่คือสวรรค์ของคนรักเจลาโต้

  • เมนูแนะนำ: เจลาโต้ชาเขียวที่มีให้เลือกความเข้มข้นถึง 7 ระดับ โดยเฉพาะระดับ 7 ที่ทางร้านเคลมว่าเป็นมัทฉะเจลาโต้ที่เข้มข้นที่สุดในโลก!
  • วิธีเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Asakusa
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) อุณหภูมิเฉลี่ย 25-30°C การได้ทานไอศกรีมเจลาโต้เย็นๆ ท่ามกลางอากาศร้อนถือเป็นความฟินขั้นสุด
ร้าน suzukien asakusa ร้านค้าชาเก่าแก่ของโตเกียวที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1848 ขึ้นชื่อเรื่องการสืบทอดวัฒนธรรมชาเขียวยาวนานกว่า 170 ปี
Suzukien Asakusa cr.japandeluxetours.com

3. Ippodo Tea (เกียวโต และ โตเกียว)

ร้านชาเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี ถือเป็นสถาบันแห่งชาญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ หากใครอยากสัมผัสรสชาติของ ชาเขียวมัทฉะ แบบดั้งเดิมที่ชงด้วยแปรงไม้ไผ่ (Chasen) สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ต้องมาที่นี่

  • เมนูแนะนำ: Koicha (มัทฉะแบบข้น) และ Usucha (มัทฉะแบบใส) เสิร์ฟคู่กับขนมวากาชิ
  • วิธีเดินทาง: สาขาหลักในเกียวโต เดิน 5 นาทีจากสถานี Kyoto Shiyakusho-mae
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) อุณหภูมิเฉลี่ย 15-20°C จิบชาอุ่นๆ มองดูใบไม้เปลี่ยนสี เป็นประสบการณ์ที่ตราตรึงใจ
ร้าน ippodo tea แบรนด์ชาเขียวชั้นสูงแห่งเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1717
Ippodo Tea cr.global.ippodo-tea.co.jp

4. Nanaya (ชิซุโอกะ และ โตเกียว)

จังหวัดชิซุโอกะเป็นอีกหนึ่งแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น การได้มาเยือนที่นี่และลิ้มรส ชาเขียวฟูจิ ที่ปลูกบนดินแดนภูเขาไฟถือเป็นความพิเศษอย่างยิ่ง ร้าน Nanaya โดดเด่นเรื่องการนำชาคุณภาพสูงมาทำเป็นขนมหวาน

  • เมนูแนะนำ: ช็อกโกแลตมัทฉะ และไอศกรีมมัทฉะที่มีความเข้มข้นหลายระดับ
  • วิธีเดินทาง: สาขาชิซุโอกะ เดิน 10 นาทีจากสถานี Shizuoka
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) อุณหภูมิเฉลี่ย 5-10°C ในชิซุโอกะ ท้องฟ้าจะเปิดใส ทำให้มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน
ร้าน nanaya ผู้เชี่ยวชาญด้านชาเขียวจากชิซุโอกะที่สืบทอดจากโรงงานชาเก่าแก่ปี 1907 ผู้คิดค้นไอศกรีมมัทฉะ 7 ระดับความเข้มข้น
Nanaya cr.en.nihonchaseikatsu.com

5. Itohkyuemon (เกียวโต)

อีกหนึ่งร้านดังแห่งเมืองอูจิที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด เพราะเมนูขนมหวานของที่นี่ตกแต่งได้อย่างอลังการและน่าทานมากๆ ผสมผสานความดั้งเดิมกับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

  • เมนูแนะนำ: มัทฉะพาร์เฟต์ (Matcha Parfait) เครื่องแน่นๆ ทั้งไอศกรีม โมจิ เยลลี่ และผลไม้ตามฤดูกาล
  • วิธีเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี Keihan Uji
  • ช่วงเวลาแนะนำ: สามารถไปได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูร้อน (25-30°C) ทางร้านมักจะมีพาร์เฟต์รุ่นลิมิเต็ดที่ใส่ผลไม้สดชื่นๆ ออกมาวางขาย
ร้าน itohkyuemon ร้านชาเขียวอุจิระดับตำนานแห่งเกียวโตที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1832 สืบทอดศิลปะการทำชามาหลายศตวรรษ
Itohkyuemon cr.uji-joyo.goguynet.jp

6. Saryo Tsujiri (เกียวโต และ โตเกียว)

ร้านคาเฟ่ชาเขียวที่ต่อยอดมาจากร้านชาเก่าแก่ Tsujiri คาเฟ่แห่งนี้มักจะมีคิวยาวเหยียดเสมอ เพราะรสชาติที่กลมกล่อมและเมนูที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่

