7 ที่เที่ยว “เมืองโบราณฮอยอัน” เมืองมรดกโลกแห่งเวียดนามกลาง

แชร์บทความนี้

เมืองโบราณฮอยอัน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวมากมายที่เดินทางมาเวียดนามกลาง เป็นเมืองที่มีความสวยงามทางด้านวัฒธรรม และสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานทั้งของท้องถิ่นและของต่างชาติไว้อย่างมีเอกลักษณ์ ในบทความนี้จะมาแนะนำ 7 ที่เที่ยวเมืองโบราณฮอยอันที่ควรไปเช็คอินกันค่ะ รับรองว่าจะต้องหลงใหลในเสน่ห์ของเมืองโบราณแห่งนี้อย่างแน่นอน

1. ประวัติความเป็นมาเมืองโบราณฮอยอัน

ฮอยอัน (Hoi An) เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ที่ทะเลจีนใต้ จังหวัดกว๋างนามทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม อยู่ห่างจากเมืองดานังไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร มีผู้อาศัยอยู่ราว 80,000 คน ในอดีตฮอยอันเป็นเมืองท่าหลักที่ใช้ติดต่อค้าขายกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และประเทศอื่นๆ มากมาย ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 – ศตวรรษที่ 19 ต่อมาในปีค.ศ. 1999 เมืองโบราณฮอยอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองคก์การ UNESCO เอกลักษณ์และเสน่ห์ของที่นี่ก็คือตัวอาคารบ้านเรือนต่างๆ จะมีความเก่าแก่สีเหลืองมัสตาร์ดและสีครีมจึงได้รับการขนานนามว่า “เมืองมรดกโลกสีมัสตาร์ด” ในปัจจุบันเมืองโบราณแห่งนี้ได้มีการปรับปรุงและอนุรักษณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งในเวียดนามกลาง ภายในจะมีร้านค้าต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ เสื้อผ้า กระเป๋า งานฝีมือต่างๆ เครื่องประดับ อาหารท้องถิ่นมากมาย นอกจากนี้ก็ยังมีมุมสวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปอีกเพียบเลยค่ะ

2. แนะนำสถานที่เที่ยว

ก่อนที่จะเข้าไปเที่ยวในพื้นที่ของเมืองโบราณ ด้านหน้าจะมีที่ซื้อบัตรเข้าชม โดยราคาจะอยู่ที่ท่านละ 120,000 ดอง นอกจากบ้านเรือนภายในที่มีความสวยงาม มีเอกลักษณ์แล้ว ภายในยังมีสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย โดยสถานที่ที่อยากแนะนำมีทั้งหมด 7 จุด ดังนี้

2.1 สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)

สะพานญี่ปุ่นหรือที่คนเวียดนามเรียกกันว่า Lai Vien Kieu ที่แปลว่าสะพานแห่งมิตรไมตรี สะพานนี้สร้างโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่นี่เมื่อ 400 กว่าปีมาแล้ว จึงมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่เฉพาะตัว โดยสะพานนี้ได้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์การค้าขายระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวจีน บริเวณกลางสะพานจะมีศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อสวดส่งวิญญาณมังกร โดยชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า มีมังกรอยู่ใต้พิภพหรือใต้ดิน ส่วนหัวจะอยู่ที่อินเดีย ส่วนหางอยู่ที่ญี่ปุ่น และส่วนลำตัวอยู่ที่เวียดนาม เมื่อใดที่มังกรพลิกตัวจะเกิดน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ชาวญี่ปุ่นจึงตอกเสาเข็มลงกลางลำตัวเพื่อป้องกันให้ไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีก ที่ปลายสะพานจะมีประติมากรรมรูปสุนัขและลิง เป็นสัญลักษณ์การก่อสร้างว่าสะพานนี้สร้างขึ้นในปีวอกและสร้างเสร็จเมื่อปีจอ

เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าเข้าชม : ฟรี

Japanese Covered Bridge
บริเวณสะพานญี่ปุ่น

2.2 วัดฟุกเกี๋ยน (Cantonese Assembly Hall)

