หากกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่มีวิวธรรมชาติสวยอลังการราวกับหลุดเข้าไปในเทพนิยาย แต่สามารถเดินทางไปสัมผัสได้ในราคาสบายกระเป๋า บอกเลยว่าต้องนึกถึง ที่เที่ยวจอร์เจีย ดินแดนแห่งเทือกเขาคอเคซัสที่ผสมผสานอารยธรรมยุโรปและเอเชียเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ใครที่อยากไปเยือนดินแดนสองทวีปแห่งนี้ เตรียมตัวจดลิสต์ให้พร้อม เพราะวันนี้ได้รวบรวมพิกัดเด็ดๆ มาให้แล้ว เก็บกระเป๋าแล้วไปลุยกันเลย!
อัปเดตพิกัด 10 ที่เที่ยวจอร์เจีย 2569 สวยอลังการ ดั่งเทพนิยาย
การเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจอร์เจียนั้นเต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งเมืองเก่าสุดคลาสสิก หุบเขาเขียวขจี และเทือกเขาหิมะขาวโพลน มาดูกันว่า 10 แลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนบ้าง
1. กรุงทบิลิซี (Tbilisi)
เมืองหลวงสุดคลาสสิกที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและมีแม่น้ำคูรา (Kura River) ไหลผ่าน ทบิลิซีโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเก่าแก่ของยุคกลางเข้ากับความทันสมัย จุดเด่นที่ต้องแวะไปเช็กอินคือ ป้อมปราการนาริกาลา (Narikala Fortress) ที่สามารถขึ้นกระเช้าไปชมวิวมุมสูงของเมืองได้แบบพาโนรามา แวะเดินเล่นย่านเมืองเก่า (Old Town) และแช่น้ำแร่ที่โรงอาบน้ำโบราณ (Sulfur Baths)
- ช่วงเวลาที่ควรไป: แนะนำให้มาเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิเฉลี่ยจะเย็นสบายกำลังดีอยู่ที่ประมาณ 15-20°C เหมาะกับการเดินเล่นชมเมืองตลอดทั้งวัน
2. เมืองคาซเบกิ หรือ สเตพันทสมินดา (Kazbegi / Stepantsminda)
ไฮไลต์สำคัญของการมาเยือนจอร์เจียคือการได้มาชม โบสถ์เกอร์เกติ (Gergeti Trinity Church) โบสถ์เก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาคอเคซัสที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี การเดินทางขึ้นไปยังโบสถ์สามารถเช่ารถจี๊ป 4WD ของชาวบ้านขึ้นไปได้ เป็นจุดถ่ายรูปที่รับรองว่าได้ยอดไลก์ถล่มทลายอย่างแน่นอน
- ช่วงเวลาที่ควรไป: หากอยากเห็นทุ่งหญ้าสีเขียวตัดกับภูเขาหิมะ ให้มาช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ย 10-20°C แต่ถ้าอยากได้ฟีลลิ่งหิมะขาวโพลน แนะนำช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิจะหนาวจัดประมาณ -5 ถึง 5°C
3. เมืองกูดาอูริ (Gudauri)
สำหรับสายแอดเวนเจอร์และผู้ที่ชื่นชอบกีฬาฤดูหนาว ต้องไม่พลาดสกีรีสอร์ตชื่อดังระดับโลกอย่างกูดาอูริ ที่นี่มีลานสกีที่กว้างขวางและได้มาตรฐาน นอกจากสกีแล้วยังมีกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย เช่น สโนว์บอร์ด หรือการนั่งพาราไกลดิ้ง (Paragliding) ชมวิวเทือกเขาคอเคซัสจากมุมสูง ถือเป็นประสบการณ์ที่หาทำได้ยาก
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูหนาวคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด (ช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคม) อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -10 ถึง 0°C หิมะฟูหนานุ่ม เหมาะแก่การเล่นสกีสุดๆ
4. เมืองมตสเคตา (Mtskheta)
อดีตเมืองหลวงเก่าแก่ของจอร์เจียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เมืองนี้เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์และศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ สถานที่สำคัญที่ต้องไปเยือนคือ วิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) และ อารามจวารี (Jvari Monastery) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือจุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามสะกดสายตา
- ช่วงเวลาที่ควรไป: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะมีความสวยงามเป็นพิเศษจากใบไม้เปลี่ยนสี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 12-22°C
5. เมืองซิกนากิ (Sighnaghi)
ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งความรัก” (City of Love) ด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือนหลังคาอิฐสีแดงที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวหุบเขาอลาซานี (Alazani Valley) ได้อย่างกว้างไกล นอกจากนี้ เมืองนี้ยังอยู่ในภูมิภาคคาเคติ (Kakheti) ซึ่งเป็นแหล่งปลูกองุ่นและผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ใครเป็นสายชิมไวน์ต้องห้ามพลาด
- ช่วงเวลาที่ควรไป: แนะนำช่วงปลายฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม) ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวองุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15-25°C
6. เมืองถ้ำอุพลิสซิเค (Uplistsikhe)
สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเมืองถ้ำยุคโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการค้าที่สำคัญของภูมิภาค ภายในเมืองถ้ำมีการสลักหินเป็นห้องต่างๆ ทั้งโบสถ์ ห้องโถง และร้านค้า การเดินสำรวจที่นี่เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ถือเป็นสถานที่เที่ยวจอร์เจียเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเดินชมถ้ำได้สบายที่สุด อุณหภูมิประมาณ 18-25°C ไม่ร้อนจนเกินไป เพราะบริเวณถ้ำไม่ค่อยมีร่มไม้ให้หลบแดด
7. เมืองบาทูมิ (Batumi)
เปลี่ยนบรรยากาศจากภูเขามาพักผ่อนริมทะเลดำ (Black Sea) กันบ้าง บาทูมิเป็นเมืองตากอากาศยอดฮิตที่มีบรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยตึกสูงดีไซน์แปลกตา สวนพฤกษศาสตร์ และทางเดินเลียบหาดที่สวยงาม ไฮไลต์ที่ต้องไปชมคือ รูปปั้น Ali and Nino รูปปั้นเหล็กเคลื่อนไหวได้ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักสุดโศกเศร้า
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูร้อนคือช่วงพีคของเมืองนี้ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25-30°C เหมาะกับการเดินเล่นริมหาดและทำกิจกรรมทางน้ำ
8. เมืองเมสเตีย (Mestia)
เมืองเล็กๆ กลางหุบเขาในภูมิภาคสวาเนติ (Svaneti) โดดเด่นด้วย “หอคอยสวาน” (Svan Towers) หอคอยหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่แทบทุกบ้าน ใช้เพื่อการป้องกันภัยในอดีต ปัจจุบันเมืองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่า (Trekking) ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่ดิบและอุดมสมบูรณ์
- ช่วงเวลาที่ควรไป: ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาเดียวที่เส้นทางเดินป่าเปิดให้เข้าถึงได้ง่ายและปลอดภัยที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยกำลังเย็นสบายอยู่ที่ 15-25°C
9. ป้อมปราการอนานูริ (Ananuri Fortress)
ป้อมปราการเก่าแก่ริมอ่างเก็บน้ำจินวาลี (Jinvali Reservoir) ที่มีน้ำสีเขียวมรกตตัดกับตัวป้อมหินสีน้ำตาล เป็นอีกหนึ่งจุดแวะพักยอดฮิตระหว่างทางจากทบิลิซีไปยังคาซเบกิ ภายในป้อมมีโบสถ์ที่มีงานแกะสลักหินอันประณีตงดงาม เดินเล่นถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาสวยปัง
- ช่วงเวลาที่ควรไป: สามารถไปได้ทุกฤดู แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อนน้ำในอ่างเก็บน้ำจะมีสีฟ้าอมเขียวชัดเจนที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ย 20-28°C
10. หมู่บ้านอุชกูลี (Ushguli)