  • เมนูแนะนำ: Tsujiri Tree Parfait และมัทฉะลาเต้เย็นชื่นใจ
  • วิธีเดินทาง: สาขากิออน (เกียวโต) เดิน 3 นาทีจากสถานี Gion-Shijo
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูใบไม้ผลิช่วงซากุระบาน (ประมาณเดือนเมษายน) อุณหภูมิ 12-18°C ทางร้านจะมีเมนูพิเศษที่ผสมผสานมัทฉะกับซากุระ
ร้าน saryo tsujiri คาเฟ่ชาเขียวมัทฉะชื่อดังแห่งย่านกิออน เกียวโต ที่ขยายต่อยอดมาจากร้านชาตระกูลทสึจิริซึ่งก่อตั้งในปี 1860
Saryo Tsujiri cr.corner.inc

7. LUPICIA (มีหลายสาขาทั่วประเทศ)

แม้จะไม่ได้เป็นร้านที่ขายแค่มัทฉะอย่างเดียว แต่ LUPICIA คือสวรรค์ของคนรักชาอย่างแท้จริง เพราะมีชาให้เลือกกว่า 400 ชนิดจากทั่วโลก สำหรับชาญี่ปุ่นของที่นี่มีความพิเศษตรงการเบลนด์กลิ่นต่างๆ เข้าไปด้วย หากใครมองหาความแปลกใหม่ บางสาขามีการนำเสนอ ชาเขียวมะลิ ที่หอมหวนชวนดม หรือชาเขียวกลิ่นผลไม้ที่ดื่มแล้วสดชื่นสุดๆ

  • เมนูแนะนำ: ชาเขียวแต่งกลิ่นตามฤดูกาล (Flavored Green Tea)
  • วิธีเดินทาง: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป เช่น สถานี Tokyo, Shinjuku
  • ช่วงเวลาแนะนำ: แวะช้อปปิ้งได้ตลอดทั้งปี เหมาะแก่การซื้อเป็นของฝาก
ร้าน lupicia แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านชาของญี่ปุ่นที่รวบรวมชาเขียวคุณภาพสูงและชาคัดสรรจากทั่วทุกมุมโลก
LUPICIA cr.lupicia.com.au

8. Kosoan (โตเกียว)

หลีกหนีความวุ่นวายในโตเกียวมาซ่อนตัวอยู่ที่ย่านจิยูกาโอกะ (Jiyugaoka) คาเฟ่แห่งนี้ดัดแปลงมาจากบ้านญี่ปุ่นโบราณ มีสวนหย่อมสไตล์เซนให้ชมระหว่างจิบชา บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นมาก

  • เมนูแนะนำ: มัทฉะร้อนเสิร์ฟพร้อมขนมหวานญี่ปุ่นตามฤดูกาล และอันมิตสึ (Anmitsu)
  • วิธีเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี Jiyugaoka
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูใบไม้ร่วง (15-20°C) สวนหย่อมในร้านจะเปลี่ยนสีสวยงาม ได้ฟีลลิ่งอบอุ่นแบบสุดๆ
ภาพบ้านไม้โบราณสมัยไทโชของร้าน kosoan ในจิยูงาโอกะ โตเกียว คาเฟ่เรือนญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เสิร์ฟชาเขียวมัทฉะพร้อมวิวสวนญี่ปุ่น
Kosoan cr.timeout.com

9. Marukyu Koyamaen (เกียวโต)

นี่คือไร่ชาที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพระดับชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน สาขาที่เปิดเป็นคาเฟ่ในเกียวโต (Nishinotoin Tea House) มีความมินิมอลและดูแพงมาก ชาของที่นี่โดดเด่นเรื่องอูมามิและความนุ่มนวล ไม่ขมฝาด

  • เมนูแนะนำ: แยมโรลมัทฉะ (Matcha Roll Cake) ที่เนื้อครีมละลายในปาก และชาสกัดเย็น
  • วิธีเดินทาง: เดิน 10 นาทีจากสถานี Karasuma Oike
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูร้อน (26-32°C) แนะนำให้สั่งชาสกัดเย็น (Cold Brew Green Tea) ดับกระหายได้ดีเยี่ยม
ร้าน marukyu koyamaen ผู้ผลิตชาเขียวเกรดพิธีการระดับตำนานของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์สืบทอดมายาวนานกว่า 300 ปี ตั้งแต่สมัยเก็นโรคุ
Marukyu Koyamaen cr.mindtrip.ai

10. Kagurazaka Saryo (โตเกียว)

ปิดท้ายด้วยคาเฟ่สไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสในย่านคางุระซากะ (Kagurazaka) ย่านที่ได้ชื่อว่าเป็น “ลิตเติ้ลปารีส” ของโตเกียว ร้านนี้เสิร์ฟขนมหวานที่ทำจากมัทฉะคุณภาพเยี่ยมในรูปแบบที่ทันสมัยและหน้าตาสวยงาม