วัดฟุกเกี๋ยนหรือหอประชุมฟุกเกี๋ยน เป็นสมาคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองฮอยอัน ในอดีตจะใช้เป็นที่พบปะของชาวจีนที่ได้อพยพเข้ามาเมื่อปีค.ศ.1845 – 1885 และในปัจจุบันได้ใช้เป็นที่พบปะของคนของคนหลายรุ่นเพื่อระลึกถึงบ้านเกิดและไหว้บรรพบุรุตของตนเอง ภายในก็จะมีขดธูปสีแดงแขวนไว้บนเพดานมากมาย และมีรูปปั้นมังกรตั้งอยู่ตรงกลาง โดยใครที่เดินทางมาที่นี่ก็สามารถเข้ามาทำบุญต่ออายุได้โดยการจุดธูปทิ้งไว้ เขียนชื่อ และคำอธิษฐาน เนื่องจากมีความเชื่อว่าคำอธิษฐานนั้นถูกส่งไปถึงเทพเจ้าบนสวรรค์ค่ะ นอกจากจะมีความเก่าแก่แล้วยังมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อีกด้วย โดยสถาปัตยกรรมจะเป็นงานไม้แกะสลัก ลวดลายสวยงาม และมีความวิจิตรอย่างมากค่ะ

เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าเข้าชม : ฟรี

เมืองโบราณฮอยอัน
รูปปั้นมังกรบริเวณโถงทางเดินของวัด
Cantonese Assembly Hall02
บริเวณวัดจะตกแต่งไปด้วยรูปภาพมากมาย

2.3 บ้านเก่าเลขที่ 101 (The Old House Tan Ky)

บ้านเก่าเลขที่ 101 หรือบ้าน Tan Ky เป็นบ้านไม้สองชั้นที่่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมและเก่าแก่ที่สุดในเมืองฮอยอัน บ้านหลังนี้มีอายุกว่า 200 ปี เจ้าของบ้าน Tan Ky คนแรกคือ Mr. Le Tu Hien หรือที่รู้จักในชื่อ Le Cong เป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์และมีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมจีน ญี่ปุ่น และเวียดนามเข้าด้วยกัน ซึ่งจะประกอบด้วยเสาสองเสาที่ทับซ้อนกันซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างสวรรค์กับมนุษย์ เสาแนวตั้ง 5 เสา เป็นสัญลักษณ์ของธาตุทั้งห้าในธรรมชาติ โดยมีไม้เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีหินและกระเบื้องปูพื้น หินที่ใช้เป็นหินที่นำมาจากจังหวัดแทงฮวา เป็นหินที่ทำให้เสาไม้ไม่เสียหาย กระเบื้องปูพื้นเป็นกระเบื้องจากบาตตรังทำให้บ้านเย็นในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว ตัวบ้านจะแบ่งออกเป็นสัดส่วนจำนวน 4 ห้อง ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และยังเป็นที่อยู่อาศัยของทายาทรุ่นที่ 7 ของตระกูล ไม่ใช่แค่สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย ภายในบ้านหลังนี้ยังมีของโบราณที่มีอายุยาวนาน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาของเก่าที่นี่น่าจะเป็นถ้วยเวียดนามที่มีเพียงหนึ่งเดียวซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยขงจื๊อ (551 ปีก่อนคริสตกาล – 479 ปีก่อนคริสตกาล) ด้วยความสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้บ้านหลังนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1990

เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30 – 17.45 น.

ค่าเข้าชม : 35,000 ดอง/ท่าน/ 20 นาที

The Old House Tan Ky
ด้านหน้าบ้านเก่าเลขที่ 101
The Old House Tan Ky 02
ภายในบ้านเก่าเลขที่ 101 Credit : vinwonders.com

2.4 ศาลเจ้ากวนอูหรือวัดกว๋างกง (Guan Yu Temple, Quan Cong Temple)

ศาลเจ้ากวนอูหรือวัดกว๋านกง เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางเมืองฮอยอัน สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1653 โดยชาวจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองฮอยอัน เนื่องจากในอดีตฮอยอันเคยเป็นท่าเรือการค้าระหว่างประเทศอันคึกคัก ซึ่งเป็นจุดนัดพบของเรือค้าขายจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีพ่อค้าชาวจีนจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อทำธุรกิจและได้เริ่มตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ ดังนั้นชาวจีนเหล่านี้จึงสร้างวัดหรือศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพ่อค้าชาวจีนจำนวนมาก พ่อค้ามักจะเดินทางมาที่นี่เพื่อขอพรให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยนั่นเองค่ะ ภายในศาลเจ้าจะมีสถาปัตยกรรมแบบขงจื๊อ ประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 4 หลัง ได้แก่ ห้องโถง ห้องโถงหลัก ห้องโถงส่วนซ้ายและขวา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญและมีเอกลักษณ์อย่างมากแห่งหนึ่งในเมืองฮอยอันเลยค่ะ

เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน เวลา 06.00 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

Guan Yu Temple
ศาลเจ้ากวนอูหรือวัดกว๋างกง Credit : goteamjosh.com

2.5 ตลาดกลางคืนฮอยอัน (Hoi An Night Market)

ตลาดกลางคืนฮอยอัน ตั้งอยู่บริเวณถนน Tran Quy Ca และ Bach Dang บรรยากาศจะคึกคักและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว บริเวณโดยรอบก็จะมีแผงลอยขายของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋าสาน เครื่องประดับ งานฝีมือต่างๆ และนอกจากนี้จะมีอาหารท้องถิ่นให้ได้ลองทานอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเฝอ ขนมปังบั๋นหมี่หรือขนมปังเวียดนาม พิซซ่าเวียดนาม อาหารทะเลต่างๆ ไปจนถึงขนมขบเคี้ยวและของแห้ง ตามอาคารต่างๆ จะมีการเปิดโคมไฟหลากสี แสงไฟจากโคมไฟเต็มข้างทาง ทำให้บรรยากาศสวย บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ อีกหนึ่งไฮไลท์ของตลาดก็คือบริเวณหน้าทางเข้าตลาดจะมีร้านขายโคมไฟหลากสีตั้งอยู่ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมารูปได้ค่ะ ที่ร้านก็จะมีเก็บเงินเล็กๆ น้อยๆ ประมาณ 15,000 – 20,000 ดองต่อท่านค่ะ

เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน เวลา 17.00 – 23.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

Hoi An Night Market
ร้านขายโคมไฟหน้าตลาดกลางคืน
Hoi An Night Market 02
แผงขายของต่างๆ Credit : vietnamdiscovery.com

2.6 แม่น้ำทูโบน (Thu Bon River)

อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำก็คือแม่น้ำทูโบน แม่น้ำที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์ของประเทศเวียดนามค่ะ หากใครที่เดินทางช่วงวันก็จะได้ชมความสวยงามของแม่น้ำ ท้องฟ้าใส แต่ถ้าใครมีโอกาสได้มาช่วงตอนเย็นหรือมีโอกาสได้อยู่จนถึงเย็น ที่บริเวณแม่น้ำทูโบนก็จะมีการล่องเรือแม่น้ำทูโบนชมพระอาทิตย์ตกด้วยค่ะ โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน วิวเมืองโบราณยามค่ำคืน และแสงไฟจากโคมไฟนับพัน ซึ่งวิวตอนกลางคืนจะดูแปลกตาออกไปจากตอนกลางวัน เรียกได้ว่ามีความสวยงามไปอีกแบบเลยค่ะ โดยการล่องเรือจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที ราคาของเรือจะเป็นแบบเหมาลำ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 200,000 ดอง ราคาก็จะแตกต่างกันไปตามจำนวนคนที่เหมาเรือในรอบนั้นๆ หรือใครที่เดินทางช่วงกลางวันก็สามารถล่องเรือได้เช่นกันค่ะ

เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าเข้าชม : 150,000 – 200,000 ดอง

Thu Bon River
วิวแม่น้ำทูโบนตอนกลางคืน

2.7 ประตูวัดโบราณ (Ba Mu Temple Gate)

ประตูวัดโบราณ เป็นประตูวัดที่มีอายุกว่า 400 ปี สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1626 ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง ในปัจจุบันที่วัดเหมือนแต่ประตูให้ได้ชม มีสาเหตุมาจากสงครามในอดีต จึงทำให้เหลือเพียงแค่ประตูวัดเท่านั้นค่ะ โดยประตูวัดแห่งนี้ได้มีการบูรณะและรักษาให้มีสภาพคงเดิมและมีการจัดตกแต่งไฟและสวนดอกไม้ให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน

ค่าเข้าชม : ฟรี

Ba Mu Temple
ประตูวัดโบราณ

3. วิธีการเดินทาง

เมืองโบราณฮอยอัน ตั้งอยู่ที่ Thanh pho Hoi An ซึ่งห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 30 กิโลเมตร การเดินทางก็จะมีหลากหลายวิธี ตามความเหมาะสมของเวลาและงบประมาณค่ะ จะแนะนำเป็น 4 วิธีดังนี้

  • เดินทางโดยรถประจำทาง : การเดินทางโดยรถประจำทางจะเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดแต่ก็จะใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างนานค่ะ โดยจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง รถประจำทางที่ไปส่งเมืองฮอยอันจะเป็นรถสายสีเหลือง ซึ่งจะออกทุกๆ 20 นาที ตั้งแต่เวลา 05.30 – 18.00 น. ค่าตั๋วจะอยู่ที่ท่านละ 30,000 ดอง แต่ข้อเสียก็คือไม่เหมาะกับผู้ที่มีสัมภาระเยอะค่ะ เพราะว่าบนรถจะไม่มีที่สำหรับเก็บของและคนค่อนข้างแออัด
  • เดินทางโดยรถแท็กซี่ : หากใครที่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา การเดินทางโดยแท็กซี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็วค่ะ โดยสามารถนั่งรถแท็กซี่จากตัวเมืองดานังมาที่เมืองฮอยอันได้ ค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 350,000 – 450,000 ดอง ค่าบริการจะขึ้นอยู่กับจุดที่ลูกค้าขึ้นแท็กซี่ วิธีนี้จะใช้เวลาประมาณ 50 นาทีขึ้นอยู่กับการจราจร
  • เดินทางโดยรถ HOI AN EXPRESS : การเดินทางโดยวิธีนี้ จะเหมาะกับผู้ที่เดินทางคนเดียวหรือผู้ที่ไม่ได้เร่งรีบ เพราะว่าสามารถเดินทางได้ตั้งแต่หน้าสนามบินดานังค่ะ รถจะมีลักษณะเป็นรถตู้แบบทันสมัย มีเครื่องปรับอากาศพร้อมกับมี Wi-Fi ฟรีบนรถ เป็นอีกวิธีที่สะดวกสบายอย่างมาก โดยรถจะออกทุก 1-2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 07.00 – 21.00 น. ค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 150,000 ดองต่อคนค่ะ
  • เดินทางโดยรถรับส่งส่วนตัว : การเดินทางด้วยรถรับส่งส่วนตัว ซึ่งสามารถขึ้นรถได้ตั้งแต่หน้าสนามบินดานัง จะเหมาะกับผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัวและมีสัมภาระค่อนข้างเยอะ โดยจะเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 600,000 ดองต่อคัน แล้วแต่บริษัทที่เลือกใช้และขึ้นอยู่กับจำนวนคนค่ะ การเดินทางโดยวิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 45-50 นาทีขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร

4.ช่วงที่เหมาะกับการเดินทาง

ช่วงที่เหมาะกับการเดินทางจะแนะนำเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนเมษายนค่ะ อากาศช่วงนี้จะสบายๆ ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป และมีโอกาสเจอฝนได้น้อยลง สามารถเดินชมบ้านเมือง ซึมซับบรรยากาศเมืองโบราณได้แบบชิลๆ เลยค่ะ แต่ช่วงที่ไม่แนะนำจะเป็นช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคม เนื่องจากว่าเป็นช่วงที่มีฝนตกค่อนข้างเยอะ ใครที่ไม่อยากเที่ยวแบบเปียกฝนก็แนะนำให้เลี่ยงเดินทางช่วงนี้นะคะ

สรุป

ใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวจะต้องหลงรักฮอยอันอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นเมืองที่มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย นอกจากนี้ยังมีมุมให้ได้ถ่ายรูปสวยๆ และยังมีกิจกรรมมากมายให้ได้ทำ หากใครที่สนใจทัวร์เวียดนามกลาง สามารถคลิกที่ลิงก์เพื่อดูโปรแกรมทัวร์หรือแอดไลน์ LINE ID : @lovelysmiletour เพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้เลย

แชร์บทความนี้