ปิดท้ายด้วยหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในยุโรปที่มีคนอาศัยอยู่ต่อเนื่อง! อุชกูลีเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในภูมิภาคสวาเนติ ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ วิวทิวทัศน์ของที่นี่มีความอลังการแบบหาที่เปรียบไม่ได้ ฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ Shkhara ที่สูงที่สุดในจอร์เจีย
- ช่วงเวลาที่ควรไป: แนะนำให้ไปช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) เท่านั้น อุณหภูมิเฉลี่ย 10-20°C เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวหิมะจะตกหนักมากจนถนนถูกตัดขาด ไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไปเที่ยวจอร์เจีย
1. คนไทยไปเที่ยวจอร์เจียต้องขอวีซ่าไหม? ตอบ: ไม่ต้องขอวีซ่า! พาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจอร์เจียได้ฟรี แถมยังอยู่เที่ยวได้ยาวนานสูงสุดถึง 365 วัน เรียกว่าจะไปแพลนทริปสั้นหรือลองไปใช้ชีวิตยาวๆ ก็ตอบโจทย์สุดๆ
2. เที่ยวจอร์เจียช่วงไหนดี อากาศเป็นอย่างไรบ้าง? ตอบ: จอร์เจียเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ชอบ
- ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ค. – มิ.ย.) และ ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – ต.ค.): อากาศดีมาก อุณหภูมิเฉลี่ย 15-25°C เหมาะกับการเดินเที่ยวชมเมือง
- ฤดูร้อน (ก.ค. – ส.ค.): ท้องฟ้าแจ่มใส อุณหภูมิ 25-30°C (บนภูเขาจะเย็นกว่าอยู่ที่ 10-20°C) เหมาะกับการไปเที่ยวตามเทือกเขาสูง
- ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.): สำหรับคนที่อยากเห็นหิมะและเล่นสกี อุณหภูมิบนเขาอาจติดลบ -10 ถึง 5°C ต้องเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม
3. การเดินทางภายในประเทศจอร์เจียสะดวกไหม? ตอบ: ในเมืองใหญ่อย่างทบิลิซีสามารถใช้บริการรถไฟใต้ดิน รถบัส หรือแอปเรียกรถอย่าง Bolt ได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนการเดินทางข้ามเมืองมักใช้รถตู้ท้องถิ่น (Marshrutka) หรือเช่าเหมารถพร้อมคนขับ อย่างไรก็ตาม หากต้องการความสะดวกสบายสูงสุด แนะนำให้เดินทางไปกับทัวร์จอร์เจีย จะช่วยประหยัดเวลาและไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อรถ
สัมผัสความสวยงามระดับโลกไปกับ ทัวร์จอร์เจีย สุดคุ้ม
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากแพ็กกระเป๋าบินไปเช็กอินที่จอร์เจียกันแล้วใช่ไหม? แม้ว่าจอร์เจียจะเป็นประเทศที่ค่าครองชีพไม่แพงและฟรีวีซ่า แต่การเดินทางข้ามเมืองไปยังจุดแลนด์มาร์กต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงนั้น อาจต้องใช้ความชำนาญเส้นทาง และการเจรจาสื่อสารกับคนท้องถิ่น
เพื่อประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไร้รอยต่อ ได้เสพรูปวิวหลักล้านแบบจัดเต็มโดยไม่ต้องเหนื่อยแพลนทริปเอง ขอแนะนำแพ็กเกจ ทัวร์จอร์เจีย จาก Lovely Smile Tour ที่คัดสรรเส้นทางยอดฮิตมาไว้ให้ครบ จ่ายราคาเดียวครอบคลุมทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถรับส่ง และอาหาร พร้อมไกด์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอดการเดินทาง ให้คุณได้ถ่ายรูปสวยๆ และพักผ่อนอย่างเต็มที่
สนใจจองทัวร์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Lovely Smile Tour ได้ที่:
- โทร: 086-865-9787
- LINE ID: @lovelysmiletour
สรุป
จอร์เจียคือจุดหมายปลายทางที่รวมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและสถาปัตยกรรมยุคเก่าเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะชอบฟีลลิ่งโรแมนติกในเมืองเก่า หรือความยิ่งใหญ่อลังการของเทือกเขาคอเคซัส ที่นี่ก็มีให้ครบ จองทริป ถ่ายรูปสวยๆ กับที่เที่ยวจอร์เจีย แล้วไปสร้างความทรงจำดีๆ ที่ดินแดนสองทวีปแห่งนี้กัน!