  • เมนูแนะนำ: ทาร์ตมัทฉะสตรอว์เบอร์รี และมัทฉะฟองดูว์ (Matcha Fondue) ที่เอาผลไม้และขนมปังมาดิปในซอสมัทฉะอุ่นๆ
  • วิธีเดินทาง: เดิน 4 นาทีจากสถานี Iidabashi
  • ช่วงเวลาแนะนำ: ฤดูหนาว (5-10°C) เมนูมัทฉะฟองดูว์ร้อนๆ จะช่วยคลายหนาวและเพิ่มความฟินได้อย่างเหลือเชื่อ
ร้าน kagurazaka saryo คาเฟ่ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัยในย่านประวัติศาสตร์คาคุระซากะ โตเกียว ที่นำความเชี่ยวชาญด้านชาเขียวมาสร้างสรรค์เมนูยุคใหม่
Kagurazaka Saryo cr.en.nihonchaseikatsu.com

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตะลุยร้านชาเขียวในญี่ปุ่น

1. ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุดสำหรับการตะลุยคาเฟ่ชาเขียว?

จริงๆ แล้วคาเฟ่ในญี่ปุ่นเปิดให้ฟินกันได้ตลอดทั้งปี แต่หากต้องการบรรยากาศที่เดินเล่นสบายๆ ไม่เหนื่อย ขอแนะนำช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 10-20°C และช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) อุณหภูมิเฉลี่ย 15-22°C ซึ่งอากาศจะเย็นสบาย ไม่เหนียวตัว ทำให้การดื่มชาอุ่นๆ หรือทานขนมหวานอร่อยยิ่งขึ้น

2. ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ ต่างจากชาทั่วไปอย่างไร?

จุดเด่นคือกระบวนการผลิต ชาญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้กรรมวิธี “นึ่ง” เพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ในใบชา ทำให้ใบชายังคงสีเขียวสดใส มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีรสชาติที่กลมกล่อม อูมามิ (Umami) ต่างจากชาของชาติอื่นที่มักใช้วิธีการคั่วบนกระทะ

3. ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์ สามารถแวะร้านชาชื่อดังได้หรือไม่?

ได้แน่นอน โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นพรีเมียมหลายโปรแกรมมักจะมีการจัดสรรเวลาอิสระ (Free Time) ในย่านช้อปปิ้งหรือเมืองท่องเที่ยวหลักๆ เช่น ย่านอาซากุสะ ชินจูกุ หรือในเกียวโต ซึ่งผู้เดินทางสามารถใช้เวลานี้ไปตามรอยคาเฟ่ชื่อดังได้อย่างสะดวกสบาย

เที่ยวญี่ปุ่นแบบฟินๆ จัดเต็มทุกพิกัดชาเขียวกับ Lovely Smile Tour

อ่านจบแล้วเชื่อว่าหลายคนคงแทบอดใจไม่ไหว อยากจะพุ่งตัวไปลิ้มลองความอร่อยถึงถิ่นต้นตำรับ หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหนือระดับ ไม่ต้องเหนื่อยแพลนการเดินทางเอง ไม่ต้องปวดหัวกับการจองตั๋วหรือโรงแรม ขอแนะนำแพ็กเกจ ทัวร์ญี่ปุ่น จาก Lovely Smile Tour บริษัททัวร์ชั้นนำที่พร้อมดูแลคุณตลอดทั้งทริป

ทำไมถึงต้องเลือกเดินทางกับเรา?

  • สะดวกสบายเหนือระดับ: บินตรงด้วยสายการบินชั้นนำ พร้อมรถบัสปรับอากาศนำเที่ยวตลอดการเดินทาง
  • คุ้มค่า ไม่ต้องวางแผนเอง: โปรแกรมจัดเต็ม ครอบคลุมไฮไลต์เด็ด ทั้งจุดชมวิว แหล่งช้อปปิ้ง และแน่นอน… แวะย่านดังที่คุณสามารถไปตามรอยร้านมัทฉะชื่อดังได้
  • ไกด์ผู้เชี่ยวชาญ: ดูแลดุจครอบครัว พร้อมให้คำแนะนำร้านอร่อย พิกัดลับ ที่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้

อย่ารอช้า! ออกไปดื่มด่ำความหอมหวานและสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยตัวคุณเอง คลิกไปดูรายละเอียดแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดคุ้มได้เลย

สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:

  • โทร: 086-865-9787
  • LINE ID: @lovelysmiletour

บทสรุป

การได้ไปชิม ชาเขียว ถึงถิ่นกำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ผสานทั้งรสชาติอันแสนอร่อย ศิลปะวัฒนธรรม และความผ่อนคลายเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเจลาโต้เข้มข้น พาร์เฟต์สุดอลังการ หรือมัทฉะร้อนๆ แบบดั้งเดิม ทั้ง 10 ร้านที่เราคัดมาฝากล้วนมีเอกลักษณ์ที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส เตรียมตัวให้พร้อม แพ็กกระเป๋า แล้วไปสร้างความทรงจำแสนหวานที่แดนอาทิตย์อุทัยกันได้เลย!

แชร์บทความนี้
หมิง เอกภพ
หมิง เอกภพ

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
ชอบท่องเที่ยวและรีวิวสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ทั่วทุกมุมโลก